Spider-Man (2002)

รวมโปสเตอร์ เริ่มเรื่องที่จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์” นักเรียนมัธยมปลายที่ประสบอุบัติเหตุโดนแมงมุมกัดจนทำให้เขาได้รับความผิดปกติทางร่างกายคือมีพลังเหนือมนุษย์ โดย ปีเตอร์ ได้หลงรักสาวสวยดาวโรงเรียนอย่าง แมร์รี่ เจน วัตสัน ผู้ใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักแสดงชื่อดัง

สำหรับภาคนี้เรียกได้ว่าทำรายได้ถล่มทลายกว่า 822 ล้านเหรียญฯ (เกือบพันล้านเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว) จนขึ้นอันดับ 1 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในปี 2002 และมีภาคต่อตามมาอีก 2 ภาค

Spider-Man 2 (2004)

รวมโปสเตอร์ ภายหลังจากภาคแรก 2 ปี ปีเตอร์ได้ยุติความสัมพันธ์กับแมร์รี่ เจน เพื่อก้าวไปตามเส้นทางของฮีโร่ที่ต้องเผชิญอันตรายตลอดเวลา แต่กลับกลายเป็นว่า แมร์รี่ เจน ได้ตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากเคยเป็นคนรักของเขา ปีเตอร์จึงต้องต่อสู้กับตัวร้ายที่ชื่อว่า ดร.ออกโตปุส เพื่อปกป้องทั้งคนรักและผู้คนบนโลก

แม้รายได้จะไม่เท่ากับภาคแรก (783 ล้านเหรียญฯ) แต่ Spider-Man 2 กลับกลายเป็นภาคที่ผู้คนทั่วโลกจดจำได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานภาพและสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่เนียนตาจนได้รับรางวัล ออสการ์ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม รวมไปถึงซีนจูบห้อยหัวที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของแฟรนไชส์นี้ตลอดกาล

Spider-Man 3 (2007)

ถึงแม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ที่แยกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ระหว่างชอบและไม่ชอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Spider-Man 3 คือภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแฟรนไชส์เพราะกวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 890 ล้านเหรียญฯ โดยเนื้อหาของภาคนี้จะเป็นการเฉลยปมของปีเตอร์ที่ได้รับรู้ว่าฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าลุงของตนเองคือใคร และยังมีวายร้ายตัวใหม่อย่าง Venom ปรากฎตัวขึ้นอีกด้วย

The Amazing Spider-Man (2012)

เปิดเรื่องมาที่ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เด็กหนุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนที่มีรักแรกคือ เกวน สเตซี่ จวบจนเหตุการณ์ที่เขาได้ค้นพบเอกสารบางอย่างที่เป็นของพ่อ ปีเตอร์จึงเริ่มสืบหาสาเหตุการหายตัวไปของพ่อแม่ ก่อนที่จะค้นพบว่ามี ดร. เคิร์ท คอนเนอร์ส อดีตเพื่อนเก่าเป็นคนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดเหล่านี้

เพราะด้วยระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 5 ปีที่ถูกรีบูทขึ้นมาใหม่ จึงทำให้ The Amazing Spider-Man ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขนาดหนัก แต่เพราะเสน่ห์ของไอ้แมงมุมที่ยังคงขลังจึงทำให้เวอร์ชั่นนี้ทำรายรับไปสูงถึง 757 ล้านเหรียญฯ

The Amazing Spider-Man 2 (2014)

และเพราะภาคแรกที่ทำรายรับค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ จึงทำให้ The Amazing Spider-Man มีภาคต่อตามมาในปี 2014 เมื่อปีเตอร์ต้องใช้ชีวิตฮีโร่ควบคู่ไปกับการรักษาสัญญาที่จะต้องออกห่างจากเกวนเพื่อความปลอดภัยตามที่พ่อของเธอบอก แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ Electro วายร้ายปรากฎกายขึ้นจึงทำให้ปีเตอร์ต้องรีบจัดการก่อนที่เกวนจะเป็นอันตรายไปมากกว่านี้

เช่นเดียวกับ Spider-Man 2 ที่ภาคต่อมักจะไม่พีคเท่าภาคแรก แต่ The Amazing Spider-Man 2 ก็ทำรายรับอยู่ในระดับที่น่าใจ (709 ล้านเหรียญฯ) แต่ที่ผู้คนส่วนใหญ่บ่นมักจะเป็นเรื่องบทที่ไม่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ End Credit ของเรื่องยังมีการกล่าวถึงจักรวาล X-men: Days of Future Past ที่มาจากผู้กำกับคนเดียวกันอีกด้วย (มาร์ค เว็บบ์)

Spider-Man: Homecoming (2017)

บอกเล่าเรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หนุ่มน้อยที่รู้ว่าตัวเองมีพละกำลังเหนือคนทั่วไป ภายหลังจาก Captain America: Civil War ปีเตอร์ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ Tony Stark หรือ Iron Man ที่ทุกคนรู้จักกันดี ก่อนที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กมัธยมธรรมดาทั่วไป

การกลับมาสู่อ้อมอกของ Marvel ครั้งนี้ทำให้การรีบูท Spider-Man มีเส้นเรื่องที่หนักแน่นกว่าเวอร์ชั่นที่ผ่านๆ มา โดยได้ ทอม ฮอลแลนด์ หนุ่มน้อยที่ทุกคนคุ้นหน้ามาเป็นสไปดี้ที่ช่างจ้อเจรจาตามแบบฉบับการ์ตูน และเพราะปูเรื่องตัวละครไว้แล้วบางส่วนใน Captain America: Civil War จึงทำให้ Spider-Man: Homecoming โกยรายได้ถล่มทลายกว่า 820 ล้านเหรียญฯ

Spider-Man: Homecoming กำหนดเข้าฉาย 6 กรกฎาคม

หนังภาคต่อ หลังจากแอบโผล่ออกมาให้แฟนๆได้กรี๊ดกันใน Captain America: Civil War ไปแล้ว คราวนี้สไปดี้ของเราจะได้เปิดตัวเข้าสู่ Marvel Cinematic Universe อย่างเต็มตัวเสียทีในภาพยนตร์เดี่ยวเรื่อง Spider-Man: Homecoming ที่Marvel Studioได้มีส่วนในการควบคุมการผลิตร่วมโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ทำให้การรีบูทในครั้งนี้จะมีความแตกต่างไปจากสองครั้งก่อน (Spiderman และ Amazing Spiderman) ตั้งแต่ตัวเอกของเรื่อง “ปีเตอร์พาร์คเกอร์”ที่ยังเด็กและมีความกวนโอ๊ยสูงเหมือนต้นฉบับ ซึ่งก็ได้แคสหนุ่มน้อย “ทอม ฮอลแลนด์”มารับบทนี้ให้สมกับเป็นวัยมัธยม

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

โล่งอก ยังจำได้ไหม? เด็กหญิงวัย 2 ขวบ ซึ่งติด โควิด-19 จากพ่อ อุ้มตุ๊กตาหมีขึ้นรถไปรับการรักษาเพียงลำพัง ล่าสุด หายดีและกลับบ้านได้แล้ว

จากกรณีเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ซึ่งอุ้มตุ๊กตาหมีขึ้นรถไปกับเจ้าหน้าที่เพื่อไปรักษาตัว หลังจากติดเชื้อโควิด-19 จากพ่อ แต่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามพร้อมพ่อ เพราะอายุน้อย จึงต้องส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (4 พ.ค.) เฟซบุ๊กแฟนเพจข่าวปากช่องนิวส์ ได้โพสต์ข่าวดี ว่าเด็กหญิงวัย 2 ขวบ คนดังกล่าว ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากได้รับการรักษาหายแล้ว โดยระบุข้อความว่า

“บุญรักษาคุณพระคุ้มครอง เก่งมากๆ ลูกยังจำหนูน้อยวัย 2 ขวบ อุ้มตุ๊กตาหมีขึ้นรถพยาบาลเพียงลำพังคนเดียว เพื่อนำตัวไปรักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 ได้ไหม

น้องปีใหม่กับพี่หมีกลับบ้านแล้ว น้องปีใหม่ หนูน้อยวัย 2 ขวบ มีเชื้อโควิด-19 หลังจากที่ทีมเราได้ไปรับตัวน้องจากห้องพักนนทรี ซ.14 หลังจาก 7 วันที่ผ่านมา ส่งรักษาตัวที่ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์นั้น

วันนี้น้องได้รักษาตัวหายแล้ว ไม่มีเชื้อโควิดอีก ทีมเราได้จัดรถเข้าไปรับน้องจาก รพ.ราชพิพัฒน์ ส่งกลับบ้านพัก น้องแข็งแรง สดใส ปกติดี ขอขอบคุณทุกกำลังใจทุกความห่วงใยที่มีให้กับน้องปีใหม่”

สนับสนุนโดย สมัครเล่นบาคาร่า

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ” ประกาศกักตัว 14 วัน หลังพบคนงานและแม่บ้านในบ้านติดเชื้อโควิด-19 ถึง 3 คน ส่วนตัวเองไปตรวจแล้ว ผลเป็นลบ

วันนี้ (3 พ.ค.) นวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง CEO บริษัทเมืองไทย ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และประธานสโมสรของการท่าเรือ เอฟซี ออกมาโพสต์ ประกาศกักตัว 14 วัน หลังคนงานและแม่บ้านในบ้านติดเชื้อโควิด-19 ถึง 3 ราย โดยเมื่อเช้านี้มาดามแป้งได้ไปตรวจเชื้อโควิดแล้ว ผลออกมาเป็นลบ

โดย มาดามแป้ง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Madam Pang – มาดามแป้ง – นวลพรรณ ล่ำซำ ดังนี้ “เนื่องจากแป้งได้ทราบผลการตรวจติดเชื้อโควิดเป็นบวกของคนงานและแม่บ้านในบ้าน 3 คน เมื่อคืน (2 พฤษภาคม) โดยคาดว่าเกิดจากการไปจ่ายตลาดในวันที่ 21 และ 28 เมษายนค่ะ ทั้งหมดได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้วค่ะ

ในจำนวนคนงานที่ติดเชื้อนั้นมี 2 คนที่ทำงานใกล้ชิดกับแป้งในบ้าน ทำให้แป้งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นเช้าวันนี้ (3 พฤษภาคม) แป้งจึงรีบไปเดินทางไปตรวจเชื้อโควิดที่โรงพยาบาล ซึ่งผลออกมาเป็นลบค่ะ

อย่างไรก็ตาม แป้งจะทำการกักตัว 14 วันตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยนะคะ โดยจะมาแจ้งผลการตรวจในครั้งต่อไปให้ได้ทราบเป็นระยะๆ ค่ะ

สำหรับคนอื่นๆ ที่บ้านได้มีการส่งตรวจหาเชื้อแล้วค่ะ กำลังรอผลตามลำดับ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกชายอายุ 9 เดือนของคู่สามีภรรยาที่ติดเชื้ออยู่ด้วยค่ะ แป้งได้กำชับให้เฝ้าระวังอาการและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดค่ะ

แป้งขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนในวิกฤติครั้งนี้เช่นกันนะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ด้วยกันนะคะ”

สนับสนุนโดย แทงบอล

รับออกแบบบ้านฟรี

สถาปนิกต่างกับวิศวกรอย่างไร? ทำไมต้องให้สถาปนิกออกแบบบ้าน ไม่ใช่วิศวกร? เรื่องความสับสนระหว่างวิชาชีพเกี่ยวกับการก่อสร้าง ในสภาพแวดล้อมของบ้านเรา ที่การพูดถึงวิชาชีพในสื่อเช่นหนังหรือละคร มักไม่ได้พ่วงความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ สักเท่าไหร่ รวมถึงข่าวและสารคดีที่พูดถึงวิชาชีพหรือบุคคลสำคัญในแวดวงการก่อสร้างก็มีน้อยมาก จนทำให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพทั้งสองในสาธารณะช่างน้อยนิด

ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ผมเองซึ่งเป็นสถาปนิกจะเคยโดนถามว่าควรจะใส่เหล็กเส้นขนาดไหนดีในคาน และเคยได้ยินว่ามีคนจะหาวิศวกรมาออกแบบบ้านให้ตัวเอง

อันที่จริงถ้าอธิบายให้กระชับและเข้าใจง่ายๆ ก็คือ สถาปนิก มีหน้าที่ออกแบบรูปร่าง หน้าตา และการใช้สอยของอาคารบ้านเรือน ส่วนวิศวกร (สาขาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง) มีหน้าที่ออกแบบคำนวณเกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร รวมถึงระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ ฯลฯ ต่าง ๆ ซึ่งค่อนข้างจะมีเรื่องการคำนวณตัวเลขมาเกี่ยวข้องมากหน่อย

แต่ส่วนที่ทำให้ผู้คนนอกวงการสับสนก็คือความรู้สึกที่ว่า… อ้าว ก็ในเมื่อบ้านมันก็มีแค่เสา คาน ท่อน้ำ สายไฟ เท่านี้ก็เกิดขึ้นเป็นตึกเป็นบ้านได้ แล้วแค่วิศวกรเท่านั้นก็สามารถจะใช้ความรู้ความสามารถคำนวณอิฐหินปูนทรายเหล็ก ออกแบบขึ้นมาให้เป็นบ้านได้นี่…

ที่จริงความเข้าใจนี้ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ เพราะอันที่จริง ใคร ๆ ก็คุ้นเคยกับที่อยู่อาศัยและคิดออกแบบที่อยู่อาศัยของตัวเองในจินตนาการได้ จึงดูเหมือนว่า ขอแค่มีประสบการณ์ในการคำนวณให้เสาคานพื้นมันไม่ถล่มลงมา ที่เหลือใคร ๆ ก็น่าจะออกแบบบ้านตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับบ้านและการก่อสร้าง ซึ่งถ้าความต้องการไม่ซับซ้อน บ้านที่ต้องการคล้าย ๆ กับบ้านทั่วไป (มักเป็นบ้านที่มีขนาดเล็ก) ก็ต้องบอกตามตรงว่า อาจไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้สถาปนิก หรือเรา ๆ ท่าน ๆ ก็พอจะเป็นสถาปนิกมือสมัครเล่นได้ ซึ่งในกรณีนี้แม้แต่กฎหมายก็มีข้อกำหนดที่ดูเหมือนจะเห็นด้วยอยู่กลาย ๆ ด้วยการกำหนดให้ อาคารพักอาศัยทั่วไปที่มีขนาดไม่เกิน 150 ตารางเมตร หรืออาคารเกี่ยวกับการเกษตรที่มีพื้นที่ไม่เกิน 400 ตารางเมตร ไม่ต้องใช้สถาปนิกในการเซ็นแบบออกแบบและควบคุมงานในการขออนุญาตก่อสร้าง

แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะหลายคนคิดว่า ถึงเป็นบ้านใหญ่กว่า 150 ตร.ม. ก็ไม่เห็นจะต้องใช้สถาปนิกอยู่ดี แค่วิศวกรเพียวๆ ก็น่าจะออกแบบได้… โดยเฉพาะถ้าเราโนสนโนแคร์เรื่องรูปร่างหน้าตาอาคาร (เพราะชัดเจนอยู่กับตัวแล้วว่าเราชอบแบบไหน) และคิดว่าเรื่องการใช้สอยของบ้านก็แค่อยากได้เหมือนบ้านทั่ว ๆ ไป แล้วสถาปนิกยังจะมีประโยชน์อะไรนอกเหนือจากนี้อีกเล่า…

ก็ต้องอธิบายว่าเพราะที่ดินแต่ละผืน สภาพแวดล้อมแต่ละที่ ล้วนมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านทิศทางและการคำนึงถึงการใช้งานให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เช่นบ้านในฝัน หรือแบบบ้านที่เราไปหามา มีห้องนอนอยู่ทางซ้ายของบ้าน แต่หากที่ดินของเราหันหน้าที่ดินไปทางทิศใต้ ก็จะกลายเป็นห้องนอนเราโดนทิศตะวันตกไปเต็มๆ จึง “อาจจะ” ไม่ควรใช้แบบบ้านนี้กับที่ดินผืนนี้โต้ง ๆ เป็นต้น

รวมถึงยังมีเรื่องกฎหมายอาคาร การคำนึงถึงงบประมาณในภาพรวม ซึ่งสถาปนิกจะเข้ามาให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบในส่วนนี้ได้ และอีกอย่างที่สำคัญคือ สถาปนิกจะสามารถสื่อสารให้เราเห็นถึงบ้านที่จะสร้างเสร็จให้กับทุกคนในครอบครัวได้ล่วงหน้าผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทำภาพ Perspective, เขียนแบบ, ทำโมเดล ประกอบคำอธิบายข้อดีข้อเสียและทางเลือกให้ทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมในบ้านให้เข้าใจร่วมกัน ไม่ต้องไปขัดเคืองขัดใจเอาตอนเมื่อลงมือสร้างไปแล้ว (พูดอีกแบบก็คือเปิดโอกาสให้ขัดเคืองขัดใจกันตั้งแต่ก่อนจะลงทุนก่อสร้างจริง) ซึ่งสำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการสร้างบ้านย่อมรู้ดีกว่า ปัจจัยทั้งหมดข้างต้น มีส่วนสำคัญต่อการลงทุนลงเวลาสร้างบ้านขนาดไหน

ที่ว่ามาทั้งหมดมิได้หมายความว่าวิศวกรจะออกแบบบ้านที่ดีไม่ได้นะครับ เพราะด้วยความใส่ใจและสนใจส่วนบุคคล ก็อาจจะทำได้ดีได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าวิชาชีพสถาปนิกเป็นวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาโดยตรง จึงมีความรู้ ความสามารถ และภาระหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบบ้านได้ครบเครื่องกว่า (และเป็นภาระหน้าที่ทางกฎหมายของวิชาชีพเฉพาะด้วย ซึ่งผู้อื่นที่ไม่ได้ผ่านการร่ำเรียนตามระบบมาจะมาเซ็นออกแบบหรือควบคุมงานแทนไม่ได้) ที่สำคัญ สถาปนิกนี่แหละครับ ที่จะคอยคุย ประสานงานและช่วยใช้ความสามารถของวิศวกรและผู้รับเหมา มาทำให้แบบบ้านที่ออกแบบไว้เป็นจริงได้ลุล่วง โดยแต่ละฝ่ายก็จะได้ใช้ความสามารถตามวิชาชีพกันไป สถาปนิก

Site meeting สอนให้เป็นนักไกล่เกลี่ย
นอกเหนือจากการทำงานกันในกลุ่มสถาปนิกเองแล้วนั้น ยังมีการทำงานร่วมกับทีมจากอาชีพอื่นๆ เช่น วิศวกร นักจัดการงานระบบ นักออกแบบภูมิทัศน์ หรือผู้รับเหมา ซึ่งในการทำงานร่วมกันจากหลายฝ่าย แน่นอนว่าย่อมมีปัญหาเกิดขึ้น และอาจจะมีจุดที่ไม่เป็นตามที่หวังไปบ้าง ซึ่งการทำงานในแบบทีมใหญ่นี้ก็ช่วยฝึกให้เราใจเย็น แก้ปัญหาด้วยเหตุผล ค่อยๆไกล่เกลี่ยกันจนหาทางแก้ปัญหาที่ลงตัว เพื่อทำให้งานออกแบบเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

สนับสนุนโดย สถาปนิก

เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีแบบก่อสร้าง พร้อม BOQ อยู่แล้ว หรือมองหาผู้ออกแบบพร้อมก่อสร้างเบ็ดเสร็จ บริการออกแบบ รับเหมาก่อสร้างครบวงจร ทั้งสร้างบ้านใหม่ ต่อเติม รีโนเวท พร้อมวิศวกรควบคุมงาน สามารถตรวจสอบติดตามงานผ่านออนไลน์ 24 ชม. ให้บริการออกแบบ คัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างคุณภาพ โดย design connext x Grow home ที่เป็นตัวกลางดูแลการเบิกจ่ายเงินงวด ให้เป็นไปตามสัญญาที่กำหนด ช่วยป้องกันปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาที่วางใจได้

สนับสนุนโดย รับออกแบบบ้าน

Royal House (รอแยลเฮ้าส์) มาพร้อมกับสโลแกนติดหู “สร้างบ้านด้วยสมอง” ให้บริการปลูกสร้างบ้านแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่สำรวจที่ดิน ออกแบบ ก่อสร้าง ติดต่อหน่วยงานราชการ และติดต่อสถาบันทางการเงิน โดยสามารถเลือกว่าจะใช้แบบบ้านมาตรฐานของบริษัท จะออกแบบใหม่กับสถาปนิกตามต้องการ หรือจะสร้างจากแบบที่ออกแบบมาแล้วกับสถาปนิกอื่นก็ได้ เน้นงานก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน มั่นคง มั่นใจ และปลอดภัย รับประกันโครงสร้าง 20 ปี หลังคา 5 ปี และรายละเอียดในตัวบ้าน 1 ปี ทำงานโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สร้างบ้านมากกว่า 30 ปี สร้างไปแล้วกว่า 5,000 หลัง ครอบคลุมทุกภูมิภาคกับ 12 สาขาทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3-120 ล้านบาท

สนับสนุนโดย รับออกแบบบ้าน

SmartDraw เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ออกแบบได้ตั้งแต่บ้าน ออฟฟิศ อพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงสระว่ายน้ำ สวน โต๊ะ และโรงจอดรถ นอกจากนั้นยังสามารถใช้ได้กับแผนภูมินำเสนองานแบบต่าง ๆ ได้อีกด้วย

สนับสนุนโดย รับออกแบบบ้าน

แนวทางการศึกษาต่อเพื่ออาชีพ สถาปนิก
สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ต้องสอบคัดเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่จัดสอนคณะหรือภาควิชา สถาปัตยกรรม สาขาวิชาสถาปัตย์-สถาปัตย์เป็นสาขาที่เรียนการออกแบบโครงสร้างอาคาร บ้านเรือนโดยตรง คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี

รายได้และสวัสดิการของอาชีพ
สถาปนิก ที่รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ประมาณ 15,000 บาท สถาปนิกที่ทำงานกับภาคเอกชน จะได้รับเงินเดือนขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ ในขั้นทดลองงานอาจได้รับเงินเดือนประมาณ 15,000 -20,000 บาท แต่เมื่อครบระยะเวลาที่กำหยดก็จะปรับขึ้นเป็น 20,000-25,00 รวมถึงได้รับสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ และสิทธิประโยชน์อื่น เช่น โบนัส ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ และ รายได้ของสถาปนิกมักจะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ตำแหน่งของสถาปนิกที่ทำงานใน สำนักงานสถาปนิก หรือ องค์กรที่มีฝ่ายสถาปัตยกรรม

สนับสนุนโดย สถาปนิก

Ikea Home Planner Tools ตอนเปิดแค็ตตาล็อกเพื่อดูเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจ คงอยากจะรู้ใช่ไหมล่ะคะว่า ถ้ามาตั้งในห้องหรือบ้านของเราแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องมโนคิดภาพเองให้ปวดหัว เพราะสามารถหยิบจับเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มาออกแบบและตกแต่งบ้าน เพื่อดูเป็นตัวอย่างไว้ก่อนได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ที่มีให้ในโปรแกรม เป็นเฟอร์นิเจอร์จริงที่มีขายใน IKEA ทำให้สามารถคำนวณและวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำด้วยนะคะ

สนับสนุนโดย ออกแบบบ้าน