40-top-movie-years 2018 (24)

The Voyage of Doctor Dolittle

ประเภท : ภาพยนนตร์
แนว : Comedy, Family, Fantasy
กำกับโดย : Stephen Gaghan
แสดงนำโดย : Robert Downey Jr., Antonio Banderas, Michael Sheen, Jim Broadbent
ผลิตโดย : Universal Pictures, Roth Kirschenbaum Films, Team Downey
กำหนดฉาย : 16 มกราคม 2020

The Voyage of Doctor Dolittle เป็นผลงานประพันธ์ของ นักเขียนชาวอังกฤษ ฮิวจ์ ล็อฟติ้ง (Hugh Lofting) ตั้งแต่ปี 1920 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ดร.ดูลิตเติ้ล นายแพทย์ที่อยากรักษาสัตว์มากกว่าคน เพราะเขามีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับสัตว์ทุกประเภทนั่นเอง ซึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 1967 ซึ่งรับบทโดย เร็กซ์ แฮร์รีสัน แต่เวอร์ชั่นที่ทุกคนจำได้ดีที่สุดคือปี 1998 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นการแสดงของ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ ที่มีภาคต่อในปี 2001

The Voyage of Doctor Dolittle เวอร์ชั่นรีเมคครั้งนี้ จะได้ สตีเฟ่น กาแกน (Stephen Gaghan) มารับหน้าที่ผู้กำกับควบตำแหน่งมือเขียนบท

ส่วนทางด้านนักแสดง นอกจากจะได้ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มารับบทนำแล้ว ยังเสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เรมี มาเลค, ออคตาเวีย สเปนเซอร์, คุเมล นันจิอานี, จอห์น ซีนา, มาริยง กอติญาร์, คาร์เมล อีโจโก, เครก โรบินสัน, ฟรานเชส เดอ ลา ทัวร์, เอ็มมา ธอมป์สัน, เซเลนา โกเมซ, ทอม ฮอลแลนด์ และ เรล์ฟ ไฟนส์

ส่วนกำหนดวันฉายจากแต่เดิมที่วางโปรแกรมจากที่จะฉายในปีนี้ แต่เพราะต้องหลีกทางในช่วงที่ป๋าดาวนีย์ รับบทเป็นมนุษย์เหล็กในเวลานั้น ก่อนจะได้วันฉายจริงคือ 17 มกราคม 2020 ก็ต้องรอติดตามดูว่าหนังคุณหมอคุยกับสัตว์ในรอบนี้จะออกมาเป็นแบบไหน ใครเป็นแฟนป๋าดาวนีย์ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

40-top-movie-years 2018 (23)

Avengers 4

ภาพยนนตร์ ที่ลาสเวกัสในตอนนี้ กำลังมีงานชื่อ Licensing Expo ที่ค่ายผลิตสื่อและสินค้าด้านความบันเทิงยักษ์ใหญ่นำงานออกแบบสินค้าจากตัวละครต่างๆ ของตัวเองไปนำเสนอและพบผู้ซื้อจากทั่วโลก ซึ่งผู้มาร่วมงานก็จะได้นิตยสารที่เผยข้อมูลเบื้องต้นของหนังจากค่ายยักษ์ใหญ่ด้วย ดิสนีย์ได้เผยเรื่องย่อสั้นๆ ของ Avengers 4 ลงในนิตยสารนี้ครับ

บก.ของ ComicBookMovies เป็นผู้ลงเรื่องย่อของ Avengers 4 ในนิตยสารดังกล่าวลงบนทวิตเตอร์ มันไม่ได้บอกอะไรมากนัก แต่ก็มีคำบอกใบ้ให้เราเดากัน ดังนี้ครับ

“ภาค 4 ของเรื่องราว Avengers ที่เป็นบทสรุปของภาพยนตร์ 22 เรื่องซึ่งเชื่อมต่อกัน จะพาผู้ชมไปพบกับจุดพลิกผันของเรื่องราวอันมหากาพย์นี้ เหล่าฮีโร่อันเป็นที่รักของเราจะถึงคราวเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความเป็นจริงนี้เปราะบางเพียงใด และได้เข้าใจถึงการเสียสละที่จำเป็นต้องทำเพื่อรักษามันไว้”

คำใบ้สำคัญจากเรื่องย่อสั้นๆ นี้คงเป็น “ความเป็นจริงอันเปราะบาง” (fragile reality) ที่บอกเราว่าเนื้อเรื่องอาจเกี่ยวข้องกับพหุจักรวาล หรือ Multiverses ครับ เป็นไปได้ไหมที่เราจะได้เห็นโลกคู่ขนานที่แตกต่างกันในหนัง เป็นต้นว่าโลกที่สตีฟ โรเจอร์ส อาจไม่ได้กลายเป็นกัปตันอเมริกา โลกที่อเวนเจอร์สไม่ได้รวมทีมกัน หรือโลกในแบบอื่นๆ และเหล่าฮีโร่ที่เหลืออยู่จำเป็นต้อง “เสียสละ” ตัวเอง เพื่อให้จักรวาลในหนังที่เรารู้จักคืนกลับสู่สภาพปกติครับ

Avengers ออกฉายปลายเมษายน 2019

Great Detective Pikachu movie3 - Copy

Detective Pikachu

ภาพยนนตร์ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เตรียมตัวต้อนรับเหล่า พ็อกเก็ต มอนสเตอร์ ผู้โด่งดัง บนจอยักษ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อล่าสุด “Pokemon Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู” ภาพยนตร์ไลฟ์-แอ็คชั่น ที่จะพาแฟน ๆ ทั่วโลกไปผจญภัยในโลกของโปเกมอนโฉมใหม่ ได้ปล่อยโปสเตอร์และตัวอย่างล่าสุดที่ส่งมาให้ได้ชมกันทั้งซับไทยและเสียงไทยออกมาให้ชมกันแล้ว ไปดูกันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะสับสนวุ่นวายขนาดไหน

เรื่องราวการผจญภัยครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อนักสืบมือฉมัง แฮร์รี่ กู้ดแมน (พอล คิทสัน) หายตัวไปอย่างลึกลับ เป็นเหตุให้ ทิม กู้ดแมน (จัสดิซ สมิธ) ลูกชายวัย 21 ปีของเขาต้องตามหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ด้วยการผนึกกำลังกับอดีตโปเกม่อนคู่ซี้ของพ่อ “พิคาชู” โปเกม่อนยอดนักสืบฝีมือฉกาจ ที่แม้จะมีหน้าตาน่ารักน่าชัง และพกความฉลาดเฉลียวมาเต็มร้อย แต่กลับมีมุมบ๊อง ๆ ตลก ๆ ชวนฉงนอยู่เพียบ! แต่เมื่อทิมและพิคาชูเริ่มปรับตัวเข้าหากันได้ ทั้งสองกลับกลายเป็นคู่หูคู่ซี้ที่พร้อมลุยทุกภารกิจอันน่าตื่นเต้น เพื่อคลี่คลายปริศนาแสนลึกลับซับซ้อน ภายใต้แสงไฟนีออนบนถนนของ ไรม์ ซิตี้ เมืองใหญ่สุดทันสมัยที่โปเกมอนและมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าโปเกม่อนมากหน้าหลายตา ก่อนค้นพบความลับชวนตกตะลึง ที่อาจทำลายความสงบสุขทั้งหมดบนโลก และพลิกโชคชะตาของจักรวาลโปเกม่อนไปตลอดกาล

“Pokemon Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู” จากผลงานการกำกับของ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน (Goosebumps, Monster Vs. Aliens) ร่วมกับทีมผู้สร้างอาทิ จอห์น แมทธีสัน (The Phantom of the Opera, Gladiator), ไนเจล เฟลฟส์ (Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Lies) และมาร์ค แซนเกอร์ (Gravity) นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส (Deadpool) ผู้รับบท “พิคาชู”, จัสดิซ สมิธ (Jurassic World: Fallen Kingdom) ผู้รับบท “ทิม”, แคธริน นิวตัน (Lady Bird) ผู้รับบทนักข่าวสาว “ลูซี่” และเคน วาตาบาเบ้ (Godzilla) ผู้รับบท “โยชิดะ”

40-top-movie-years 2018 (22)

Aladdin

เรื่องราวของเด็กหนุ่มยากจนนามว่า อะลาดิน เขาถูกพ่อมดจาฟาร์ หลอกล่อให้เข้าไปเอาตะเกียงในถ้ำสิงห์กลางทะเลทราย ที่นั่นอะลาดินได้ถูตะเกียงปลดปล่อยวิญญาณของยักษ์จีนี่ที่มาพร้อมกับพร 3 ประการ อะลาดินขอพรข้อแรกให้เขาได้เป็นเจ้าชายอาลีเพื่อจัดขบวนขันหมากสุดอลังการไปสู่ขอเจ้าหญิงจัสมิน เขาไปพร้อมกับพรมวิเศษและพาเจ้าหญิงออกเหาะชมโลกในเพลง a whole new world ภาพยนตร์เต็มไปด้วยการผจญภัยที่น่าตื่นตาและทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล และความอลังการของภาพสวย ซีจีดีงาม ร้องเล่นเต้นมันส์มาก

40-top-movie-years 2018 (21)

Godzilla : King of Monsters

เรื่อง : Godzilla : King of Monsters [ข่าว / เรื่องย่อ]

ประเภท : ภาพยนตร์

แนว : Action / Drama / Thriller

ผู้กำกับ : Michael Dougherty

เรื่องราวของหน่วยงานด้านสัตว์ลึกลับที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ทั้งหลาย โดย Godzilla ก็จะปะทะกับสามมอนสเตอร์ในตำนานอย่าง ผีเสื้อราตรีขนาดยักษ์มอธร่า (Mothra) / นกยักษ์ โรดัน (Rodan) และมังกรสามหัวศัตรูตลอดกาล คิงกีโดร่าห์ (King Ghidorah) เมื่อสัตว์ยักษ์ดึกดำบรรพ์ในตำนานเหล่านี้ได้กลายมาเป็นเรื่องจริง เป็นเพราะความพยายามของ โมนาร์ซ สถาบันวิจัยสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ไม่สามารถระบุได้ เมื่อเหล่าสมาชิกในองค์กรต้องพบกับการต่อสู้กันระหว่างเหล่ามอนสเตอร์ยักษ์ …เผ่าพันธ์มนุษย์ที่เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเต็มที

และทันทีที่ได้เข้าโรง หนังพร้อมฉาย เราก็พบว่าตัวหนังพยายามใส่เรื่องราวดราม่าครอบครัว เป้าหมายของมนุษย์ที่จะปลุกเหล่าสัตว์ประหลาดให้กลับมาครองโลกรักษาสมดุลย์แห่งธรรมชาติ เอาจริงๆจุดนี้นั่งดูในโรงแล้วจะหลับ (55+) เวิ่นเว้ออะไรไม่รู้ แต่ก็พยายามบิ้วท์มา และหาทางลงแบบงงๆ จะมีก็แต่ตัวละคร ดร.เซริซาว่า นั่นแหละครับที่ทำให้อินได้กับความเท่ และการตัดสินใจ“บางอย่าง”ของตัวละครนี้ ที่ทำเอาแอดมินขนลุก และแฝงนัยยะแห่งหนังโตโฮอย่างชัดเจน (จุดนี้ควรไปดูเอง เล่าเท่ากับสปอยล์) ทั้งๆที่มีทางออกที่ดีกว่านี้เยอะแยะ แล้วไงใครแคร์ ในเมื่อ “ผลลัพท์แบบนั้น” มันเจ๋งในแง่ความรู้สึกมากกว่าไงล่ะ!! อื่นๆ

40-top-movie-years 2018 (20)

Men In Black

ผู้กำกับเล่าว่า “ใน MIB INTERNATIONAL คือภารกิจการกวาดล้างเอเลี่ยนครั้งใหม่ครั้งใหญ่กับเหล่าผู้พิทักษ์เจนใหม่ล่าสุด เมื่อบุรุษชุดดำบางคนได้กลับกลายเป็นไส้ศึกในเอ็มไอบี ภารกิจสุดท้าทายการปราบวายร้ายในจักรวาลได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้วครับ การกลับมาครั้งนี้เรามีทีมใหม่มาเสริมทัพครับ

เริ่มจาก “คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบท เอเจนท์ เอช” หนึ่งในเอเจนท์ที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดประจำสำนักงานเอ็มไอบี กรุงลอนดอน เคยกอบกู้โลกมาแล้วครั้งหนึ่งจากเผ่าพันธุ์เอเลียนโฉดชั่วที่มี่ชื่อว่า “เดอะ ไฮฟ์” ครั้งนี้ เขาจะพบตัวเองอยู่ใจกลางการสืบสวนเรื่องของหนอนบ่อนไส้ภายในหน่วยงานของเขา

“เทสซ่า ทอมป์สัน รับบท เอเจนท์ เอ็ม” เจ้าหน้าที่ใหม่ หลังจากที่เคยพบกับเอเลี่ยนและคนพิลึกในชุดสูทสีดำเมื่อวัยเด็ก เธอก็ใช้เวลาอีก 20 ปีหลังจากนั้นเพื่อตามหาและเข้าร่วมงานกับ “เอ็มไอบี” หน่วยงานลับที่คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของเอเลี่ยนบนโลกใบนี้

เธอจะต้องร่วมมือกับเอเจนท์ เอชเพื่อกำจัดหนอนบ่อนไส้ในสำนักงานเอ็มไอบีแห่งกรุงลอนดอน “เลียม นีสัน รับบท ไฮ ที ” เขาคือหัวหน้าเอ็มไอบีสาขาลอนดอน เอเจนท์ในตำนานผู้สูงส่ง ผู้เป็นเหมือนพ่อให้กับเอเจนท์ เอช เขาอยู่กับเอชในคืนที่พวกเขาปกป้องโลกจากพวกเดอะ ไฮฟ์ เขาเพิ่งค้นพบว่าหน่วยงานสาขาลอนดอนของเขามีหนอนบ่อนไส้ เขาจึงมอบหมายให้เอเจนท์ เอ็มและเอช ไล่ล่าตัวหนอนและรักษาองค์กรที่เขารักเอาไว้ให้ได้

“เอ็มม่า ทอมป์สัน รับบท เอเจนท์ โอ” หัวหน้าเอ็มไอบี สาขานิวยอร์ก ด้วยความประทับใจในความพยายามอย่างไม่ลดละของเอเจนท์ เอ็มในการตามหาและเข้าร่วมเอ็มไอบี เธอจึงได้ส่งเอเจนท์น้องใหม่ผู้นี้ออกปฏิบัติภารกิจแรกในลอนดอน ที่ซึ่งโอเริ่มสงสัยว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น และนี่คือการกลับมาอีกครั้งของหน่วยจารชนลับ ที่จะมาพิทักษ์จักรวาลจากภัยคุกคามของเอเลี่ยนครับ”

หนังเขย่าขวัญ hostel นรกรอชำแหละ

Hostel : นรกรอชำแหละ

เขย่าขวัญ หนังจิตๆ โหดๆ ที่มีกลุ่มลักพาตัวนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็คเกอร์ไปทรมานและสังหารอย่างโหดเหี้ยม การมาท่องเที่ยวยุโรปคงไม่สนุกแน่ถ้าพบว่าตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อสังหารโหดจากกลุ่มลักพาตัวกลุ่มนี้ พวกเขาจะเอาชีวิตรอดยังไงมาลุ้นกัน Hostel ถือเป็นผลงานที่ สนุก โหด และลุ้นระทึกอีกเรื่องของผู้กำกับ อีไล ร็อธ

The Fog : หมอกมรณะ หนัง เขย่าขวัญ ตื่นเต้น

The Fog : หมอกมรณะ

เขย่าขวัญ เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่ลุ้นระทึก โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองริมอ่าว ที่ได้ถูกเล่าต่อๆกันมาว่าเคยมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในเมืองโดยมีหมอก ที่มาจากไหนไม่มีใครทราบ พัดผ่านมากลืนกินเมืองนี้และพรากชีวิตผู้คนที่อาศัยหรือมาท่องเที่ยวในเมืองนี้ไป และเหตุการณ์เรื่องเล่านี้ก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้คนในเมืองจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง ภายใต้หมอกนั้นมีอะไรแฝงอยู่ ใครยังไม่เคยดูห้ามพลาดจ้า The Fog

The Mist : มฤตยูหมอกกินมนุษย์

The Mist : มฤตยูหมอกกินมนุษย์

เขย่าขวัญ เป็นหนังที่ถูกนำมาสร้างจากนิยายเขย่าขวัญของ สตีเฟ่น คิงส์ เนื้อ The Mist หาจะกล่าวถึงเมืองแห่งหนึ่งที่ถูกกลุ่มหมอกขนาดใหญ่เบิ้ม ที่พัดมาที่เมืองแห่งนี้ แต่ในหนังไม่ได้มาแค่หมอก ภายใต้หมอกสีขาวยังมีสัตว์ประหลาดสุดโหดที่จะมาไล่ล่าผู้คนในเมืองแห่งนี้ พวกเขาตกเป็นเหยื่อสุดอัตรายและจะเอาชีวิตรอดไปได้ยังไงกับสัตว์ประหลาดที่มาพร้อมกลุ่มหมอก

The Hills Have Eyes :โชคดีที่ตายก่อน

The Hills Have Eyes : โชคดีที่ตายก่อน

เขย่าขวัญ เวอร์ชั่นรีเมกของหนังสยองขวัญสุดโหด ปี 1977 โดยเนื้อหาจะเล่าถึงครอบครัว ครอบครัวหนึ่งที่ต้องเผชิญกับกลุ่มมนุษย์กินคนที่ออกตามล่าพวกเขา ท่านกลางทะเลทรายและภูเขาหิมะ พวกเขาจะเอาชีวิตรอดยังไงจากกลุ่มมนุษย์กินคน ต้องหามาดู ” The Hill Have Eyes ”

Drag Me to Hell : กระชากลงหลุม

Drag Me to Hell : กระชากลงหลุม

หนังเขย่าขวัญอีกหนึ่งผลงานชั้นเยี่ยมของ แซม ไรมี่ เนื้อหาจะกล่าวถึงหญิงสาวที่ปล่อยเงินกู้ และถูกคำสาปชั่วร้าย หลังจากที่เธอได้ไปทำให้หญิงชราคนหนึ่งต้องย้ายออกจากบ้านไป หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็พบเจอแต่เรื่องแปลกๆร้ายๆ เหมือนตกนรกทั้งเป็น Drag Me To Hell ถือเป็นหนังที่ควรค่าแก่การหามาดูอย่างยิ่งอีกเรื่องนึง

Saw : ซอว์ เกมต่อตาย..ตัดเป็น

หนังสยองขวัญอาจจะเป็นของแสลงสำหรับหลายๆ คน แต่บางช่วงเวลาก็เหมาะที่จะนั่งดูหนังเหล่านี้ อย่างเช่น ในช่วงวันฮาโลวีนของฝรั่ง หรือช่วงฤดูร้อนที่ร้อนจนอยากหาอะไรมาทำให้ตัวเย็นและขนลุกตามแนวคิดคนญี่ปุ่น หรือในเวลาที่รวมตัวเพื่อนกลุ่มใหญ่มาดูหนังเรื่องเดียวกัน

หนังสยองขวัญมักจะมีคนที่เสียชีวิตในเนื้อเรื่องอยู่เยอะ หลายเรื่องมีภาคต่อจนกลายเป็นเฟรนไชส์ใหญ่ไม่น้อย รวมไปถึงหนังสยองขวัญเลือดสาดอย่าง ‘Saw’ ที่ในปี 2019 นี้ ก็มีอายุอานามเข้าสู่วัย 15 ปี แล้ว (Saw ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ.2004)

การที่หนังซึ่งมีฉากเสียชีวิตแบบโหดๆ เรื่องนี้มีภาคต่อเนื่องกันมาถึง 8 ภาค และถูกสร้างเป็นสื่ออื่นทั้งการ์ตูนและเกม Saw เองก็ไม่ได้มีแต่ภาพที่ดูรุนแรงไปซะทั้งหมด ถ้าไปถามแฟนๆ ของเฟรนไชส์ หลายคนจะกล่าวว่า เนื้อเรื่องยังมีอะไรที่มากกว่าฉากคนโดนทรมาน หนังแฝงด้วยประเด็นเชิงปรัชญาจึงทำให้หลายคนติดตาม Saw อย่างต่อเนื่อง

แต่กว่าที่ Saw จะผ่ากระแสภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ จนมาถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วต่อจากนี้ Saw จะไปทางไหน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ก่อสร้าง ผ่าร่าง เกมสยอง
ภาพยนตร์เรื่อง Saw เป็นไอเดียของเพื่อนสองคนที่เรียนทำการสร้างภาพยนตร์จากมหาวิทยาลัย Royal Melbourne Institute of Technology ที่ชื่นชอบในภาพยนตร์สยองขวัญเหมือนกัน และมีไอเดียในการทำงาน แต่ปัญหาก็คือ พวกเขาไม่มีเงินมากพอจะสร้างหนังสยองขวัญแบบที่ตลาดเคยทำมาได้ พวกเขาเลยใช้เวลาหลังจากจบการศึกษาไปทำงานอื่นพลางคิดไอเดียที่จะถ่ายทำหนังสยองขวัญที่ใช้งบไม่มากนัก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ลีห์ วันเนล (Leigh Whannell) ก็ได้ไอเดียเกี่ยว ชายสองคนที่ติดอยู่ในห้อง โดยมีศพนอนขวางพวกเขา และมีปืนกับเครื่องอัดเสียง เขารีบโทรไปคุยกับ เจมส์ วาน (James Wan) เพื่อนที่ฝันอยากทำหนังแนวเดียวกัน ทั้งคู่ก็จับเอาไอเดียนี้มาประกอบร่าง ก่อนจะคิดว่าชื่อ Saw เหมาะกับหนังเรื่องนี้ดี

ถึงแม้บทที่ทั้งสองคนร่วมกันเขียนจะออกมาดูดีระดับที่บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ในออสเตรเลียยังแสดงความสนใจ แต่ในช่วงปี ค.ศ.2001 – 2002 นั้นไม่มีนายทุนเจ้าไหนในออสเตรเลียกล้าออกทุนสร้างหนังสยองขวัญ ลีห์กับเจมส์จึงคิดว่า ถ้าแบบนี้พวกเขาอาจจะต้องบินไปขายหนังที่อเมริกามันเสียเลย แต่จะบินเพื่อเอาบทภาพยนตร์ไปอย่างเดียวก็อาจจะโน้มน้าวใจนายทุนไม่ได้ พวกเขาจึงถ่ายทำภาพยนตร์ขนาดสั้นเพื่อให้นายทุนเข้าใจคอนเซปต์ง่ายขึ้น

ตัวหนังสั้นเล่าเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีเลือดเปื้อนตามตัวกับเสื้อ และถูกตำรวจสอบสวนว่าไปเจอกับอะไรมา เขาจึงย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า เขาถูกพาตัวไปยังห้องปิดแห่งหนึ่ง โดยที่เขาโดนถูกมัดกับเก้าอี้และมีกับดักหมีแบบย้อนกลับ (reverse bear trap) ติดอยู่ที่ศีรษะ ก่อนที่ตุ๊กตาบิลลี่ (Billy The Puppet) จะออกมาบอกกับเขาว่า ถ้าอยากรอดจากกับดักพิฆาต จะต้องมีการเล่นเกมกันเสียก่อน โดยเกมนั้นก็คือ การผ่าเอากุญแจที่ซ่อนอยู่ในร่างของชายอีกคน ที่ตอนแรกนอนสงบจนคิดว่าเป็นศพแต่แท้จริงแล้วยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นหนังจะตัดกลับมายังห้องสอบสวนและจบลง

หนังสั้นของเจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล (ที่ภายหลังถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Saw 0.5) ทำให้บริษัทผู้ผลิตหนังและนายทุนหลายเจ้าแสดงความสนใจอย่างยิ่ง กระนั้นชายสองคนที่เดินทางมาจากออสเตรเลียก็เลือกทำงานกับบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ เจ้าหนึ่ง ด้วยการตกลงว่า เจมส์กับลีห์จะได้สร้างหนังออกมาตามที่พวกเขาอยากจะสร้างโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก

แล้วหนังเรื่อง Saw ก็เริ่มถ่ายทำ ด้วยการใช้เงินทุนราวๆ 1,200,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดูเป็นเงินไม่มากนัก แต่ตัวบทนั้นถูกวางมาให้เล่าเรื่องภายในห้องปิด งบเท่านี้จึงไม่ถือว่าน้อยเกินไปนัก หนังออกฉายในช่วงฮาโลวีนของปี ค.ศ.2004 ก่อนจะกลายเป็นภาพยนตร์ม้ามืดที่กวาดรายได้จากทั่วโลกไปราว 103 ล้านเหรีญดอลลาร์สหรัฐ อาจจะเพราะตัวภาพยนตร์มีบทที่ฉลาดเฉลียว และมีกลิ่นอายเชิงปรัชญาที่ใกล้เคียงกับแนวคิดของ เซอเรน เคียร์เคอกอร์ (Søren Kierkegaard) ที่เชื่อว่าคนเราควรจะผ่านความทุกข์ทรมานเพื่อจะได้รับรู้ว่าความหมายในการมีชีวิตคืออะไรแฝงอยู่ เลยทำให้คนดูมองว่านี่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่จับตัวละครมาฆ่าฟันกันเท่านั้น

เกมสยองรวมถึงตัวเจมส์ วาน ที่ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ และลีห์ วันเนล ที่ขึ้นเครดิตเป็นผู้เขียนบท ก็กลายเป็นที่จดจำระดับแมสนับแต่บัดนั้น

จาก Saw ไปถึง Saw III
Saw ภาคแรกจบที่การร่วมมือและหักเหลี่ยมเพื่อเอาชีวิตรอดระหว่าง ดร.ลอว์เรนซ์ กอร์ดอน (Dr. Lawrence Gordon) และชายหนุ่มชื่อ อดัม (รับบทโดย ลีห์ วันเนล ผู้เขียนบท) ในห้องน้ำปิดตายได้สิ้นสุดลง และศพที่นอนอยู่กลางห้องก็ลุกขึ้นมาเปิดเผยตัวเองว่า เขานั่นล่ะ คือ จิ๊กซอว์ (Jigsaw รับบทโดย โทบิน เบล) ฆาตกรผู้ชอบลักพากตัวคนมาเล่นเกมสยองแลกชีวิต และคอยชมการตัดสินใจของคนที่อยู่ในตัวเกมว่าเป็นอย่างไร ระดับที่ยอมปลอมเป็นศพตบตาผู้เคราะห์ร้าย

จะเห็นได้ว่าเนื้อเรื่องของ Saw ภาคแรกยังมีอะไรให้บอกเล่าอีกมาก และเมื่อหนังภาคแรกทำกำไรแบบถล่มทลาย Lionsgate ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหนัง ก็เลยเร่งให้มีการสร้างภาพยนตร์ภาคต่อให้ออกฉายทันในช่วงฮาโลวีนของปี ค.ศ.2005 และก็น่าจะเป็นเรื่องลำบากอยู่ไม่น้อยเพราะมีเวลาไม่มากนัก

โชคดีเล็กน้อยที่ทีมผู้สร้างได้เห็นบทหนังของ แดร์เรน ลินน์ บาวส์แมน (Darren Lynn Bousman) เรื่อง ‘The Desperate’ ที่มีความใกล้เคียงกับ Saw มาก เมื่อเห็นเช่นนี้ ทีมสร้างภาพยนตร์จึงซื้อบทและให้ลีห์ วันเนล ทำการปรับแก้เรื่องราวให้สอดคล้องกับจักรวาลภาพยนตร์ Saw มากขึ้น ทั้งยังให้แดร์เรน ลินน์ บาวส์แมน มารับกำกับภาพยนตร์ด้วยเสียเลย เพราะในขณะนั้น เจมส์ วานติดกำกับภาพยนตร์อีกเรื่องอยู่ นอกจากนี้ เจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล ก็รับหน้าที่เป็น executive producer ของภาพยนตร์อยู่ด้วย

‘Saw II’ สามารถออกฉายได้ตามกำหนดของ Lionsgate แม้จะมีทุนมากขึ้นแต่ก็ยังใช้ในจำนวนไม่มากนักหากเทียบกับหนังฟอร์มใหญ่ และสร้างรายได้มหาศาลอีกครั้ง ช่วยขยายจักรวาลของ Saw ให้กว้างขึ้นอีกเล็กน้อย

ในภาพยนตร์มีการระบุว่า ตัวจริงของ จิ๊กซอว์ คือ จอห์น เครเมอร์ ชายที่ใกล้จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง และเริ่ม ‘เล่นเกม’ เพื่อทดสอบผู้คน ที่เขามองว่ากระทำเรื่องราวบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ดูว่าคนเหล่านั้นจะยอมสูญเสียบางสิ่งในร่างกาย เพื่อแลกกับชีวิตตัวเองหรือไม่ คนที่รอดตายอาจจะต้องเสียอวัยวะ ส่วนคนที่ไม่รอดจากเกม จิ๊กซอว์ก็จะทำการเลาะผิวหนังชิ้นเล็กๆ ออกมาเป็นรูปทรงตัวต่อจิ๊กซอว์ และในภาพยนตร์ภาคต่อนี้ก็มีการเปิดเผยว่า จิ๊กซอว์ไม่ได้ก่อเหตุคนเดียว แต่มี ‘ลูกศิษย์’ อย่าง อแมนด้า ยัง (Amanda Young) ร่วมก่อเหตุและรับช่วงแนวคิดของจิ๊กซอว์อีกด้วย

เมื่อรายได้ยังออกมาดี เรื่องราวก็มีอะไรน่าสนใจมากกว่าการเป็นภาพยนตร์แนว torture porn movies (หนังสยองขวัญที่มีการทำร้ายร่างกายแบบถึงเลือดถึงเนื้อ) ภาพยนตร์ภาคสามจึงได้รับไฟเขียวในการสร้างทันที ซึ่งครั้งนี้เจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล กลับมาร่วมกันเขียนบทอีกครั้ง โดยให้แดร์เรน ลินน์ บาวส์แมน กำกับภาพยนตร์อยู่เช่นเดียวกับภาคสอง และภาพยนตร์ ‘Saw III’ ก็สามารถเข้าฉายได้ทันในช่วงฮาโลวีน ปี ค.ศ.2006

เรื่องราวต่อยอดมาที่การสืบสวนของตำรวจที่พบว่า จิ๊กซอว์ได้ลักพาตัวมาเล่นเกมสยองอีกครั้ง ที่ผิดแผกไปก็คือเหยื่อในเกมนั้นกลับไม่มีทางรอดจากกับดักได้ ต่างกับก่อนหน้านี้ ราวกับว่าฆาตกรจอมวางแผนคนนี้เปลี่ยนไป ในขณะเดียวกัน จอห์น เครเมอร์ กับอแมนด้า ก็เตรียมเกมใหม่ให้ชายหนุ่มกับหญิงสาว ที่ตอนแรกคาดว่าจะเป็นการให้สองคนนั้นต้องเลือกทางที่ถูกต้อง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่เหยื่อรายใหม่ที่ต้องเลือก เพราะเกมนี้คือเกมทดสอบอแมนด้าเช่นกัน ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยความตายของทุกคน และเหมือนว่าเรื่องราวของจิ๊กซอว์ควรจะจบลงที่จุดนี้

อย่างไรก็ตาม โลกทุนนิยมก็ทำให้ภาพยนตร์ Saw ก็ยังดำเนินต่อไป โดยที่ผู้สร้างดั้งเดิมอย่างเจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล ไม่ได้เข้ามาร่วมเขียนบทอีกแต่อย่างใด พวกเขาทำหน้าที่แค่เป็น executive producer ของภาพยนตร์ในจักรวาล Saw เรื่อยมานับตั้งแต่ Saw ภาคที่สอง และน้อมรับว่าภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ลงเอยด้วยการเป็นเฟรนไชส์มักจะไปต่อได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็มีความรู้สึกเหมือน ‘หย่าร้าง’ กับซีรีส์ไปพอสมควร

0 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563- The Man Standing Next

อันดับหนังHD สร้างขึ้นจากนวนิยายชื่อเดียวกัน เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าหน่วย KCIA คิมคยูพยอง(อีบยองฮอน) กับ ประธานาธิบดีพัคชุงฮี (อีซังมิน)ในช่วงปลายยุค 1970s เหตุการณ์อันเลวร้ายที่จบด้วยการลอบสังหารที่เกิดขึ้นในปี 1979

40 วันก่อนการลอบสังหาร พัคยองกัก(กวักโดวอน) อดีตหัวหน้าหน่วย KCIA ที่ถูกเนรเทศไปก่อนหน้านี้ ขึ้นเป็นพยานต่อสู้กับรัฐบาลเกาหลีใต้ในการพิจารณาคดีที่สหรัฐฯ คิมคยูพยองวางแผนที่จะหยุดพัคยงกักเอาไว้

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563- DELIVER US FROM EVIL

อันดับหนังHD เกิดคดีลักพาตัวน่าสะเทือนขวัญขึ้นในประเทศไทย อินนัม (ฮวังจองมิน) นักฆ่าสัญญาจ้างที่เพิ่งปิดจ๊อบสุดท้ายเสร็จ พบว่าเด็กที่หายไปอาจเป็นญาติใกล้ชิดของเขา เขาเดินทางมายังประเทศไทยทันทีเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ และขอความช่วยเหลือจาก ยูอิ (พัคจองมิน) พวกเขาร่วมกันแข่งกับเวลาอันจำกัดเพื่อตามหาเด็กที่ถูกลักพาตัวไป

ในขณะเดียวกัน เรย์ (อีจองแจ) พบว่าพี่ชายแท้ ๆ ของเขาถูกอินนัมฆ่า เขาจึงติดตามไล่ล่าอินนัม โดยทิ้งศพไว้กลาดเกลื่อนขณะปฏิบัติภารกิจไล่ล่าเพื่อล้างแค้น

เกมไล่ล่าสุดอันตรายของอินนัมกับเรย์จึงเปิดฉากขึ้น และทั้งคู่ต้องสะสางให้มันจบที่นรก!

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-Peninsula

อันดับหนังHD จองซอก(คังดงวอน) นายทหารที่หนีรอดมาจากหายนะเชื้อร้ายครั้งที่ผ่านมา ต้องมาเผชิญหน้ากับความสยองขวัญอีกครั้งเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำภาระกิจลับ ด้วยโจทย์ง่ายๆเพียงสองข้อคือ เอากลับมา กับ เอาตัวรอด
เมื่อทีมของเขาต้องรวมกันแบบไม่คาดคิด ชีวิตของพวกเขาไม่ว่าจะ ดี หรือว่า ร้าย ขึ้นอยู่กับว่า ธรรมชาติของมนุษย์มีชัยเหนือสถานการณ์หรือไม่!

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-HITMAN: AGENT JUN

ยอดจำหน่ายตั๋ว : 2,406,232 ใบ
วันที่เข้าฉาย : 22 มค. 2020
นักแสดง : ควอนซังอู จองจุนโฮ
กำกับ : ชเววอนซอบ จุน(ควอนซังอู) สายลับ NIS ฝีมือระดับพระกาฬ ตัดสินใจจัดฉากการตายของตัวเอง เพื่อหนีออกไปตามความฝันในการเป็นนักเขียนการ์ตูน หลังได้ทำตามฝัน การ์ตูนของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที จนวันนึงลูกของเขาแนะนำให้เอาเรื่องชีวิตของตัวเองมาเขียน เขาทำตามนั้น และเผลอกดโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งการ์ตูนเรื่องนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องลับๆระหว่างที่เขาเป็นสายลับอยู่

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-ASHFALL

อันดับหนังHD

เมื่อเกิดเหตุภูเขาไฟเพ็กตูปะทุครั้งใหญ่ตามการคาดการณ์ของ ดร.คังบงแร (มา ดงซอก) นักธรณีวิทยาที่เสนอแผนให้นำระเบิดนิวเคลียร์ไปวางยังใกล้ปล่องภูเขาไฟเพื่อหยุดวิกฤติครั้งนี้ งานนี้ชะตากรรมของสองเกาหลีจำต้องพึ่งพาทีมปฏิบัติการสุดระห่ำนำโดย โจ อินชาง (ฮา จองอู) เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดชาวเกาหลีใต้ที่ต้องมาปฏิบัติงานในวันสุดท้ายก่อนเกษียณเพื่อไปใช้ชีวิตกับ จียอง (แพ ซูจี)

ภรรยาท้องแก่ แต่ภารกิจครั้งนี้กลับอันตรายกว่าครั้งไหน ๆ เมื่อต้องอาศัยนักโทษที่รู้หนทางไปโจรกรรมหัวรบนิวเคลียร์ที่ทางเกาหลีเหนือซ่อนไว้อย่าง ลี จุนพยอง (อี บยองฮอน) สายลับสองหน้าชาวเกาหลีเหนือสารพัดพิษที่หวังใช้ภารกิจนี้เพื่อกลับไปไถ่บาปส่วนตัว เมื่อธรณีพิโรธ ! เจอกับคนคลั่ง ! การหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่อเอาไฟไปสู้ไฟต้องพึ่งทีมพระกาฬอย่างพวกเขามากกว่าครั้งไหน ๆ

ลำพังแค่พลอต Ashfall ก็ทำให้นึกถึงหนังฮอลลีวูดดัง ๆ ในอดีตเพียบ ยิ่งมีฉากไปช่วยนักโทษแหกคุกเพื่อทำภารกิจกู้โลกก็ทำให้นึกถึง The Rock (199ุ6) และพอมีภูเขาไฟระเบิด โอ้โหทีนี้ลิสต์หนังฮอลลีวูดดัง ๆ มาเพียบลำพังแค่ยุค 90s ก็มีทั้ง Volcano (1997) และ Dante’s Peak (1997) ยังไม่พอ เมื่อมีภารกิจเอานิวเคลียร์ไปกู้วิกฤติก็แน่นอนงานนี้หนังดังอย่าง Armageddon (1998) ก็มาจนเรียกได้ว่า Ashfall ก็ไม่ต่างจากหนังเกาหลีสายบันเทิงทั่วไปที่เป็นเหมือนร่างทรงหนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ดัง ๆ อีกที แต่บอกแบบนี้อย่าพึ่งนึกว่าหนังจะลอกโครงเรื่อง

ฉาก หรืออะไรจากหนังดัง ๆ มาแบบหน้าด้าน ๆ นะครับ ตรงกันข้าม ผู้กำกับอย่าง อี ฮเยจุน และ คิม บยองซู กลับเอาวัตถุดิบสไตล์แฮมเบอร์เกอร์มาผัดรวมวัตถุดิบชั้นดีของหนังเกาหลีอย่างพลอตดราม่าสะเทือนอารมณ์ และการแสดงแบบเชื่อมือได้จากนักแสดงแถวหน้าของประเทศควบคู่ไปกับงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่พยายามทำให้ทัดเทียมกับฮอลลีวูด จนผลลัพธ์ของหนังออกเป็นหนังบันเทิงที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างขยันขันแข็ง ดูไปเหงื่อซึมมือ ดูไปน้ำตาซึม แถมเคล้าเสียงหัวเราะแบบไม่ขาดแคลนอารมณ์ขันเลยแหละ

อีกจุดที่ทำให่หนังโดดเด่นคือการเล่นกับประเด็นการเมืองตั้งแต่เรื่องเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ที่ดูจะเอาเป็นประเด็นที่ทำให้หนังเริ่มแตะการเมืองเบา ๆ อย่างการให้ทหารเกาหลีใต้ไปช่วยนักโทษเกาหลีเหนือที่เป็นคนทรยศชาติก็ทำให้เห็นว่า ท้ายที่สุดเมื่อเกิดปัญหาทางเกาหลีใต้ก็พร้อมจะลงมาทำตัวเป็นฮีโรมากกว่า แถมในหนังยังมีภาพรูปปั้นท่านผู้นำถล่มจนกองบนพื้นก็แอบสะท้อนภาพชาตินิยมที่แอบกัดทางฝั่งเกาหลีเหนือว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ ก็น่าจะทำให้ประชาชนยิ่งลำบากไปกันใหญ่ เพราะระบอบเผด็จการไม่น่าทำให้คนมีความสุขได้

แต่ช้าก่อน..หากคิดว่าหนังจะเล่นงานแค่เกาหลีเหนือฝั่งเดียว เพราะแท้จริงหนังยังแอบใส่การจิกกัดเกาหลีใต้ด้วยการที่ภารกิจต้องถูกขัดขวางเพียงเพราะ “ไอ้กัน” อยากจะยึดหัวรบนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือซ่อนไว้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น แถมมีเรื่องคนเกาหลีที่ถูกช่วยเหลือหลังจากชาวอเมริกันได้อพยพอีกก็สะท้อนภาพผู้นำอ่อนแอจนสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาทในประเทศได้อย่างเจ็บแสบทีเดียว

แต่หากมอง Ashfall ในฐานะหนังหายนะภัย ก็คงต้องบอกว่ามันไม่ได้ชวนเซอร์ไพร์สในแง่เทคนิคอะไรมากนัก เพราะบอกตามตรงว่าหลายซีน ซีจี ก็ยังไม่ได้ดีมาก ส่วนฉากที่ภูเขาไฟระเบิดแล้วสร้างความวินาศสันตะโรก็ทำได้ตื่นเต้นดี แต่ยังไม่ถึงขั้นชวนว้าวเหมือนตอนเราดูหนังภูเขาไฟดัง ๆ ที่กล่าวถึงไปในย่อหน้าที่แล้วเท่าไหร่ แล้วอะไรล่ะคือจุดเด่นของมัน ก็ต้องตอบว่าเป็นการใส่ดราม่าและซับพลอตที่ซับซ้อนนี่แหละ เพราะภายใต้พลอตหนังหายนะ มันยังซ่อนทั้งเรื่องราวโรแมนติกระหว่าง โจ อินชาง และ จียอง เมียท้องแก่ที่สัญญากันว่าจะหนีไปด้วยกันให้ทันมาคอยทำให้เราเอาใจช่วย

โดยเฉพาะการดึง แพ ซูจี ที่เพิ่งฮอตจากซีรีส์ Netflix สุดดังอย่าง Vagabond มาเพิ่มความสดใสและด้านโรแมนติกให้เรื่องราว นอกจากนี้ยังมีเรื่องดราม่าความผิดบาปในอดีตของ ลี จุนพยอง ที่ได้ อี บยองฮอน ดาราเกาหลีอินเตอร์มาเล่นดราม่าจนทำให้จากตัวละครที่คนดูพร้อมจะเกลียดกลายเป็นเกลียดไม่ลงเมื่อรู้ว่าเขาทำทุกอย่างเพียงเพื่อไถ่บาปต่อคนสำคัญในชีวิต หรือจะเป็นแนวหนังรักชาติที่สื่อผ่านตัวละคร ดร.คังบงแร ของ มา ดงซอก จาก Train to Busan หนังซอมบี้สุดดังที่ส่งให้เขากลายเป็นดาราระดับนานาชาติ เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนผสมต้นตำหรับเกรดเอที่ทำให้ Ashfall กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ดูสนุกและลุ้นเหงื่อซึมมือ บวกกับบทหนังที่ดีในแง่การให้ความบันเทิงเพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ใจร้ายกับตัวละครเหลือเกิน และเมื่อมาเกิดกับตัวละครที่คนดูเทใจให้ก็ย่อมทำให้เราอดลุ้นตามไม่ได้เลยสักวินาที

กล่าวอย่างไม่เวอร์เกินจริงก็ต้องบอกว่า Ashfall เหมาะเป็นหนังดูเพื่อความบันเทิงแบบไม่คิดมาก หนังมีการใส่สถานการณ์มาให้เราลุ้นระทึกได้ตลอด บางเหตุการณ์ก็อาจไม่เมกเซนส์บ้าง แต่พอมันเกิดกับตัวละครที่่ถูกปูไว้ดีแล้ว-คนดูหลงรักและเห็นใจก็ทำให้ยากที่จะไม่เอาใจช่วยพวกเขาและเธอไปตลอดเรื่องกันเลยเชียวแหละ

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด 2563-#Alive

#Alive อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เกาะกระแส asset ใหม่ ‘ซอมบี้สัญชาติเกาหลี’ (K-ZOMBIE)

ซึ่งกลายเป็นของเด่นของดังให้งานบันเทิงเกาหลีผงาดขึ้นเรียกความสนใจจากทั่วโลก ทั้งๆที่ผีดิบซอมบี้มีมานานแล้วจากฟากบันเทิงตะวันตก แต่เหมือนการกลายพันธุ์แตกยีนใหม่ที่ต่างรูปลักษณ์ต่างอรรถรส มีเสน่ห์โดนใจ หลังการกำเนิดครั้งแรกอย่างฮือฮาจาก Train to Busan และการเลี้ยงกระแสตามมาของ Ramphant, Kingdom, Peninsula และอีกบางเรื่องที่หยิบไปดัดแปลงใช้เป็นกิมมิคบ้าง ก็คงอาจจะดูจืดๆไปบ้างถ้าจะเจอหนังซอมบี้มาขายซ้ำในวิถีเดิมๆอีก

แต่ #ALIVE มีมุมน่าสนใจในการหยิบซอมบี้มาเป็นบทสำคัญในการสร้างเรื่องราวการเผชิญหน้าจัดการปัญหา และการเติบโตทางความคิดของเด็กหนุ่มธรรมดาๆในสังคมคนหนึ่ง เด็กหนุ่มที่แอคทีฟเก่งกล้าเป็น somebody ในโลกเกมออนไลน์ แต่การไฟต์ติงเพื่อรอดในชีวิตจริงแบบเป็น nobody ไม่ประสีประสาทักษะชีวิตอื่นๆ ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอ ถึงคราวเจอก็ออกจะอยากมองข้ามด้วยซ้ำ อยากทิ้งให้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ของสังคมด้วยมุมมองของเด็กติดเกมที่มักไม่สนใจเรื่องใดๆรอบตัวอยู่แล้ว แม้แต่คำพูดของแม่เตือนให้ไปเรียนไปซื้อของกินยังถูกละเลยเสมอ

หนังมีนัยในการสื่อการย้ายโลกทัศน์ของเขาออกจากจอคอมหรือเกมซึ่งมีเพื่อนๆเยอะก็จริง ออกมาเจอเพื่อนใหม่ในโลกจริงออฟไลน์ ที่แม้จะมีแค่คนเดียวในสถานการณ์วิกฤตนี้ ก็สุดแสนจะมีค่า แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนมุมดีๆอีกด้านของสื่อโซเชียลในโลกยุคดิจิตอล ที่เหมือนลมหายใจเข้าออกของคนยุคนี้ ให้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้คนรอดตายหายใจได้ต่อไป

โอจุนอู (รับบทโดย ยูอาอิน) เด็กวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านอพาร์ตเมนต์ กับพ่อแม่และพี่สาว เขามักโดดเรียนประจำ เพราะติดเกม ตื่นสายและเอาแต่ฝังตัวอยู่ในห้องเล่นเกมช่ำชองจนมีเพื่อนในเกมออนไลน์เยอะแยะ วันหนึ่งที่เขาตื่นมาลำพังในบ้าน แล้วพบกับความโกลาหลรอบอพาร์ตเมนต์ที่อาศัยอยู่ เพราะมีฝูงซอมบี้วิ่งไล่กัดผู้คน ซึ่งพากันวิ่งหนีอย่างแตกตื่นทั้งด้านนอกและในอาคารทั่วบริเวณละแวกบ้าน

จากข่าวรายงานว่า อาการซอมบี้ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนี้ เป็นที่ถกเถียงจนเชื่อว่าคือโรคติดเชื้อจากไวรัส (ช่างดูเข้ากับบรรยากาศโควิด-19 ระบาดเลย) ที่เข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว ทำให้คนเราเปลี่ยนไปมีพฤติกรรมความรุนแรง หิวโหยไล่กัดกินเนื้อคน คนถูกกัดก็จะติดเชื้อออกอาการซอมบี้ ลามระบาดกันต่อๆไป เบื้องต้นทางการก็ได้แต่เตือนให้ประชาชนอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือสัมผัสผู้คนที่ติดเชื้อ ใครๆก็ไว้วางใจไม่ได้ แต่ถ้าต้องหลบตัวเงียบๆอย่างหวาดระแวงอยู่อย่างนี้ต่อเนื่องนานหลายๆวัน หรือเป็นเดือน ชีวิตจะเป็นอย่างไร คงไม่ง่ายหรอก

ไม่เพียงความ ‘โดดเดี่ยวลำพัง’ (ตามชื่อหนังเดิมว่า #Alone) ที่เขากำลังเผชิญเองคนเดียว แต่ยังโดนซ้ำเติมด้วยการถูกตัดขาดการสื่อสาร อินเตอร์เน็ต น้ำไฟ สำหรับคนยุคนี้ก็คงเปรียบเหมือนการขาดแขนขา ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไปไม่เป็นกันเลยเชียว

ยูบิน (รับบทโดย พัคชินฮเย) เป็นหญิงสาวอีกคนที่ยังรอดพ้นจากการติดเชื้อ และยังหลบอยู่ในบ้านอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามกับจุนอูโดยลำพังเช่นกัน ซึ่งจุนอูเพิ่งมาพบเห็นเธอภายหลังจากที่ตัวเองผจญภัยกับซอมบี้ไปอย่างทุลักทุเล จนจวนจะสิ้นสุดความอดทนกับการต่อสู้เพียงลำพังไปซะละ ยูบินจะมาเป็นทั้ง ‘ตัวช่วย’ และ ‘เพื่อน’ คนใหม่ คนเดียวที่มีค่ามากสำหรับจุนอู การได้พบกับยูบิน เหมือนได้แรงบันดาลใจและความหวังที่จะผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายนี้ไปด้วยกันให้ได้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา

เรียกได้ว่า หนังเรื่องนี้จะโฟกัสโมเมนท์การเผชิญหน้ากับปัญหาและเอาชีวิตให้รอดพ้นจากอันตรายของซอมบี้ หนังลดทอนรายละเอียดบริบทอื่นๆออกไป และจะดำเนินเรื่องให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครจุนอูที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ทั้งการมองปัญหา การเรียนรู้วิธีการเอาชีวิตรอด และความคิดการตัดสินใจ แซมด้วยฉากแอคชันตื่นเต้นลุ้นหวาดเสียวบ้างเป็นครั้งคราว ฉากกดดันความรู้สึก ชวนอึดอัด หรือแม้กระทั่งความหดหู่สิ้นหวัง ซึ่งก็ยังมีสลับหยอดความหวังมาชูใจบ้าง ให้คนดูคอยตามติดลุ้นกลับไปกลับมาว่า เขาจะปลอดภัยได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะไม่เพียงต้องสู้กับซอมบี้ แต่ต้องสู้กับความกลัว สู้กับใจตัวเองด้วย

โดยสรุป จึงเป็นความสนุกในแบบที่ต้องไม่ตั้งความคาดหวังแอคชันกระหน่ำ หรือทริลลิงสุดระทึก หรือเรื่องราวที่มาที่ไปมากมาย แบบหนังซอมบี้อื่นๆที่เคยชมมา เพราะหนังเรื่องนี้คงตั้งใจให้ผู้ชมโฟกัสกันไปที่ how to be alive ทั้งความหมายตรงตามตัวอักษร (literally) และ ความหมายนัยที่แฝงไว้เป็นสาระให้เอาไปคิดต่อกันค่ะ

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4

หนังไทยHD ปีที่ฉาย: 2554
นักแสดง: พันเอกวันชนะ สวัสดี, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, นพชัย ชัยนาม, อินทิรา เจริญปุระ, จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์, สรพงษ์ ชาตรี, ดอม เหตระกูล, นภัสกร มิตรเอม, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (สุริโยไท, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
ทำไมถึงดัง: หนังภาค 4 จากทั้งหมด 6 ภาคของหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร หากไม่นับภาค 1 และ 2 ที่ดูจะลงตัวในแง่ของการเป็นหนังมากกว่าการบอกเล่าเรื่องราวตามตำนาน ภาคนี้ที่เว้นระยะห่างจาก 2 ภาคแรกเป็นภาคที่สนุกที่สุดในจำนวน 4 ภาคหลัง จนหลายคนแซวว่า มีแค่ภาค 1 2 และ 4 ก็พอแล้ว
เรื่องย่อ: ผลจากการปราชัยของหงสาวดีในภาค 3 ยุทธนาวี จากศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งทำให้พระเจ้านันทบุเรงทรงตระหนักในพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวร จึงทรงยกทัพใหญ่มาบุกอโยธยา นำโดยพระมหาอุปราชา มังจาปะโร และลักไวทำมู กิตติศัพท์ความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามของพระเจ้าหงสาที่ยกทัพเข้ามานี้ อโยธยาเอาพระนครเป็นที่มั่น จัดทัพเป็นกองโจรคอยเที่ยวตัดลำเลียงเสบียงอาหารข้าศึก ในตอนท้ายของเรื่อง สมเด็จพระนเรศวรทรงออกไปตีค่ายหลวงพม่า พม่าจึงใช้ทหารล่อให้พระองค์ไล่ตีเข้ามาจนถึงบริเวณที่ลักไวทำมูซุ่มรออยู่ แต่สมเด็จพระนเรศวรจึงใช้พระแสงทวนแทงลักไวทำมูตายสุดท้ายกองทัพพม่าจึงถอยทัพกลับไป แต่ขณะเดียวกันพระราชมนูทหารเอกก็ถูกจับตัวไปเป็นเชลย

Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน

หนังไทยHD ปีที่ฉาย: 2562
นักแสดง: นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เจสัน ยัง
ผู้กำกับ: ชยนพ บุญประกอบ (Suckseed ห่วยขั้นเทพ, เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ)
ค่ายหนัง: GDH
ทำไมถึงดัง: หนังร้อยล้านเรื่องล่าสุดของค่าย GDH ที่หวังจะแจ้งเกิดนักแสดง นาย-ณภัทร ในหนังที่รับบทนำเต็มตัวเรื่องแรก แล้วก็ประสบความสำเร็จ ด้วยเพราะมีนางเอกอย่าง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก จาก สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก (2553) ปี 2562 เป็นปีที่มีผลงานดัง ๆ มากมาย หนังอาจดูง่ายไม่เหมือนหนังอย่าง เพื่อนสนิท (2548) ที่เป็นหนังแอบรักเพื่อนสนิทเหมือนกัน แต่ก็เบาสมองและดูเพลินจนจบ
เรื่องย่อ: “ปาล์ม” คือ หนึ่งในคนที่ติดอยู่ในเฟรนด์โซนของ “กิ๊ง” เพื่อนสนิทของเขามานานเป็น 10 ปี ปาล์มเคยพยายามจะออกจากเขตแดนพิเศษนี้ ด้วยการสารภาพรักกับกิ๊งไปตอน ม.ปลาย แต่ถูกกิ๊งปฏิเสธง่าย ๆด้วยคำว่า “เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว” นับจากวันนั้น ปาล์มกับกิ๊งก็เป็นยิ่งกว่าเพื่อนสนิท ทุกครั้งที่ปาล์มเลิกกับแฟนไม่ว่ากี่คนต่อกี่คน กิ๊งก็จะคอยด่าเตือนสติ และถ้ากิ๊งมีปัญหาทะเลาะกับแฟน สจ๊วตอย่างปาล์มก็พร้อมจะบินไปหาทันที ไม่ว่ากิ๊งจะอยู่ที่ไหน จะพม่า มาเลย์ หรือฮ่องกง จนเมื่อกิ๊งมีปัญหากับพี่เท็ด แฟนคนปัจจุบัน นี่อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญและครั้งสุดท้ายที่จะได้พิชิตใจกิ๊ง ถ้าไม่ออกจากเฟรนด์โซนก็ต้องถึงเวลาตัดใจจากกิ๊งและเลิกเป็นเพื่อนกันเสียที

แฟนฉัน (137.30 ล้านบาท)

หนังไทยHD ปีที่ฉาย: 2546
นักแสดง: แน็ค-ชาลี ไตรรัตน์, โฟกัส จีระกุล, แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, ชวิน จิตรสมบูรณ์
ผู้กำกับ: คมกฤษ ตรีวิมล (เพื่อนสนิท), ทรงยศ สุขมากอนันต์ (ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น), วิทยา ทองอยู่ยง (น้อง.พี่.ที่รัก), นิธิวัฒน์ ธราธร (คิดถึงวิทยา), อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (รถไฟฟ้า มาหานะเธอ), วิชชา โกจิ๋ว
ค่ายหนัง: 365 ฟิล์ม โดย จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส / ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ / หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
ทำไมถึงดัง: ลบคำสบประมาทของวงการหนังไทยที่บอกว่า “หนังเด็กไม่เคยทำเงิน” ในเวลานั้นไม่เคยมีใครคิดว่าหนังจากค่ายหนังที่ยังไม่ทันรวมตัวได้สนิทของ 3 ยักษ์ใหญ่อย่างฝ่ายผลิตหนังไทยในเครือค่ายเพลงแกรมมี่ ค่ายหนังไทยผู้คร่ำหวอดอย่างค่าย ไท ที่มีผลงานทำเงินเป็นหนังอย่าง สตรีเหล็ก (2543) และบริษัทโปรดักชันอย่างหับ โห้ หิ้น จะดันเด็กจบใหม่ 6 คนจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โดยการชักนำของรุ่นพี่อย่างจิระ มะลิกุล) ทำหนังย้อนวัยหวาน (ช่วงปี 2528) ที่เรียกกันว่า Nostalgia Theme ออกมาได้โดนใจคนวัย 30-40 ปีที่เป็นกำลังซื้อสำคัญในตอนนั้น ให้ได้กลับไปฟังเพลงของวงสาว สาว สาว หรือ 18 กะรัต ได้ไปเห็นบ้านเมืองเมื่อ 20 ปีก่อนที่ไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว และหวนนึกถึงคนในความทรงจำสีจางที่อาจจะได้พบหรือไม่ได้พบกันอีก
เรื่องย่อ: เจี๊ยบในวัยผู้ใหญ่ตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไปงานแต่งงานของน้อยหน่าเพื่อนสนิทวัยเด็กเมื่อ 30 ปีก่อนที่ต่างจังหวัดทั้งที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ภาพความหลังย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ ทั้งเรื่องราวของแก๊งเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงที่ไม่ค่อยญาติดีและชอบแกล้งกัน มิตรภาพความผูกพันของเจี๊ยบและน้อยหน่าดูจะเป็นสิ่งต้องห้ามระหว่างทั้งสองแก๊ง จนกระทั่งเจี๊ยบต้องเลือกว่าจะคบกับเพื่อนผู้ชายหรือน้อยหน่าต่อไป

รถไฟฟ้า มาหานะเธอ (138.63 ล้านบาท)

ปีที่ฉาย: 2552
นักแสดง: เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, คริส หอวัง, แพตตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา, โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ
ผู้กำกับ: อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (หมากเตะรีเทิร์นส์, รัก 7 ปี ดี 7 หน ตอน 21/28)
ค่ายหนัง: GTH
ทำไมถึงดัง: แม้ว่าเคน-ธีรเดช ดาราหนุ่มที่กำลังฮอตสุด ๆ จากวงการละครโทรทัศน์ในเวลานั้น จะเคยเล่นหนังมาบ้างทั้ง โกซิกซ์: โกหก กะล่อน ปลิ้นปล้อน ตอแหล (2543) และ ข้างหลังภาพ (2544) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้ (รวมถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดของเคนด้วย) นี่จึงเป็นหนังล้างคำสาปของเคนแท้ ๆ และก็ยังแจ้งเกิดนางเอกคริส หอวังในฐานะนางเอกเต็มตัว โดยตัวละครของเธอเป็นตัวแทนของสาวโสดวัย 30 ทั้งประเทศ
เรื่องย่อ: “เหมยลี่” เมาหัวราน้ำระหว่างขับรถกลับบ้าน แต่ก็ขับรถไถข้างทางจนกระจกข้างรถกระเด็นออกไป เธอได้พบกับ “ลุง” (เคน-ธีรเดช) ผู้เข้ามาช่วยดูเครื่องยนต์รถที่สตาร์ตไม่ติดให้ หลังจากนั้นลี่ก็ได้พบกับลุงอีกครั้งบนสถานีรถไฟฟ้า ครั้งนี้ลี่ทำแว่นตาเรย์แบนของลุงหล่นไปจนพัง ลี่ได้ปรึกษารุ่นน้องแถวบ้านที่ชื่อ “เพลิน” (แพตตี้-อังศุมาลิน) ที่ให้ช่วยแนะนำวิธีจีบลุงให้สำเร็จ ระหว่างนั้นเอง ก็มีเหตุให้ลี่เก็บกระเป๋าของลุงเอาไว้ ในนั้นลี่พบของหลายอย่าง รวมถึงฟิล์มถ่ายรูปของแฟนเก่าของลุงที่ตอนนี้กลายเป็นดาราดังไปแล้ว รูปของลุงกับแฟนเก่าเกิดหลุดไปตอนลี่ไปล้างฟิล์ม แต่ลุงก็บอกว่าไม่เป็นไร และอธิบายให้ลี่เข้าใจว่าเขาเลิกกันเพราะเวลาไม่ตรงกัน ซึ่งก็อาจจะเป็นปัญหาเดียวกันถ้าเหมยลี่จะคบกับลุง เพราะลุงจะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนีในอีก 2 วัน ทำให้เหมยลี่ต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าจีบลุงต่อไหม

ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะ เฟค (140.01 ล้านบาท)

ปีที่ฉาย: 2562
นักแสดง: ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ปิงปอง ธงชัย, เพชร เผ่าเพชร, เต๋อ รัฐนันท์, พีค ภัทรศยา, กรรณ สวัสดิวัตน์, เจเจ กฤษณภูมิ
ผู้กำกับ: กิตติภัค ทองอ่วม
ค่ายหนัง: GDH
ทำไมถึงดัง: หนังที่เข้าทำเนียบ 100 ล้านเรื่องล่าสุดของประเทศไทยและของ GDH กับการสานต่อนำซีรีส์ที่มีที่มาจากแฟนเพจดังของ “ช่า บันทึกของตุ๊ด” และทำเป็นซีรีส์มาแล้ว 2 ซีซันมาต่อยอดเป็นหนังใหญ่ เสริมทัพความปังด้วยนักแสดงระดับแม่เหล็กของวงการอย่าง “แม่ชม-ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่ก็เคยมีหนังตลก 100 ล้านอย่าง คุณนายโฮ (2555) มาแล้ว ยิ่งทำให้หนังทะยานข้ามหลัก 100 ล้านและกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของปี 2562 ที่เพิ่งผ่านมา (อ่านรีวิวฉบับเต็มของ WTF ได้ที่นี่)
เรื่องย่อ: งานเข้าเหล่าแก๊งตุ๊ดทันทีเมื่อ “เคที่” (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) ซุปตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยดันประสบอุบัติเหตุจากเหงื่อเจ้ากรรมของ “อีกอล์ฟ” (ปิงปอง ธงชัย) จนโคม่า งานนี้นางเลยแท็กทีม 2 เพื่อนตุ๊ดทั้ง “กัส” (เพชร เผ่าเพชร) ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง “วิน” (กรรณ สวัสดิวัตน์) แฟนใหม่แสนดี กับ “ท็อป” (เจเจ กฤษณภูมิ) แฟนเก่าสุดหล่อชวนใจสั่น, “คิม” (เต๋อ รัฐนันท์) ศจีสาวตกสวรรค์แถมจมูกพังกลางอากาศ และอีก 1 เพื่อนดี้อย่าง “แน็ตตี้” (พีค ภัทรศยา) ที่แม่ขู่จะยกมรดกให้แมวหากนางไม่ยอมมีลูก ทั้งสี่ต้องร่วมภารกิจแปลง “เจ๊น้ำ” (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) แม่ค้ากะหรี่ที่มีเพียงใบหน้าที่ไปศัลย์ฯ มาจนเหมือนคุณเคที่ มาเฟคเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในงานถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญก่อนจะถูกฟ้องจนหมดตัว

หลวงพี่เท่ง (141.86 ล้านบาท)

  • ปีที่ฉาย: 2548
  • นักแสดง: เท่ง เถิดเทิง, สาวิกา ไชยเดช, โน้ต เชิญยิ้ม, สมชาย ศักดิกุล, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, มรกต มณีฉาย, เอ็ดดี้ ผีน่ารัก, หม่ำ จ๊กมก, สราวุฒิ พุ่มทอง, เฉื่อย เถิดเทิง
  • ผู้กำกับ: โน้ต เชิญยิ้ม
  • ค่ายหนัง: พระนครฟิลม์
  • ทำไมถึงดัง: หนังที่ทำเงินสูงสุดของปี 2548 ด้วยความฉลาดที่เอาหนังตลกมารวมกับเรื่องราวของพระ สร้างสรรค์เป็นความสนุกที่เข้าถึงผู้ชมกลุ่มชาวบ้านได้อย่างดี ทำให้หนังที่เป็นงานกำกับของโน้ต เชิญยิ้ม กลายเป็นหนังดัง (ทำเงินที่สุดของค่ายพระนครฟิลม์ที่อยู่คู่วงการหนังไทยช่วง ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน) นำแสดงโดยตลกร้อยล้อน “เท่ง เถิดเทิง” จากรายการโทรทัศน์ชิงร้อยชิงล้าน และหนังก็มีภาคต่อที่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกันออกมาภาค 2 นำแสดงโดยโจอี้ บอย ภาค 3 โดยน้อย วงพรู และ ภาค 4- 5 (โดยค่าย M Pictures) นำแสดงโดย แจ๊ส ชวนชื่น
  • เรื่องย่อ: “หลวงพี่เท่ง” (เท่ง เถิดเทิง) อดีตนักเลงเก่าที่กลับตัวเปลี่ยนใจมาบวชเป็นพระ ท่านย้ายมาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งชาวบ้านกำลังเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา ด้วยการหันไปพึ่งพาความเชื่อทางไสยศาสตร์ของแก๊งลวงโลกที่มี “พ่อเพิ่ม” (สมชาย ศักดิกุล) และ “พะเนียง” (สาวิกา ไชยเดช) ลูกสาวที่หลอกเป็นเจ้าเข้าทรง หลวงพี่เท่งตั้งใจจะพัฒนาจิตใจของชาวบ้านให้ดีขึ้นให้ได้ โดยมี “มัคทายกส่ง” (โน้ต เชิญยิ้ม) และ “เพี้ยน” หรือ “คุณมานะ” (สราวุฒิ พุ่มทอง) 2 ลูกศิษย์วัดคอยช่วย แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อพะเนียงเกิดเปลี่ยนใจจะเลิกหลอกลวงชาวบ้าน พ่อเพิ่มจึงร่วมมือกับ “นายพัฒนา” (เฉื่อย เถิดเทิง) นักการเมืองท้องถิ่นที่จะลงสมัคร อบต. ใส่ความหลวงพี่เท่งให้ออกไปพ้นจากวัด

Ant-Man

อันดับหนังHD เป็นเรื่องปกติที่ขาใหญ่แห่งวงการซูเปอร์ฮีโร่อย่างมาร์เวล จะส่งผลงานโกยเงินในกระเป๋เหมือนเช่นทุกปี โดยในปี 2015 ทางสตูดิโอส่งหนังเรื่อง Ant-Man ลงสนามในวันเมืองไทย 30 กรกฎาคม ผ่านฝีมือของผู้กำกับ เพย์ตัน รี้ด (Peyton Reed) และวางตัวให้ พอล รัดด์ (Paul Rudd) มารับบท สก็อตต์ แลง และไมเคิล ดั๊กลาส (Michael Douglas) มารับบท ดร. แฮงก์ พิม

Mad Max : Fury Road

อันดับหนังHD สิ้นสุดการรอคอยเสียทีสำหรับหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ Mad Max : Fury Road เพราะหลังจากล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลาหลายปี ผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) ก็สานต่อหนังเรื่องนี้จนสำเร็จและ พร้อมเข้าฉายในเมืองไทย 14 พฤษภาคม 2015 นำแสดงโดย ทอม ฮาร์ดี้ (Tom Hardy), ชาร์ลีซ เธอรอน (Charlize Theron) และนิโคลัส ฮอลท์ (Nicholas Hoult)

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Spectre

อันดับหนังHD หนังสายลับ เจมส์ บอนด์ ภาคที่ 24 กลับมาอีกครั้งในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Spectre โดยได้ผู้กำกับ แซม เมนเดส (Sam Mendes) และดารานำ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) กลับมาระเบิดความมันส์พร้อมกับ คริสตอฟ วอลซ์ (Christoph Waltz), เดฟ บาทิสตา (Dave Bautista), เลอา แซดู (Lea Seydoux) และอีกมากมาย โดยมีกำหนดเข้าฉาย 6 พฤศจิกายน 2015

Mission : Impossible 5

พระเอก ทอม ครูซ (Tom Cruise) กลับมารับบทนักสืบลับ อีธาน ฮันท์ พร้อมผู้กำกับคู่ใจ คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รีย์ (Christopher McQuarrie) โดยในภาคนี้ทีมงานทุ่มงบประมาณมากกว่าที่ผ่านมา และพร้อมเข้าฉายต้อนรับวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2015

Fantastic Four

ด้วยชื่อชั้นของผู้กำกับ จอช แทรงก์ (Josh Trank) ทำให้หลายคนเฝ้าคอยการกลับมาของ 4 ยอดมนุษย์แบบไม่ละสายตา ซึ่งในภาคนี้ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครเดินทางข้ามมิติ ภายใต้เรื่องราวที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ส่วนจะตื่นเต้นแค่ไหนคงต้องรอชมในวันที่ 7 สิงหาคม 2015

รีวิว Straight Outta Compton เมืองเดือดแร็ปเปอร์กบฎ | แก๊งเด็กแร็ปสนั่นปฐพี

เมื่อ 8Mile ไม่ได้เป็นหนังที่เกี่ยวกับ Rap และ HipHop ที่ดีที่สุดอีกต่อไป

ในปี 2002 ปีนั้นแทบไม่มีใครไม่รู้จัก Eminem Rapper ชื่อดัง ที่มารับงานแสดงในหนังที่ดัดแปลงจากประวัติชีวิตตัวเอง เรื่อง 8Mile จำได้ว่าตอนนั้นหนังได้สร้างกระแส Hiphop พอสมควร เพราะตัวหนังเองที่ค่อนข้างยอดเยี่ยม และเพลงประกอบที่เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล และ หลังจากนั้นก็แทบจะไม่มีหนังเกี่ยวกับการ Rap หรือ Hiphop เข้าฉายอีกเลย จนกระทั่งปี 2015 กับการมาของ Straight Outta Compton

บอกเลยว่าผมแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลย ไม่รู้เรื่องย่อ ไม่รู้จักผู้กำกับ ไม่รู้อะไรเลย แต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังที่สามารถขึ้นอันดับ 1 Boxoffice ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว (ทำเงินอันดับ 1 ได้ถึง 3 สัปดาห์ซ้อน) และตบหนังสายลับฟอร์มดีอย่าง The Man From U.N.C.L.E. ของกาย ริชชี่ คว่ำคาตารางหนังทำเงินได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์
นั่นยิ่งทำให้ Straight Outta Compton ดูน่าสนใจขึ้นมทันทีในสายตาของผม บวกกับคะแนนวิจารณ์ใน IMDB และเว็บมะเขือเน่า ออกมาดีมาก ยิ่งทำให้ต่อมความอยากดูเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่น่าเสียดายที่หนังมีโปรแกรมฉายที่ไทยในวงจำกัด ฉายเพียงไม่กี่โรงและไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เลยพลาดโอกาสที่จะได้ไปสัมผัสในโรงภาพยนตร์โดยปริยาย แต่สุดท้ายก็หามาดูจนได้แหละ

Straight Outta Compton และ 8Mile เป็นหนังที่มี ธีม Hiphop ก็จริง แต่เนื้อเรื่องหลักๆ แก่นของเรื่องจริงๆ ก็ต่างกันอยู่พอควรเลยทีเดียว

8Mile – เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่เติมเต็มความฝัน ด้วยการประลอง Rap สื่อภาษาดนตรีรุนแรง เพื่อให้ได้การยอมรับจากกลุ่มเพื่อน และพยายามใต่เต้าเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และการเอาชนะตัวเอง

Straight Outta Compton – เป็นภาพยนตร์สร้างจากชีวิตจริงของชายหนุ่มหัวกบฏทางวัฒนธรรมที่มีเนื้อเพลง, ความกร่าง, ความกล้าหาญ และพรสวรรค์ เป็นอาวุธประจำตัวในการยืนหยัดต่อต้านอำนาจจากภาครัฐ และรวมตัวกันมาเป็น N.W.A. พวกเขาถ่ายทอดความจริงอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของพวกเขาในสังคมอาชญากรรมที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวและความรุนแรง ซึ่งจุดประกายสู่การปฏิวัติทางสังคมและส่งผลมาถึงปัจจุบัน

ซึ่งเนื้อเรื่องของ Straight Outta Compton บอกเลยว่าหนักกว่า 8Mile เอามากๆ

Straight Outta Compton โฟกัสไปที่สามสมาชิกหลักของ N.W.A. คือ Ice Cube, Dr.Dre และ EAZY-E เริ่มตั้งแต่ความเป็นมาก่อนที่จะทำวง จนมาถึงการความโด่งดังหลังจากที่ทำวง ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในวง และบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า แต่ก็เป็น 2 ชั่วโมงที่ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลยซักนิด เพราะนอกจากจะเล่าเรื่องสนุกแล้ว หนังยังมีความบังเทิงในรูปแบบของการ Rap อยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะตอนที่ร้องเพลงแล้วนั่งอ่านซับ มันส์โคตรๆ เนื้อเพลงมันบันเทิงเอามากๆ

และก็ใช่ว่าจะมีแค่เรื่อง Rap อยู่อย่างเดียว เพราะตัวหนังเองก็ได้สอดแทรกวัฒนธรรม Hiphop อยู่ตลอด ทำให้คนดูที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของหนังได้ซึมซับอยู่ตลอด เอาง่ายๆ คือถ้าคุณไม่ใช่คอ Hiphop ก็ก็สามารถอินไปกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา รวมไปถึงซีนดราม่า ก็แทบไม่เชื่อเลยว่าหนังจะถ่ายทอดออกมาได้ดีขนาดนี้ ทั้งๆที่ต้นเรื่อง

ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้เลย แต่พอท้ายเรื่องกลับอินอย่างบอกไม่ถูก จนมีความรู้สึกว่าทำไมหนังมันจบเร็วจังวะ อยากดูอีก กำลังสนุกเลย และนอกจากเรื่องการเดินเรื่อง เล่าเรื่องที่ทำได้ดี อีก 1 เรื่องที่ไม่ชมไม่ได้

คือการแคสนักแสดง ซึ่งทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก คาแรคเตอร์ของวง N.W.A. แคสนักแสดงได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าเหมือนตัวจริงสุดๆ ไม่ใช่แค่นักแสดงหลัก พวกนักแสดงสมทบนี่ก็แคสได้เหมือนมาก โดยเฉพาะ 2Pac ผมนี่ตกใจมากจริงๆ เพราะแกเหมือนตัวจริงเอามากๆ เหมือนจนน่าตกใจ แคสนักแสดงได้ยอดเยี่ยมยังไม่พอ นักแสดงทุกคนเล่นได้ดีมากๆ คือดูแล้วเชื่อว่าพวกเค้าคือตำนาน Hiphop จริงๆ ยิ่งตอนที่ร้อง Rap นี่ flow flip สุดยอดมาก ไหลลื่นสุดๆ

โดยรวมแล้วมันเป็นอะไรที่เกินความคาดหวังไว้มาก ก่อนดูคิดไว้แค่ว่าสามารถทำได้ในระดับ 8Mile นี่ก็โอเคแล้ว แต่พอดูจบบอกเลยว่า มันดีกว่า 8Mile อยู่พอตัวเลยทีเดียว
สำหรับผม 8Mile นั้นสูตรสำเร็จไปหน่อย คือยังไงมันก็พอเดาได้ว่าพระเอกมันต้องปล่อยของในตอนสุดท้ายอยู่แล้ว แต่กับ Straight Outta Compton เดาไม่ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพอถึงบทสรุปมันทำให้เราได้อิ่มไปกับข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ คือเลือกเดินผิดทาง มันก็สามารถทำลายทุกๆอย่างพังลงได้ ต้องบอกเลยว่า Straight Outta Compton เป็นอีก 1 เรื่องที่รู้สึกเสียดายเอามากๆที่ไม่ได้มีโอกาสดูในโรง และขอยกให้เป็น 1 ใน 10 หนังยอดเยี่ยมประจำปี 2015 แทนที่เรื่อง American Sniper

9/10
Fuck Tha Police

P.S.อย่าเพิ่งเชื่อที่ผมพิมพ์ อย่าเพิ่งเชื่อนักวิจารณ์ อย่าเพิ่งเชื่อใครต่อใคร รสนิยมการดูหนังของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เพราะงั้นหนังทุกเรื่องควรจะพิสูจน์ด้วยตัวของคุณเองครับ

47 Ronin 47 โรนิน มหาศึกซามูไร
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก 47 Ronin

อันดับหนัง หลังจากที่ขุนพลผู้โฉดชั่วได้สังหารผู้เป็นนายของพวกเขาและสั่งเนรเทศพวกเขา ซามูไรไร้นาย 47 คนก็สาบานที่จะล้างแค้นและทวงคืนศักดิ์ศรีของตนเองกลับคืนมา

เมื่อถูกขับไล่จากบ้านเกิดเมืองนอนและต้องร่อนเร่ไปทั่วสารทิศ โรนินกลุ่มนี้จะต้องขอความช่วยเหลือจากไคลูกครึ่งที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยกีดกัน เพื่อต่อสู้ในโลกที่โหดร้าย ที่เต็มไปด้วยสัตว์ลึกลับ เวทมนตร์เปลี่ยนร่างและความสยดสยองที่น่าอัศจรรย์ใจมากมาย เมื่อทาสผู้ถูกกีดกันและเนรเทศผู้นี้กลายเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดของพวกเขา เขาก็ได้เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นวีรบุรุษ ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กบฏที่มีจำนวนน้อยนิดกลุ่มนี้ยืนหยัดเพื่อสร้างตำนานนิรันดร์ของตัวเอง

Don Jon (2013) ดอน จอน รักติดเรท

Don Jon ดอน จอน รักติดเรท
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Don Jon

อันดับหนัง Don Jon นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ จอน มาเตลโล ชายหนุ่มที่ดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว มีหน้าตาอันหล่อเหลา และรูปร่างสูงใหญ่มัดใจสาว ๆ ซึ่งเพื่อนของเขาตั้งฉายาให้ว่า ดอน ฮวน ตามชื่อของนักรักชื่อก้องโลกที่หลายคนรู้จักกันดี จากการที่เขาควงสาวสวยไม่ซ้ำหน้าอยู่เสมอ แต่ที่จริงแล้วความสุขของจอนกลับมาจากการแอบดูหนังโป๊เงียบ ๆ คนเดียว ยิ่งกว่าการได้อยู่กับสาวสวยเสียอีก

ทางด้านนางเอกนั้นกลับตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ บาร์บาร่า ชูการ์แมน เป็นสาวสวยหัวโบราณธรรมดา ที่รักการดูหนังรักหวานแหววเป็นที่สุด และหวังจะได้เจอเจ้าชายขี่ม้าขาวกับเขาบ้าง เพื่อจะได้มีความรักสุดโรแมนติกแบบในหนังสักวันหนึ่ง และจากความต่างกันสุดขั้วนี้เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นสิ่งท้าทาย จนต้องค่อย ๆ พิสูจน์รักแท้ไปด้วยกัน

Dhoom 3
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Dhoom 3

Dhoom 3 เป็นผลงานของ Yash Raj Films ที่เคยสร้างหนังภาคแรกในปี 2004 และภาค 2 ในปี 2006 จนประสบความสำเร็จทำเงินมหาศาล กับเรื่องราวแนวแอ็คชั่นกับรถซิ่ง มีตัวละครเอกเป็นสองคู่หูที่สวมบทบาทโดย อภิเษก พัจจัน และ อุทัย โจปรา ซึ่งหนังทั้งสองภาคที่ผ่านมาก็ล้วนมีนักแสดงชื่อดังมากมายมาประชันบทบาท ไม่ว่าจะเป็น จอห์น อับราฮัม, อีศา เทโอล, ฤติก โรศัน และ ไอศวรรยา ราย สำหรับหนังภาค 3 อภิเษก พัจจัน และ อุทัย โจปรา ก็ยังกลับมารับบทนำเหมือนเดิม โดยมีดาราสาวสวย คาทรินา เคฟ เป็นนางเอกของเรื่อง ส่วนซูเปอร์สตาร์บอลลีวูด อาเมียร์ ข่าน รับบทเป็นตัวร้าย

กระแสบอกต่อแรงจัด!  Prisoners คู่เดือดเชือดปมดิบ ขึ้นแท่นอันดับ 1

แรงไม่หยุดแล้วสำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่น-ทริลเลอร์ม้ามืดอย่าง Prisoners คู่เดือดเชือดปมดิบ ที่สร้างกระแสชื่นชมอย่างล้นหลามจากเทศกาลหนังเมืองโตรอนโต้ พร้อมได้เสียงตอบรับความเยี่ยมของภาพยนตร์สร้างกระแสปากต่อปากจนเปิดตัวอันดับ 1 ใน บ็อกซ์ออฟฟิสของสหรัฐอเมริกามาแล้ว ล่าสุดกับรอบสื่อมวลชนในประเทศไทยที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งสื่อมวลชน นักวิจารณ์ เพื่อชมภาพยนตร์ก่อนใครจนที่นั่งเต็มทุกที่นั่ง

โดยหลังจากภาพยนตร์จบได้เกิดกระแสตอบรับผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คมากมายถึงความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์และนักแสดงนำ ทั้ง ฮิวจ์ แจ็คแมน และ เจค จิลเลนฮาล ที่ต่างแสดงฝีมือขั้นเทพจนผู้ชมไม่สามารถละสายตาจากจอภาพยนตร์แม้แต่ฉากเดียวได้รับกระแสตอบรับยอดเยี่ยมจากสื่อมวลชนคับคั่งขนาดนี้ พร้อมกับการขึ้นแท่นภาพยนตร์เปิดตัวอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิส อเมริกาอย่างสง่างาม จึงเชื่อมั่นได้ว่า Prisoners จะต้องขึ้นแท่นเป็นตัวเก็งรางวัล OSCAR 2014 ในสาขาใหญ่ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน !!

Prisoners คู่เดือดเชือดปมดิบ ถ่ายทอดเรื่องราวคืนวันขอบคุณพระเจ้ากับการหายตัวไปของเด็กน้อย 2 คนที่ตำรวจหาตัวไม่พบ จึงทำให้ผู้เป็นพ่อ เคลเลอร์ โดเวอร์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) ต้องลงมือสืบหาผู้ต้องสงสัยเพื่อค้นหาลูกสาวด้วยตัวเอง พร้อมๆ กับที่ โลกิ (เจค จิลเลนฮาล) นักสืบหนุ่มผู้อุทิศตัวทำงานอย่างหนักเพื่อคดีนี้ ต้องการใช้กฎหมายตามล่าคนผิดมาลงโทษให้ได้ ซึ่งครั้งนี้ ฮิวจ์ แจ็คแมน สวมบทบาทที่ขอใช้สัญชาตญาณความเเป็นพ่อ เพื่อตามล่าคนชั่วโดยไม่สนใจในกฎเกณฑ์อะไรใดๆ ส่วนอีกฟากหนึ่ง เจค จิลเลนฮาล มาในบทบาทของนักสืบผู้ผดุงความยุติธรรมและเชื่อมั่นในการใช้กฎหมายเล่นงานคนผิด แม้ว่าทั้ง 2 จะยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมาย แต่ทั้งคู่ต่างก็ต้องการไขปมปริศนาเพื่อตามหาคนชั่วตัวจริงเหมือนกัน

เตรียมพิสูจน์ความยอดเยี่ยมที่มาพร้อมความระทึกสุดขั้ว ที่ทั้งคอหนังแอคชั่น – ทริลเลอร์และคอหนังคุณภาพห้ามพลาด กับ Prisoners คู่เดือดเชือดปมดิบ เปิดรอบพิเศษให้ชมก่อนใคร 26 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ 20.00 น. เป็นต้นไป และเข้าฉายจริงพร้อมกัน 3 ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Nymphomaniac/2013/Lars von Trier/Denmark

ความแรงของหนังลาร์ส ฟอน เทรียร์ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าเรื่องไหนเรื่องนั้นเขาพร้อมจะประเคนความระยำบัดซบของชะตากรรมให้กับชีวิตของตัวละครในหนังเขาอย่างไม่บันยะบันยังหรือประนีประนอมใดๆทั้งสิ้น ราวกับว่าเขาสนุกสนานกับการทำลายความหวังทุกๆอย่างของตัวละครและของคนดูเสียเหลือเกิน แต่ก็น่าประหลาด แม้ว่าจะทรมานทรกรรมหัวจิตหัวใจของคนดูแค่ไหน แต่หนังของเขาก็มักมีวิธีการเล่าเรื่องที่ดึงดูดเราให้ติดตรึงติดตามเรื่องราวไปจนตลอดรอดฝั่งอยู่เสมอ ทั้งๆที่ก็รู้ว่ายิ่งหนังดำเนินเรื่องต่อไปชีวิตตัวละครก็ยิ่งดิ่งเหวลึกลงไปทุกที

ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยที่ควรจะมีความสุขในชีวิตแต่งงานแต่ทุกอย่างต้องสิ้นสุดเมื่อสามีได้รับอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาตใน Breaking the Waves (1996) สาวโรงงานตาใกล้บอดที่โดนขโมยเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้เพื่อรักษาตาลูกชาย มิหนำซ้ำยังกลายเป็นฆาตกรโดนโทษประหารใน Dancer in the Dark (2000) หรือหญิงสาวที่หนีการตามล่ามาหลบซ่อนตัวในเมืองเล็กๆแต่ต้องจ่ายค่าความช่วยเหลือให้แก่ชาวเมืองด้วยราคาแพงเหลือประมาณได้ใน Dogville (2004)

ใน Nymphomaniac หนังเรื่องล่าสุดของเขา เราได้ตามติดแต่ละช่วงเวลาของชีวิตของ “หญิงร่าน” ผู้หนึ่งนามว่าโจ (รับบทโดยชาร์ล็อตต์ แก็งสบูร์ก และในวัยสาวรับบทโดยสเตซี่ย์ มาร์ติน) โดยผ่านการบอกเล่าจากปากของเธอให้อีกบุคคลหนึ่งฟัง นั่นคือ เซลิกมัน (รับบทโดยสเตลลาน สคาร์สการ์ด)

ชายสูงวัยผู้ไปพบเธอนอนสลบไสลจากการถูกซ้อมจนอ่วมไปทั้งตัวอยู่ในตรอกข้างทางระหว่างที่เขาเดินออกไปซื้อของเล็กๆน้อยๆที่ร้านค้าแถวบ้าน และนำเธอมาพักที่บ้านของเขา เรื่องราวที่เธอเล่านั้นเริ่มต้นตั้งแต่โมงยามแห่งวัยเด็กของเธอครอบคลุมมาจวบจนถึงปัจจุบันซึ่งก็จะย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหนังนั่นเอง

จุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของหนังคือวิธีการแสดงภาพของ “หญิงร่าน” ผ่านตัวละครโจ โดยหนังเลือกที่จะเล่าเรื่องด้วยบุคคลที่ 1 ในทางหนึ่งการใช้เสียงเล่าลักษณะนี้อาจจะเป็นเพราะต้องการตัดทอนและหลีกเลี่ยงน้ำเสียงหรือท่าทีที่ตัดสินคุณค่าของการกระทำของโจ มิให้ดูเหมือนว่าตัวฟอน เทรียร์ ที่เป็นทั้งผู้กำกับและคนเขียนบทได้ปักธงตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่าตัวละครโจจะถูกนำเสนอออกมาอย่างไร และปล่อยให้คนดูเป็นผู้ตัดสินเอาเองว่าจะมองเธอแบบไหน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์และชุดความคิดที่คนดูแต่ละคนยึดถือ) และเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง

ซึ่งหลายคนอาจจะตั้งความหวังไว้ว่ามันจะต้องสยิววาบหวามไม่มากก็น้อย แต่จริงๆแล้วหนังกลับนำเสนอภาพของเพศสัมพันธ์ที่ประดักประเดิด น่าพิพักพิพ่วน ไปจนถึงดูแล้วเจ็บปวดชวนให้ยอกแสยงใจและอาจถึงขั้นต้องเบือนหน้าหนี ไม่ได้ดูน่าพิสมัยหรืออภิรมย์เลยจนนิดเดียว แต่ไฉนเลยที่โจจะเลือกไม่กระทำได้ในเมื่อร่างกายของเธอเรียกร้อง ต่างจากการนำเสนอภาพหญิงร่านในหนังสือ ละคร หรือภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่มักจะบ่งบอกน้ำเสียงและท่าทีที่ตัดสินตัวละครนั้นๆไปแล้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาลงไปแล้วก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสายตาและกรอบเกณฑ์บางอย่างของสังคมนั้นๆใช้มองและตัดสินหญิงผู้นั้นไปแล้วนั่นเอง ยกตัวอย่างง่ายๆก็ดูภาพลักษณ์ของหญิงร่านในสังคมไทยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นลำยองจากทองเนื้อเก้า อีพริ้งจากคนเริงเมือง หรือทองประกายจากทองประกายแสด

ภาพแทนที่แสดงออกมามักมีลักษณะที่พิพากษาไปแล้วว่าความ “ดอกทอง” หรือความมากชู้หลายผัวของเธอเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และเพศสัมพันธ์สำหรับเธอเหล่านั้นก็มักจะเป็นไปด้วยความพึงพอใจและความกระสันต์อยากของพวกเธอเอง หรือไม่เพศสัมพันธ์นั้นก็เป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความร่ำรวยหรือความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ซึ่งมิใช่แค่เพียงว่าพวกเธอมิได้เป็นผู้หญิงดีงามตามขนบธรรมเนียมสังคม แต่ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติทางศีลธรรม พวกเธอสมควรที่จะได้รับการลงโทษอย่างมิอาจให้อภัยได้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยความตายหรือการขับไล่ไสเสือกออกไปจากสังคม ถึงกระนั้น การใช้วิธีบอกเล่าผ่านมุมมองบุรุษที่ 1 นั้นก็อาจจะน่าคลางแคลงใจในกรณีที่มันเปิดโอกาสให้ผู้เล่าปกปิดและ/หรือบิดเบือน ไปจนถึงสร้างเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาใหม่ก็ได้ ซึ่งก็อาจต่อยอดให้ถกเถียงกันต่อได้ไม่รู้จบ

สิ่งที่เราเห็นในหนังคือการปล่อยให้ภาพชีวิตของโจไหลไปเรื่อยๆพร้อมกับกระแสคำบอกเล่าที่โจพูดถึงตนเองโดยแบ่งเป็นบทย่อยๆออกมาทั้งหมด 8 บท ที่เมื่อแรกแต่ละส่วนอาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของชีวิตเธอ แต่การนำเสนอเศษเสี้ยวเหล่านี้อาจจะเป็นวิธีให้เธอเข้าใจตัวตนของเธอเองได้ โจเล่าแต่ละบทแต่ละตอนของความเป็น “หญิงร่าน” ของเธอให้เซลิกมันฟังราวกับกำลังสารภาพบาปกับบาทหลวงคนหนึ่ง ซึ่งเซลิกมันก็ค่อนข้างจะเล่นบทบาทนี้ได้ดีเนื่องด้วยเป็นผู้รอบรู้ในหลายแขนง โดยเฉพาะคริสตศาสนา และตัวเขาเองก็ถือครองพรหมจรรย์

ไม่เคยข้องแวะกับเรื่องทางเพศ (นอกจากในหนังสือวรรณกรรม) และยังให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็น “asexual” อีกด้วย ซึ่งการกำหนดให้ประเด็นเรื่องเพศกับศาสนาแล่นควบคู่กันไปนั้นทำให้เราเห็นทั้งความยอกย้อนของความเห็นที่ว่าการยึดถือศีลธรรมเป็นสิ่งดีงาม แต่นั่นก็เท่ากับว่าจะต้องเหยียดและเหยียบให้คนที่อยู่อีกด้านต้องเป็นคนใจบาปหยาบช้าและเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ซึ่งก็กลายมาเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ยักษ์ต่อประเด็นว่าเราจะกีดกันคนที่มิได้ปฏิบัติตัวตามครรลองของสังคมให้ออกไปพ้นๆ ไม่ให้พวกเขาเหยียบยืนร่วมกับคนที่คิดว่าตนดีแล้วถูกแล้วงั้นหรือ

คนเหล่านั้นคือคนที่มีจิตใจพิกลพิการ เหมือนดังเช่นโจที่ถูกมองและตัดสินจากคนอื่นๆว่าเป็นคนเลวร้ายเพียงเพราะเธอมีอาการเสพติดเซ็กซ์เท่านั้น (ซึ่งจริงๆแล้วเป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน เพียงแต่ถูกกดเอาไว้ด้วยการต้องปฏิบัติตนตามกฎเกณฑ์ทางสังคมและศีลธรรมเท่านั้น)

ไม่เพียงแต่ศาสนาที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องแบ่งแยกความเป็นมนุษย์ แต่สถาบันที่ได้รับการสถาปนาว่าเป็นเครื่องกำหนดบทบาทของมนุษย์ในสังคมก็มีส่วนในการควบคุมกำกับร่างกาย การกระทำ และจิตใจของมนุษย์เช่นเดียวกัน อย่างเช่น สถาบันครอบครัว ที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดวาทกรรมที่ว่าผู้หญิงที่ดีต้องทำหน้าที่แม่ได้ ซึ่งโจก็ไม่ประสบความสำเร็จที่จะทำตามความคาดหวังทางสังคมเช่นนี้ได้อีก นับตั้งแต่เธอให้กำเนิดลูก เธอก็เห็นภาพว่าลูกเป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของเธอ มิหนำซ้ำยังหัวเราะเยาะและจ้องมองเธออย่างเยาะหยันอีกด้วย

เมื่อถึงที่สุดหลังจากได้พยายามประคับประคองบทบาทการเป็นแม่อย่างทุลักทุเลมาได้สักระยะ แต่พอถึงจุดแตกหักเธอก็เลือกที่จะปล่อยตัวเองให้โลดแล่นไปตามแรงปรารถนาทางเพศของเธอ และหันหลังให้กับคำว่าครอบครัวอย่างสิ้นเชิง หรือในตอนหนึ่งเมื่ออาการเสพติดเซ็กซ์ของเธอถูกมองว่าเป็นอาการทางจิต เป็นสิ่งที่คนอื่นๆในสังคมไม่ยอมรับ จนถึงขั้นอยู่ร่วมกันไม่ได้ โจกลายเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการเยียวยา ดังนั้นเธอจึงถูกบังคับให้ไปเข้าร่วมกลุ่มบำบัดเพื่อรักษาอาการที่สังคมมองว่าเป็นความป่วยไข้ให้หายขาดและกลับมาอยู่ในร่องในรอยที่สังคมขีดไว้ มิเช่นนั้นเธอจะถูกไล่ออกจากงาน แต่เธอก็เอาคืนได้เจ็บแสบ เมื่อเธอพลิกสิ่งที่ใครๆเห็นว่าเป็นโรคร้ายต้องกำจัดให้กลายมาเป็นอำนาจที่เธอใช้ควบคุมผู้อื่นบ้าง แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม หรือแม้แต่มายาคติเกี่ยวกับความรักที่ใครต่อใครเชื่อว่าจะเอาชนะทุกสิ่งได้ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าในหนังเรื่องนี้

ในสายตาคนทั่วไป สิ่งที่โจเป็นคือ ผู้หญิงร่าน คือตัวแทนของความไร้ยางอาย ไร้ศีลธรรม ไร้ความรู้สึกและสำนึกผิดชอบชั่วดี ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว หนังกำลังนำเสนอสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อเช่นนี้ ใช่หรือไม่ที่โจมีความเข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และมีอารมณ์อ่อนไหวรู้สึกรู้สมกับความเป็นไปของเพื่อนมนุษย์มากกว่าคนอื่นๆ เพียงแต่เธอสื่อสารและแสดงออกตามแบบที่สังคมคาดหวังไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะยึดโยงเธอกับความรู้สึกเช่นนั้นได้คือเซ็กซ์คือเพศสัมพันธ์ ดังเช่น ขณะที่อาการป่วยของพ่อเธอทรุดหนักจนอาจจะจากเธอไปได้ในนาทีใดนาทีหนึ่ง เธอก็ไม่อาจแสดงออกต่อหน้าใครๆว่าเธอทุกข์โศกมากมายขนาดไหน สิ่งที่เธอทำเพื่อปลดปล่อยความทุกข์ความเศร้าในใจเธอออกมาคือการไปมีเพศสัมพันธ์กับพนักงานในโรงพยาบาลนั้น และนำมาซึ่งฉากการระเบิดเสียงร่ำไห้ออกมาในระหว่างกิจกรรมทางเพศ

ที่ดูแล้วทั้งขนลุกทั้งกระอักกระอ่วนด้วยปะปนกันระหว่างความน่าสงสารและความน่าสมเพชในตัวเธอ ความเศร้าที่อัดอั้นในใจเธออาจระบายออกมาได้ด้วยวิธีนี้เท่านั้น แต่ก็อย่างว่า มันยังความอึดอัดมาให้คนดูด้วยเหตุว่าสิ่งที่เป็นไปนั้นมันยากที่จะระบุได้ว่าเป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่สมควร หรืออย่างในตอนหลังที่เธอแสดงความรู้สึกผูกพันกับเด็กสาวผู้เป็นคนที่สังคมทอดทิ้งและกีดกันเช่นเธอ ซึ่งความเห็นอกเห็นใจในกันและกันของคนทั้งคู่ก็ได้รับการถ่ายทอดผ่านท่วงท่าและลีลาของเพศสัมพันธ์เช่นกัน ทั้งโจและเธอคนนั้นต่างไม่ต้องพูดหรือระบายความในใจอะไรต่อกันเลย (ซึ่งก็อาจเป็นเพราะทำไม่ได้) เพียงแค่สัมผัส โอบกอด ลูบไล้ซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจกันทันที (ถึงแม้ในที่สุดแล้วเธอจะถูกหักหลังเอาอย่างเจ็บแสบก็ตาม)

ที่น่ากังขาอีกประการก็คือภาพของผู้ชายและผู้หญิงที่ถูกแสดงออกมา ว่ากันตามจริงแล้วผู้ชายแต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของโจต่างก็หิวกระหายเซ็กซ์กันทั้งนั้น แต่ควรแล้วหรือที่สังคมจะตราหน้ารุมประณามผู้หญิงแต่ฝ่ายเดียวว่าเหล่าเธอไม่ควรประพฤติตนเช่นนี้ นี่ก็อาจจะเป็นอีกประเด็นที่ฟอน เทรียร์ทิ้งเป็นคำถามปลายเปิดเอาไว้ให้คนดูได้ขบคิดต่อก็เป็นได้

และสุดท้ายแล้วก็ต้องขอพูดว่า ฟอน เทรียร์ นี่มัน ฟอน เทรียร์ จริงๆ เขาเปิดโอกาสให้เราเห็นแสงแห่งความหวังสาดเข้ามาวูบหนึ่งเพื่อที่จะดับมันเสียสนิทเมื่อหนังจบลง โจกำลังจะอ้าแขนออกรับโอกาสแห่งชีวิตใหม่ที่กำลังมาเยือนพร้อมแสงแรกของดวงตะวันยามเช้า เหมือนต้นไม้แห่งชีวิตที่กำลังจะได้รับแสงอุ่นของฤดูร้อนหลังจากยืนต้นแห้ง

เหี่ยวมาตลอดช่วงฤดูหนาวอันยาวนานอย่างที่พ่อของเธอเคยจับจูงมือเธอไปดูสมัยยังเด็กและกลายเป็นความทรงจำแสนสุขเพียงอย่างเดียวของเธอ แต่แล้วการณ์กลับกลายเป็นว่าเธอต้องพบกับความโหดร้ายของโลกความจริงอีกครั้ง ซึ่งจริงๆอาจจะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหลากหลายปัญหาที่เธอเคยเผชิญมาในอดีต แต่มันก็เป็นดุจคมดาบที่ฟาดฟันทำลายห่วงโซ่ห่วงสุดท้ายที่ยึดโยงเธอไว้กับความหวังในตัวมนุษย์ด้วยกันให้ขาดสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง หรือในที่สุดเธออาจเป็นเพียงแค่ซากต้นไม้ที่ยืนต้นตาย ไม่มีวันจะกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้อีกแล้ว

Nymphomaniac ไม่ใช่หนังที่มาเรียกร้องขอความเห็นใจให้กับหญิงร่าน แต่เป็นหนังที่เปิดโอกาสให้คนดูได้ต่อยอดความคิดเห็น สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและจะยังติดค้างในใจคนดูที่เป็นเสมือนตัวแทนของสังคมอย่างเราๆไปอีกนาน ก็คือคำถามที่สั่นคลอนรากฐานแห่งความเชื่อมั่นในกฎเกณฑ์ กรอบกติกา และศีลธรรมจริยธรรมในสังคมที่เรายึดถืออยู่ ว่าเราจะใช้มันเป็นมาตรวัดการกระทำทุกสิ่งอย่างของมนุษย์ได้ล่ะหรือ หรือบางสิ่งบางอย่างนั้นเราไม่อาจจะใช้สิ่งเหล่านี้ไปตัดสินได้เลย ในเมื่อความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนล้วนแตกต่างและซับซ้อนเกินกว่าจะจำกัดด้วยมาตรฐานหรือคุณค่าชุดใดๆทั้งนั้น

Her รักดัง ฟังชัด

Her เธอที่รัก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Her

เรื่องราวความรักในรูปแบบใหม่ ของธีโอดอร์ นักเขียนหนุ่ม เมื่อเขาได้สั่งซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ตัวเขาได้ครบครันอย่างน่าประหลาดใจ ในเวลาไม่นานธีโอดอร์ก็พบว่าตนเองเริ่มจะตกหลุมรักโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของเขาอยู่หน่อย ๆ ความสัมพันธ์รักรูปแบบใหม่พัฒนาไปอย่างโรแมนติกเกินกว่าใครจะคาดถึง Her คือภาพยนตร์ ที่จะทำให้หัวใจทุกดวงต้องอมยิ้มไปกับเรื่องราวของความรัก และสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีมีอิทธิพลชีวิตมนุษย์คนหนึ่งมากเพียงไหน

THE WITCH (2016)

สยองขวัญ Tomatometer 90 %
กำกับโดย โรเบิร์ต เอ็กเกอรส์
นำแสดงโดย อันยา เทย์เลอร์-จอย, ราล์ฟ อินเนสัน, เคท ดิกกี้

เรื่องย่อ – ย้อนกลับไปในประเทศอังกฤษ ปี ค.ศ. 1630 ครอบครัว 6 คนถูกขับไล่ออกจากอาณานิคม และย้ายมาตั้งรากอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากผู้คน จนได้พบกับเรื่องราวสุดสยองของมนต์ดำ แม่มด และซาตาน

UNDER THE SHADOW (2016)

สยองขวัญ Tomatometer 99 %
กำกับโดย บาบัค อันวารี
นำแสดงโดย นาเจส ราชิดี และ อาวิน แมนชาดี

เรื่องย่อ – หนังสยองขวัญจากอิหร่าน เกิดขึ้นในปี 1988 ที่ในขณะนั้นกำลังอยู่ในช่วงภาวะสงครามกับประเทศอิรัก ผู้คนต่างหวาดกลัวลูกหลง จึงต้องพากันหลบตัวอยู่แต่ในที่พักอาศัยของตนเอง เช่นเดียวกับ ชิเดห์ นางเอกของเรื่อง และ ดอร์ซ่า ลูกสาวของเธอ ทั้งสองคนออกไปข้างนอกไม่ได้เพราะสถานการณ์บีบบังคับ แต่ทว่า “บ้าน” ซึ่งควรจะเป็นที่ๆ ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็นที่ๆ อันตรายที่สุดไปจนได้ เมื่อเธอพบว่า บ้านของเธอนั้น มี “ญิน” หรือปีศาจร้ายตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม – สิงอยู่ และ “มัน” ต้องการที่จะครอบครองอะไรบางอย่าง เมื่อข้างนอกก็อันตราย และข้างในก็ชวนให้ใจไม่สงบ ชิเดห์จึงต้องตั้งสติว่า เธอจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร

IT (2017)

สยองขวัญ Tomatometer 86 %
กำกับโดย แอนเดรส มัสเชียต
นำแสดงโดย เจเดน มาร์เทลล์, โชเซ่น เจค็อบส์, ฟินน์ วูล์ฟฮาร์ด, เจเรมี เรย์ เทย์เลอร์

เรื่องย่อ – สร้างขึ้นจากนิยายที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ผลงานของสตีเฟน คิง ในชื่อเดียวกันซึ่งสร้างความสยองขวัญให้กับผู้อ่านมานานหลายทศวรรษ เมื่อเด็กๆ เริ่มหายตัวไปจากเมืองเดอร์รี่ รัฐเมน เด็กๆ กลุ่มหนึ่งต้องเผชิญกับความกลัวครั้งใหญ่เมื่อพวกเขาต้องพบกับตัวตลกร้ายที่ชื่อว่าเพนนีไวซ์ ซึ่งมีประวัติฆาตกรรมและใช้ความรุนแรงมาอย่างโชกโชนเมื่อหลายศตวรรษก่อน

ผลงานการสร้างของ โจส วีดอน ผู้ให้กำเนิด Buffy the Vampire Slayer

และกำลังจะมีผลงานหนังบล็อคบัสเตอร์ The Avengers จับมือกับ ดรูว์ ก็อดดาร์ด ผู้เขียนบท Cloverfield และซีรีย์ Lost ตีแผ่ขนบธรรมเนียมของหนังสยองขวัญ จน วีดอน กล้าประกาศว่านี่คือ “หนังสยองขวัญที่อยู่เหนือหนังสยองขวัญ”

นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่รับบทเป็น เทพเจ้าสายฟ้า จาก Thor, ริชาร์ด เจนกิ้นส์ (Let Me In, Burn After Reading), แบรดลี่ย์ วิทฟอร์ด (Scent of a Woman, Billy Madison) และ โจเดลล์ เฟอร์แลนด์ (The Twilight Saga: Eclipse, Silent Hill)

The Cabin in the Woods เป็นเรื่องราวของเพื่อน 5 คนที่ออกเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่กระท่อมร้างกลางป่า แต่แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญคือปีศาจร้ายที่ยากจะต่อกร พร้อมกับความลับที่ใครก็คาดไม่ถึง เมื่อแท้จริงแล้วความสยองเหล่านั้น อาจเป็นสิ่งที่มีคนบางกลุ่มบงการอยู่!

สองผู้สร้าง จอส วีดอน และ ดรูว์ ก็อดดาร์ด ต้องการร่วมงานกับทีมงานที่เคยทำงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนแคสติ้ง เอมี่ บริทท์ และ อันย่า คอลลอฟ, ผู้ตัดต่อภาพ ลิซ่า แลสเซ็ก (Angel, Serenity, Firefly), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ชอว์นน่า ทรีพิก (Firefly, Angel, Dollhouse), ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ติน วิสท์ (Cloverfield) และผู้กำกับภาพ ปีเตอร์ เดมมิ่ง ที่ ก็อดดาร์ด บอกว่าเขาเกิดมาเพื่อกำกับภาพเรื่องนี้ เนื่องจากเคยมีผลงานคลาสสิกอย่าง Scream, Evil Dead 2, และ Mulholland Drive

การถ่ายทำเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม จนถึง 29 พฤษภาคม โดยถ่ายทำกันในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งบรรยากาศในกองถ่ายก็เปี่ยมไปด้วยพลังงาน ก็อดดาร์ด เล่าถึงประสบการณ์ว่า “นี่ไม่ใช่หนังที่ทุกคนอยู่แต่ในเทรลเลอร์ส่วนตัว โดยทุกวันคุณก็จะเหมือนเด็กอายุ 12 ที่พยายามทำสิ่งต่างๆ พวกเราพยายามรักษาความรู้สึกนั้นเอาไว้ ผมจำได้ว่าพวกเราตั้งตารอว่า พรุ่งนี้พวกเราจะถ่ายทำฉากไหน หรืออาทิตย์หน้าเราต้องได้ทำอะไรบ้าง”

The Wailing เป็นภาพยนตร์เขย่าขวัญระดับท็อปฟอร์ม

การันตีคุณภาพด้วยรางวัลมากมาย และ ขึ้นหิ้งหนังดีควรค่าต่อการชมในหลายสำนักวิจารณ์-แนะนำหนัง เขียนบทและกำกับการแสดงโดย นาฮงจิน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้วใน The Chaser (2008) และ The Yellow Sea (2010) กวาดรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไปทั้งสองเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่า The Wailing เองก็ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากหลายเวทีเช่นกัน เช่น 37th Blue Dragon Film Awards และ ยังพาให้หนังได้รับรางวัลในสาขาการผลิตอื่นๆอีกมากมายจากหลากหลายเวที รวมทั้งนักแสดงควักโดวอน คิมฮวานฮี และ จุนคุนิมูระ ที่สำคัญเรื่องนี้ได้รับรางวัล Best Film จากเวที 53 rd Baeksang Awards และได้ฉายเปิดตัวในงาน 2016 Cannes Film Festival ด้วย จึงจัดได้ว่าเป็นงานยอดเยี่ยมที่คอหนังเกาหลีไม่ควรพลาด

อารัมภบทสำคัญ ที่มาของแก่นแท้เนื้อหา เปิดไว้ว่า

‘พวกเขาที่ตกอยู่ในความตระหนกผวา จึงคิดไปเองว่ามองเห็นปีศาจ พระองค์ตรัสว่า จะวิตกไปไย ปล่อยกังขาบังเกิดในใจไปไย ดูที่มือและเท้าของเรา นี่คือตัวเรา สัมผัสสิแล้วจะเห็นว่าเรามีทั้งเนื้อหนังและกระดูกที่ปีศาจไม่มี’

ความจากพระวรสารนักบุญลูกา บทที่ 24 วรรคที่ 37-39

(พระวรสาร คือ เรื่องราวการเสด็จมาหรือชีวประวัติของพระเยซู ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ ลูกาเป็นหนึ่งในสี่ของผู้ประพันธ์พระวรสาร งานประพันธ์ของลูกามี ‘พระวรสารนักบุญลูกา’ และ ‘หนังสือกิจการของอัครทูต’)

ฉากเปิดเรื่อง ณ หมู่บ้านกกซอง ชนบทเล็กๆเชิงเขาที่ไกลปืนเที่ยง เห็นชายกลางคนชาวญี่ปุ่น ผู้มาอาศัยใหม่ กำลังใส่เหยื่อที่เบ็ดตกปลาริมทะเลสาบ

หมู่บ้านแห่งนี้เคยอยู่มาอย่างสงบ กลับเกิดเหตุการณ์น่าหวาดกลัวซึ่งหาคำอธิบายกระจ่างไม่ได้ จู่ๆชาวบ้านก็เป็นโรคแปลก ป่วยด้วยผื่นแดงลามขึ้นตามตัว จนพุพองน่ารังเกียจ ตามมาด้วยจิตคลุ้มคลั่งทำร้ายคนในครอบครัว กลายเป็นฆาตกรโหด สังหารสยดสยองยกครัวในคราวเดียว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับหลายครอบครัว ถึงขั้นเผาบ้านวอดก็มี อันที่จริงถึงแพทย์จะยังฟันธงไม่ได้ชัด แต่ทางการก็ออกข่าวตามข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจจะเกิดจากการบริโภคเห็ดพิษ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่กลับร่ำลือกันไปตามความเชื่อแบบบ้านๆว่าเป็นอาถรรพ์ที่มาจากชายลึกลับชาวญี่ปุ่น (รับบทโดย จุน คุนิมูระ) ซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยในป่าลึกหลังเขา ได้นำพาอาเพทชั่วร้ายมาสู่หมู่บ้าน

จ่าจงกู (รับบทโดย ควักโดวอน) เป็นตำรวจร่างท้วม อุ้ยอ้าย งุ่มง่าม แถมใจเหยาะแหยะ ขี้ตระหนก และอ่อนวิจารณญาณ ทำงานแบบเรื่อยเปื่อยตามสภาพ (แถมหมู่บ้านสงบ ไม่มีเรื่องร้าย ตำรวจเลยยิ่งชิลๆกัน) ครอบครัวจงกู มีภรรยา (รับบทโดย จางโซยอน) ลูกสาววัยประถม ฮโยจิน (รับบทโดย คิมฮวานฮี) และ แม่ยาย

แรกๆจงกูก็อยากยึดหลักการวิทยาศาสตร์ เชื่อตามข่าวทางการอยู่หรอก แต่พอเพื่อนตำรวจคนสนิท โอซองบก รับบทโดย ซนคังกุก) กรอกหูข่าวลือเยอะๆเข้า เขาก็เริ่มโอนเอียงตามไปทางผีญี่ปุ่น ผสมโรงกับอีกหลายๆเรื่องราวที่ได้เจอะเจอได้ฟังมา ได้แก่

เว็บไซต์ Rotten Tomatoes หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อมะเขือเน่า

ได้ออกมายืนยันว่า Tigers Are Not Afraid เป็นหนังสยองขวัญที่มีคะแนนรีวิวสูงที่สุดในปี 2019 จนถึงตอนนี้ ด้วยคะแนน 95% (นักวิจารณ์ชั้นนำจำนวน 13 คน ให้สดทั้งหมด) แซงหน้าหนังสยองขวัญกระแสแรงอย่าง Us (93%), Ready or Not (89%) และ Midsommar (83%)

Tigers Are Not Afraid เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ อิสซา โลเปซ ผู้กำกับชาวเม็กซิกันที่นำหนังอินดี้เรื่องนี้ไปฉายรอบปฐมทัศน์ที่งาน Fantastic Fest ปี 2017 จนได้รับการสนับสนุนจากผู้ช่ำชองความสยองขวัญอย่าง สตีเวน คิง, กีเยร์โม เดล โทโร และนีล ไกแมน ในช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น

หลังจากออกทัวร์เทศกาลภาพยนตร์ตลอดปี 2018 ในที่สุดหนังก็ได้ผู้จัดจำหน่าย Shudder เพื่อนำหนังไปฉายในโรงภาพยนตร์แบบจำกัดโรงในเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนที่จะนำไปลงในบริการสตรีมมิ่งช่วงปลายปีนี้

Tigers Are Not Afraid มีฉากหลังเป็นช่วงสงครามยาเสพติดของเม็กซิโก ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มเด็กกำพร้าที่มีพลังเวทมนตร์สามารถขอสิ่งใดก็ได้ 3 ประการ ที่ซึ่งหนีจากผีและแก๊งค้ายาที่ฆ่าพ่อแม่พวกเขา

หนังเป็นการผสมผสานของ สัจนิยมมหัศจรรย์ คติชน และสัญลักษณ์ทางการเมือง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับหนังพูดภาษาสเปนของเดล โทโร อย่าง Cronos, The Devil’s Backbone และ Pan’s Labyrinth

ณ วันที่เขียนบทความหนังมีคะแนนรีวิวเฉลี่ยสูงถึง 8.15/10 จากนักวิจารณ์ 59 คน (ชอบ 56 คน/ไม่ชอบ 3 คน)

Gcoo Entertainment Love O2O 1

ซีรีส์ หลังจากที่ท่องยุทธภพกันมาแล้ว ในวันนี้เราก็ยังคงพาคุณไปท่องแผ่นดินจีนกันอีกครั้งค่ะ หลังจากที่เราได้แนะนำซีรีส์เรื่อง Ashes Of Love, Eternal Love และ Three Lives, Three Worlds: The Pillow Book ไปแล้ว ก็ถึงคิวของซีรีส์โรแมนติกที่นำเสนอเรื่องราวของเกมออนไลน์อย่าง “Love O2O” กันบ้างค่ะ Love O2O เป็นซีรีส์โรแมนติกของจีนที่สร้างจากนวนิยาย

เรื่อง “Just One Smile is Very Alluring (Wei Wei’s Beautiful Smile)” ที่เขียนโดย Gu Man ซีรีส์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความรักที่เรียบง่ายและวงการเกม ตั้งแต่ซีรีส์เรื่องนี้ลงจอเมื่อปี 2016 เกมโปเยโปโลเยก็มียอดดาวน์โหลดสูงขึ้นอย่างมาก ซีรีส์ได้ติดตามชีวิตของเซี่ยวน่ายที่เป็นหนุ่มหล่อของมหาวิทยาลัย เขาได้พบกับเป้ยเว่ยเว่ยนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์โดยบังเอิญ เซี่ยวน่ายหลงรักเป้ยเว่ยเว่ยตั้งแต่แรกเห็น นอกจากเธอจะมีหน้าตาที่สวยงามแล้ว เธอยังเก่งในเรื่องคอมพิวเตอร์และการเล่นเกมอีกด้วย หลังจากได้เห็นเป้ยเว่ยเว่ยในครั้งแรกเขาก็มุ่งมั่นที่จะใช้ทักษะของเขาทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อจับครอบครองหัวใจของเป้ยเว่ยเว่ย

ซีรีส์เรื่องนี้ดังระเบิดในปี 2016 โดยมีผู้เข้าชมออนไลน์มากกว่า 24 พันล้านครั้งในจีนและทำให้นักแสดงหนุ่ม “หยางหยาง” กลายเป็นที่รู้จักในประเทศ “Love O2O” เป็นคำที่มีการค้นหามากที่สุดและมีคนพูดถึงมากที่สุดอันดับ 1 ทางออนไลน์และยังติดอันดับหนึ่งในเรตติ้งทางโทรทัศน์ระหว่างการออกอากาศอีกด้วย ซีรีส์เรื่องนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบในระดับสากลด้วยเนื้อเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์และทำตามรายละเอียดของนวนิยายต้นฉบับอย่างแท้จริง หลายคนชอบซีรีส์เรื่อง Love O2O มาก เนื่องจากเป็นซีรีส์สมัยใหม่และโดดเด่นจากซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่มีธีมการแสดงคล้าย ๆ กัน

Huace Media Find Yourself 1

ถ้าคุณเป็นคอ ซีรีส์ คุณจะรู้ดีว่าช่วงซีรีส์จีนกระแสดีมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่แน่นอนว่าเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ติดซีรีส์จีนแบบงอมแงม ดูเรื่องหนึ่งจบแล้วก็ดูเรื่องถัดไป ล่าสุดเรื่องที่เราดูแล้วฟินจนอยากเอามาแนะนำทุกคนก็คือเรื่อง “รักแรกของสาวใหญ่” รีวิว Find Yourself

เรื่องย่อ
เรื่องราวความรักของเห้อฟานซิง สาวใหญ่วัย 35 ปี ที่ไม่เค๊ย ไม่เคยมีความรัก โดยเธอเคยมีสัญญากับเพื่อนสมัยก่อนว่าจะกลับมาแต่งงานด้วยกัน แต่วันหนึ่งเธอพบว่ารักแรกของเธอนั่นกำลังจะแต่งงาน ที่สำคัญคือยังให้เธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกด้วย!!!

ความวุ่นวายเหล่านี้ทำให้เธอได้มาพบกับพระเอก “หยวนซ่ง” หนุ่มนักศึกษาหน้าตาดี ที่เป็นลูกศิษย์ของน้องชายของเธอ ซึ่งอายุห่างกับเธอถึง 10 ปีเลยทีเดียว หลังจากนั้นทั้ง 2 คนก็เริ่มมีเรื่องราวความรักเกิดขึ้น

ถ้าคุณเป็นคอซีรีส์คุณจะรู้ดีว่าช่วงซีรีส์จีนกระแสดีมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่แน่นอนว่าเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ติดซีรีส์จีนแบบงอมแงม ดูเรื่องหนึ่งจบแล้วก็ดูเรื่องถัดไปล่าสุดเรื่องที่เราดูแล้วฟินจนอยากเอามาแนะนำทุกคนก็คือเรื่อง “รักแรกของสาวใหญ่” เป็นเรื่องที่ดูแล้วเขินตัวม้วน เอาล่ะ ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีเรื่องราวอย่างไร เราไปดูกันเลยดีกว่า

ต้นปีนี้ก็มีซีรีส์ฝั่งจีนมาให้สาวๆ ได้กระชุ้มกระชวยหัวใจอย่าง Find yourself ที่กระแสแรงตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์และได้พระเอกสุดฮอตอย่าง Song Wei Long (ซ่งเวยหลง) นางเอก Victoria Song (ซ่งเชี่ยน) ไอดอลเกาหลีสัญชาติจีนวง f(x) มาประกบคู่กันครั้งแรก

FIND YOURSELF เป็นซีรี่ย์แนวรักต่างวัยที่คู่พระเอก นางเอกอายุห่างกันจริงทั้งในจอและนอกจอ โดยซ่งเวยหลงเกิดปี 1999 ปีนี้อายุ 20 ปีเท่านั้น ส่วนซ่งเชี่ยนเกิดปี 1987 ปีนี้อายุครบ 32 ปีแล้ว แม้ว่าอายุของทั้งคู่จะห่างกันถึง 12 ปีเต็ม แต่ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อความจิ้น เพราะหลังจากทีเซอร์ของซีรี่ย์จีน

FIND YOURSELF ถูกปล่อยออกมาดูหนังฟรี อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ทำให้แฟนๆ หวีดหนักกันถ้วนหน้าแล้วจ้า มีทั้งฉากที่ปั้นดินเหนียวด้วยกัน กอดกัน จุ๊บกัน แถมซ่งเวยหลงในเรื่องยังรุกนางเอกสุดๆ จนสาวๆ อยากจะขอสิงร่างซ่งเชี่ยนเลยละจ้า

Croton Media (China Syndication), K. Pictures, Hao Mai Culture, Chinese All Digital Publishing Group, New Film Association The Rise of Phoenixes 1

The Rise of Phoenixes ซีรีส์จีนฟอร์มยักษ์ร่วมกันผลิตระหว่าง

Netflix และ Croton Media (, K. Pictures, Hao Mai Culture, iQiyi, COL Group และ New Film Association สามารถรับชมทั่วโลกผ่านทาง Netflix พร้อม sub title กว่า 12 ภาษา ต้องบอกว่า The Rise of Phoenixes หรือชื่อไทยว่า หงสาประกาศิต rating ดีตั้งแต่เริ่มฉายสดที่ประเทศจีนเป็นที่พูดถึงใน weibo social network ของจีนเป็นอย่างมาก

พระเอกของเรื่องแสดงโดย เฉินคุน ซึ่งเป็นดารารุ่นใหญ่อายุ 42 ปี ในตอนแรกก่อน on air มีหลายคงสงสัยว่า เฉินคุน จะเหมาะรึเปล่าแต่หลังจากดูแล้วก็บอกได้ว่าคุณภาพมากครับ โดย พระเอกของเรื่องนี้คือ หนิงอี้ องค์ชายหก ตำแหน่งองค์ชายแห่งฉู่ เป็นองค์ชายที่ต้องเสีย มารดาไปตั้งแต่ 8 ขวบทำให้เป็นบาดแผลในใจ แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดจึงทำให้สามารถเอาตัวรอดและ แก้ไขเหตุการณ์ต่างๆได้

นางเอก เฟิ่งจื่อเว่ย รับบทโดย ไน ไน (หนี่นี่) นางเอกที่มีผลงานระดับภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เฟิ่งจื่อเว่ย หญิงสาวธรรมดาที่มีความเฉลียว ฉลาดชอบช่วยเหลือผู้คน แต่มีประวัติที่น่าสงสัยเกี่ยวกับชาติกำเนิด ได้มาพบกับ หนิงอี้ ทั้งคู่เป็นเหมือนคู่กัด ที่เป็นก่อเกิดเรื่องราวความรักของทั้ง 2 คน

The Rise of Phoenixes เป็นเรื่องราวของการล่มสลาย ราชวงค์ต้าเฉิง และจุดเริ่มต้นของ ราชวงค์ เทียนเชิ่ง ซึ่งมีองค์ชายอยู่หลายพระองค์แต่ หากทว่า บัลลังก์มีเพิ่งหนึ่งเดียว องค์ชายทั้งหมดพยายาม ทำทุกวิถีทางเพื่อชนะใจ องค์จักรพรรดิ เพียงเพื่อหวังจะได้ครองบัลลังก์ต่อ เนื่อเรื่องส่วนใหญ่เป็นการชิงไหวพริบกันของ เหล่าองค์ชาย การวางแผนและการแก้ไขแผนของฝั่งตรงข้าม เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้น การตัดสินใจของแต่ละตัวละคร และการแก้ไขปัญหาของ องค์จักรพรรดิ ราชวงศ์ เทียนเชิ่ง ที่ยังมีปัญหาต่างๆทำให้ราชวงศ์ยังไม่มั่นคง

Mango Entertainment, Turbo Films A Little Thing Called First Love 1

เรื่องย่อ เหลียงโย่วเหนียนพระเอก เป็นเด็ก ม.6 หนุ่มหล่อที่โดดเด่นทั้งด้านดนตรีและกีฬา เรียกว่าเพอร์เฟค ทั้งรูปหล่อ, เรียนดี, กีฬาเด่น ศิลปะเป็นเลิศ ในช่วงเวลาที่ชีวิตของเขาดำดิ่งถึงจุดต่ำสุด เขาก็ได้พบกับเซี่ยเหมี่ยวเหมี่ยวนางเอก เป็นเด็กต่างเมืองที่เพิ่งย้ายเข้ามาตอน ม.5 เด็กสาววัยที่แสนธรรมดาคนหนึ่งที่ตั้งใจเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับพระเอก

ทั้งความสวย ความฉลาดจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเหลียงโย่วเหนียน ความสดใสของเซี่ยเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหลียงโย่วเหนียนเช่นกัน เพราะเขาก็เเอบดูนางเอกเเบบห่าง ๆ ตลอด จนเห็นการเปลี่ยนเเปลงทุกอย่าง รวมถึงความพยายามของนางเอก เรื่องราวชวนอบอุ่นใจของวัยแรกรัก ที่จะทำให้คุณทั้งฟิน จิกหมอนไปพร้อม ๆ กัน

ความรู้สึกหลังได้ดู เป็นซีรี่ส์ที่ถึงจะนำมารีเมคใหม่ ก็ยังอยากดู ดูวนไปวนมา ดูเรื่อย ๆ ดูตลอดเวลาว่าง ตามดูฉากฟินทุกตอน บทน่ารักมาก พระเอกหล่อมาก ดูจบกดใจให้พระเอกรั่ว ๆ นางเอกก็ ซื่อ ๆ ใส ๆ น่ารัก น่าทะนุถนอม อยากเข้าไปอยู่ในร่างนางเอกมากตอนดู ตอนพระเอกกับนางเอกรักกันนี้คือดีมาก ฉากฟินเยอะเลย พระเอกทั้งห่วง ทั้งหวงนางเอกคือดี คู่นี้เคมีเข้ากันมาก ๆ ยกนิ้วให้เลย ไม่แพ้ของไทยเลยจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้เอาคะเเนนไปเลย 9.8/10

Tencent Penguin Pictures, Linmon Pictures, Phoenix Entertainment The King's Avatar 1

เรื่องราวการทวงบัลลังก์ของมหาเทพแห่งเกมกลอรี่ผู้เก่งกาจ
อีกหนึ่งซีรีส์แนว E-Sports ที่สร้างจากนิยายชื่อดัง ซึ่งในเรื่องจะพูดถึงเยี่ยชิว เกมเมอร์ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเกมกลอรี่ วันหนึ่งเขาถูกต้นสังกัดบีบบังคับให้วางมือด้วยเหตุผลที่ว่า เขาเอาแต่เล่นเกมโดยไม่สนใจทำรายได้ให้สโมสร หลังจากนั้นเขาจึงไปสมัครเป็นพนักงานของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามบริษัทเดิม ทำให้เขาได้กลับมาเล่นเกมอีกครั้ง ทั้งยังได้มีโอกาสตั้งทีมใหม่อีกด้วย เขาจึงมีเป้าหมายที่จะพาทีมไปคว้าชัยระดับประเทศให้จงได้ มาเอาใจช่วยพวกเขาไปพร้อม ๆ กันนะคะ

Huace Media, Tencent Video A Love So Beautiful 1

เรื่องราวของคนเย็นชาที่หลงใหลในความน่ารักของเธอเสมอมา
เฉินเสี่ยวซี สาวน้อยวัยมัธยมปลายผู้น่ารักสดใสแอบชอบเพื่อนข้างบ้านที่แสนจะเย็นชาอย่างเจียงเฉินมาโดยตลอด เธอมักจะทำของให้หรือไม่ก็โผล่หน้าไปอยู่ในสายตาของเขาอยู่เสมอ ๆ แม้เขาจะนิ่งเงียบและไร้เยื่อใยขนาดไหนเธอก็ไม่ย่อท้อ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความรักอันซื่อตรงอย่างน่าชื่นชม และในที่สุดความน่ารักของเธอก็ทำให้เขาหวั่นไหว แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น พวกเขาจะรักษาความรักนี้และเผชิญกับอุปสรรต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงหรือไม่ รับชมได้ในเรื่องเลยค่ะ

เรื่องย่อ: 5 นักโทษตัวอันตราย ได้แหกคุกจากหลายสถานที่ทั่วโลก แล้วเดินทางมายังญี่ปุ่น ไม่สะใจ  เพื่อเผชิญหน้ากับพวกยอดนักสู้จากซีรีส์บากิในสองภาคแรก หลังทั้ง 5 เผชิญหน้ากันได้ประกาศกฏในการแข่งที่ไม่มีกฏกติกา สู้ได้ทุกที่ตามที่ต้องการ

มังงะแนวต่อสู้ Baki the Grappler ผลงานของ Itagaki Keisuke ตีพิมพ์ในนิตยสาร Shounen Champion รายสัปดาห์ (Akita Shoten) เริ่มเขียนตั้งแต่ปี 1991 ถึง ปัจจุบัน แบ่งเป็นหลายภาค

ภาค 1 บากิ: จอมประจัญบาน (Baki: The Grappler) จำนวน 42 เล่ม
ภาค 2 บากิ: ศึกอสูรจอมประจัญบาน (New Grappler Baki: In Search of Our Strongest Hero) จำนวน 31 เล่ม
ภาค 3 ฮันมะ บากิ (Baki: Son of Orge) จำนวน 37 เล่ม
ภาค 4 กำปั้น ประจัญบาน (Scarface: The legend of Invisible Fist) ช่วงประกาศอนิเมะมี 19 เล่มยังไม่จบ
อนิเมะภาคครบรอบ 25 ปีของ บากิ จอมประจัญบาน เนื้อหาใช้จากบท Most Evil Death Row Convicts (Sai Kyō Shikeishū Hen) จากตอนที่ 1-158 ของภาคบากิภาค 2 (New Grappler Baki)

ทีวีอนิเมะ Baki ผลิตโดยบริษัท TMS Entertainment เริ่มฉาผ่าน Netflix ญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น 25 มิถุนายน 2561 (Summer 2018) ฉายทางทีวีในช่วงต้นกรกฏาคม และ ฉายทั่วโลกผ่าน Netflix ช่วง Fall 2018

Highlights
Hospital Playlist คือซีรีส์แนวดรามาการแพทย์ที่เล่าเรื่องของเพื่อนหมอ 5 คนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมา 20 ปี
แม้เรื่องราวในซีรีส์จะไม่หวือหวาซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนหลงรักคือความเป็นธรรมชาติและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักทั้ง 5 ที่พูดถึงคำว่าเพื่อนได้อย่างลึกซึ้งและกระทบใจ

ก่อนดูซีรีส์เรื่อง Hospital Playlist หากเปิดเรื่องย่ออ่านเราจะได้คำอธิบายประมาณนี้

Hospital Playlist คือซีรีส์เล่าเรื่องราวของแพทย์ ​พยาบาล และผู้ป่วยในโรงพยาบาล – นักเรียนแพทย์ 5 คนเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์พร้อมกันในปี 1999 ปัจจุบันพวกเขายังเป็นเพื่อนกันและทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน

แต่ทันทีที่ episode แรกจบลงเราก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ซีรีส์ที่นำหน้าด้วยเรื่องหมอและความเจ็บไข้ได้ป่วยเพียงอย่างเดียวแต่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของเพื่อนซึ่ง (บังเอิญ) เป็นหมอก็เท่านั้น

กลางดึกคืนหนึ่งของปี 1999 นักเรียนแพทย์ปี 1 ห้าคนแอบหนีงานรับน้องแสนเอะอะมาบังเอิญเจอกันในห้องเก็บของ และใครจะไปรู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่มั่นคงและแข็งแรงใน 20 ปีข้างหน้า

จากคืนรับน้อง ผู้กำกับกดปุ่ม fast forward มายังปี 2019 หลังจากแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตและทำงานในต่างที่ อาจารย์หมอทั้ง 5 กลับมารวมตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Yulje

ที่นี่เอง ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดำเนินต่อให้เราได้เห็น ได้หัวเราะ ร้องไห้ อบอุ่นหัวใจ และเอาใจช่วยตลอด 1 ซีซั่นที่ผ่านมา

นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน 5 คน Hospital Playlist ยังเล่าชีวิตการงานของหมอไปจนถึงชีวิตของเพื่อนร่วมตำแหน่งอื่นๆ อย่างละเอียดลออ ตั้งแต่เคสผ่าตัดด่วนที่อันตรายถึงชีวิต ความหนักหนาสาหัสของการเป็นแพทย์ประจำบ้าน อาจารย์แพทย์ที่ดีแต่พูด การทำงานร่วมกันของทีมแพทย์หลายแผนก แพทย์ที่โดนเพื่อนด้วยกันเอาเปรียบ ไปจนถึงเรื่องรักๆ ของนักศึกษาในโรงพยาบาล รวมๆ แล้วตัวละครทั้งหมดนั้นเยอะจนแม้กระทั่งคนเขียนบทยังต้องตั้งชื่อแพทย์แต่ละแผนกตามชื่อนักกีฬาในทีมเบสบอลต่างๆ เพื่อให้จำชื่อได้

ถึงอย่างนั้น ขอให้คุณลืมซีรีส์ดราม่าการแพทย์เครียดเข้มที่เคยดูไปก่อน เพราะเรื่องราวในซีรีส์เล่าแบบง่ายๆ เป็น slice of life ไร้เส้นเรื่องหลักอันหวือหวาซับซ้อน และมีหัวใจอยู่ที่ความสัมพันธ์ของหมอ 5 คนที่พูดถึงความหมายของคำว่าเพื่อนอย่างลึกซึ้งและอบอุ่นหัวใจ

Curon เรื่องย่อ

เรื่องนี้เป็น ซีรีส์สยองขวัญ แนวดาร์กแฟนตาซี ผสมดราม่าวัยรุ่น เป็นผลงานจากอิตาลี เนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวไนร่า สามคนพ่อแม่ลูก เดินทางจากเมืองมิลานกลับมาที่ คูรอน เมืองบ้านเกิดเล็กๆในชนบทของอิตาลี โดยกลับมาขออาศัยอยู่กับ คุณตาแท้ๆ ที่ดูแลโรงแรมร้างแห่งหนึ่ง

แต่ใครจะไปคาดคิดว่า การกลับมาของครอบครัวไนร่า กลับไปปลุกเอาความชั่วร้ายบางอย่างที่น่าสยดสยองและถูกกลบฝังไว้ในเมืองเล็กๆอย่างคูรอนให้กลับคืนมา แล้วสิ่งนั้นก็เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้คนในเมืองแห่งนี้ชนิดที่คงจะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

สำหรับ หอกลางน้ำของคูรอนก็เป็นสถานที่มีอยู่จริงในอิตาลี

Curon ตัวละคร
สมาชิกครอบครัวไนร่า ประกอบด้วย สามแม่ลูก แอนนา ดาเรีย เมาโร ที่เดินทางกลับมาในเมืองคูรอน แล้วขออาศัยอยู่กับ ธอมัส พ่อแท้ๆของแอนนา และเป็นคุณตาของหลานทั้งสองคน แต่ที่จริงแล้ว ธอมัส ได้เก็บงำความลับดำมืดบางอย่างเอาไว้ แล้วพยายามเอามันให้ห่างจากลูกสาวและหลานของตนเพื่อปกป้องพวกเขา

เรื่องราวจะวนเวียนอยู่กับครอบครัวไนร่า แต่อีกเส้นเรื่องก็จะบอกเล่าอีกครอบครัวของสองพี่น้องมิกกี้และกลูลิโอ้ กับพ่อและแม่ของเขาคือ อัลเบิร์ตและคลาร่า ที่พวกเขาเองก็มีความลับดำมืดแฝงเร้นอยู่ แล้วเรื่องนั้นยังมาเชื่อมโยงกับครอบครัวไนร่าด้วย

Curon รีวิว
เข้าใจว่า ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการนำเสนอแบบเอาตำนานท้องถิ่น เรื่องเล่าสยองขวัญ นิทานปรัมปรา ที่ผสมผสานระหว่าง อำนาจลี้ลับ เวทมนตร์ ไสยศาสตร์ คำสาป ไปจนถึง ปีศาจ มานำเสนอในสไตล์หนังดราม่าวัยรุ่น Coming of Age ปนกับการเล่นปมจิตวิทยา

ความเชื่อเกี่ยวกับปีศาจที่อยู่ในเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่ของใหม่ มีความเชื่อในลักษณะนี้มานานในโลกตะวันตก เพียงแต่ซีรีส์จับมาเล่าในมุมที่เป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน หลังจากที่ XiaoJay ได้รับชม Reality Z ซีรีส์ซอมบี้เรื่องใหม่ของทาง Netflix แล้วก็อยากจะมาแชร์ความเห็นหลังชมว่า Reality Z จะเป็นยังไงบ้าง เรื่องนี้เป็นออนไลน์ซีรีส์ Zombies สัญชาติบราซิลเรื่องแรกที่เปิดตัวใน Netflix ในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งทาง Netflix ได้ผลิตร่วมกับ Conspiração Filmes กำกับโดย Cláudio Torres ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ Cláudio ได้ดัดแปลงมาจากซีรีส์ซอมบี้คอมเมดี้ที่โด่งดังของอังกฤษอย่างเรื่อง “ Dead Set” ที่สร้างโดย Charlie Brooker ไม่สะใจ นั่นเองค่ะ

เรื่องย่อ: ซีรีส์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เหล่าซอมบี้บุกโจมตีเมือง ริโอ เดอจาเนโร ประเทศ บราซิล ในช่วงระหว่างการแข่งขัน Reality game shows ที่มีชื่อว่า Olympus เชื้อไวรัสได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่รอดชีวิตจากการโจมตีของ Zombies เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ พวกเขาได้มาอาศัยหลบภัยในป้อมปราการที่ถ่ายทำรายการ Olympus เหตุการณ์เลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดพวกเขาต่างก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิต แม้กระทั่งหันมาทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง เหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส Zombie นี้จะจบลงอย่างไร จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดนี้ได้หรือไม่ สุดท้ายแล้วใครจะเหลือรอดชีวิต สามารถรับชมได้ใน Netflix

ความเห็นหลังชม: ไม่มีตัวละครเอกที่เป็นตัวดำเนินเรื่องเลย ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวเอกไปเรื่อย ๆ ในตอนต้นเรื่องไม่ได้แจ้งสาเหตุที่ทำให้เกิดซอมบี้ระบาด ตัดเข้าแกนเรื่องเร็ว ช่วงต้น ๆ น่าเบื่อไม่มีอะไรเป็นจุดสนใจมากนัก บทดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดมุ่งหมาย ดำเนินเรื่องค่อนข้างยืดยาด พล็อตและไอเดียไม่ได้แปลกใหม่ซ้ำ ๆ กับซีรีส์ซอมบี้อื่น ๆ ช่วงต้นไม่มีฉากแอคชั่นให้ดูมากนัก ท้าย ๆ ซีซั่นถึงจะมีออกมาให้ชม สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือมุมกล้องชวนเวียนหัวมาก เพลงประกอบขัดกับซีรีส์มากแต่ก็เพราะดี ดนตรีประกอบฉากที่ตื่นเต้นร็อคมากทำออกมาซะเหมือนเสียงปืนเลย ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังกับเรื่องนี้มากเลยไม่ผิดหวังอะไร

เมื่อห้องใต้ดินในหอลึกลับที่ถุกค้นพบนั้นมีปีศาจหรืออสูรกายถูกจองจำไว้อยู่ และเมื่ออุชิโอะรู้ความจริงว่าคนที่ทำเรื่องแบบนี้คือ ชิรุเกะที่เป็นนักบวช ซึ่งภายนอกดูไม่มีพิษภัย แต่ภายในนั้นกลับมีอาคมที่แกร่งกล้า และนับว่าเป็นคนที่ขลังที่สุดในนิกายลับโคฮะ นิกายที่ตั้งมานานและกำลังหาผู้สืบทอด “หอกสมิง” ที่แท้จริงอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อุชิโอะต้องออกเดินทางตามหาความจริง และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดนี้

The Shining (1980)

หนังผีระดับขึ้นหิ้งเรื่องนี้มีชื่อไทยว่า โรงแรมผีนรก ผลงานของผู้กำกับชั้นครู “สแตนลีย์ คูบริก” ที่ทุกสถาบันต้องกล่าวถึง เมื่อพูดถึงหนังผีสุดหลอนเชิงจิตวิทยา เล่าเรื่องราวของ “แจ็ก ทอร์แรนซ์” ชายติดเหล้าผู้มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ เขาพาภรรยาและลูกชายวัย 5 ขวบ ไปปักหลักอยู่ที่โรงแรมโอเวอร์ลุก ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาที่หิมะปกคลุมตลอดฤดูหนาว เป็นช่วงที่โรงแรมปิดชั่วคราว เพราะไม่มีแขกมาพัก แจ็กจึงรับหน้าที่ดูแลโรงแรม พร้อมๆ กับเริ่มต้นทำงานเขียนอีกครั้ง แต่ระหว่างนั้นก็เกิดเรื่องราวประหลาดขึ้นมากมาย ในขณะที่แจ็กเองต้องต่อสู้กับสภาพจิตใจของตัวเอง

ลองของ 2, ไฟว์สตาร์โปรดักชัน รายได้ : 44.86 ล้านบาท

หนังผีเก่า ผลงานการกำกับหนังของกลุ่มผู้กำกับที่ใช้ชื่อว่า ‘โรนินทีม’ ซึ่งมี ”ก้องเกียรติ โขมศิริ’ อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย สำหรับลองของเป็นหนังแนวสยองขวัญที่เล่าเรื่องไสยศาสตร์ มนต์ดำ ผีสาง ความเชื่อ ความงมงายครบ สยองขวัญได้น่ากลัวระดับมือจิกเบาะซึ่งภาคแรกเสียงตอบรับดีจัด (ยกเว้นรายได้) มะหมี่ นภคปภา ก็เล่นได้เซ็กซี่ขยี้ใจมากๆ มาภาคสองก็ยังคงมาตรฐานเดิมไว้ และรายได้ก็ดีกว่าภาคแรกด้วย

โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต, GTH รายได้ : 47.14 ล้านบาท

หนังผีเก่า รายได้สำหรับหนังผีของ GTH ถือว่าไม่ดีแน่นอน ซึ่งก็จริงเพราะโปรแกรมหน้าฯ ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างกลางค่อนไปทางลบ คนดูผิดหวังไปตามๆ กันเพราะคาดหวังว่า ‘จิม -โสภณ’ ที่เขียนบทหนังผีร้อยล้านชัตเตอร์ กับเขียนบทหนังแฝด มาแล้วต้องมีความลึกและเนียนกริบกว่านี้

แต่ก็มีเสียงชื่นชมมาว่าจังหวะการนำเสนอวิธีการหลอกผีนั้นทำได้ดี มีชั้นเชิง มีความน่ากลัวกว่า ‘แฝด’ และเกือบจะใกล้เคียงความหลอนของ ‘ซัตเตอร์’

แนว : ลึกลับ/สยองขวัญ

นักแสดง : ชาคริต แย้มนาม, วนิดา เติมธนาภรณ์, นวดี โมกขะเวส, อัฐมา ชีวนิชพันธ์, บดินทร์ ดุ๊ก, บริวัตร อยู่โต

ผู้กำกับ : ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์

วันที่เข้าฉาย : 27 สิงหาคม 2552

เว็บไซต์ : www.myexthemovie.com

ค่ายหนัง : อาวอง

เขียนบทโดย : ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์, อดิเรก วัฏลีลา

เรื่องย่อ : เคน พระเอกหนุ่มสุดฮอต เป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆ ด้วยความที่เป็นหนุ่มหล่อเลือกได้ เรื่องราวชีวิตรัก การเปลี่ยนคู่ควงของเขาจึงตกเป็นข่าว Gossip ในสื่อบันเทิงบ่อยครั้ง รวมไปถึงครั้งที่ เคน คบหากับ มีน ไฮโซสาว และ โบ นักศึกษา สาวใสซื่อบริสุทธิ์ ที่มอบทั้งตัวและหัวใจให้กับเขา แต่เวลาผ่านไปไม่นาน เคน ก็ทะเลาะกับ มีน แล้วหันไปควงกับ พลอย นางเอกใหม่ มาแรงของวงการ ซึ่งการคบหาควงกันไปไหนต่อไหนของทั้งคู่ไม่พ้นการติดตามของปาปาราซซี่นำภาพข่าวมาตีแผ่

และทันทีที่มีข่าวว่า พลอย คือผู้หญิงที่ เคน จะแต่งงานด้วย หลังจากวันนั้นชีวิตของ เคน ก็ไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกเลย เหมือนมีใครบางคนติดตามเขาไปทุกที่ทุกเวลาและ เคน ก็ต้องเจอเหตุการณ์ป่วนประสาทที่เขาเองก็เดาไม่ถูกว่า มาจากบรรดา แฟนเก่า หรือ แฟนคลับ หรือพวก ปาปารัสซี่ กันแน่??

เมื่อข่าวฉาวๆ และการคุกคามที่รุนแรงมากขึ้น นิมิต ผู้จัดการส่วนตัว ของ เคน จึงเข้ามาช่วยเคลียร์ปัญหา โดยให้ เคน เก็บตัวเพื่อหลบข่าวและความวุ่นวายที่บ้านพักริมทะเล แต่แล้วความสุขของ เคน ก็หมดลงเมื่อคนข้างกายของเขาเริ่มหายไปจากชีวิตทีละคนๆ เคน จึงรู้ว่าคนที่ตามรังควานมาตลอด ก็คือแฟนเก่าคนหนึ่งของ เคน ที่ยังรักและหึงหวงเขาอยู่…

ระวัง!! สัญญาปากพล่อย จะทำให้ไม่ตายดี

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เมเจอร์ซินีเพล็กซ์

เด็กหอ, GTH รายได้ : 47.75 ล้านบาท

ชาตรี (ชาลี ไตรรัตน์) อายุ 12 เรียน ม.1 ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำอย่างฉุกละหุก สาเหตุเป็นเพราะ ชาตรี รู้ความลับบางอย่างของคุณพ่อ การต้องย้ายโรงเรียนกลางเทอมเป็นเรื่องโหดร้ายมาก ไหนจะห้องเรียนใหม่ ไหนจะเรือนนอนที่ไม่สนิทใจเหมือนอยู่บ้าน ที่แย่ที่สุด คือ ต้องนอนเตียงเก่าของคนอื่น

ชาตรี ไม่ค่อยมีเพื่อน มีที่สนิทกันจริงๆ แค่คนเดียว เขาสองคนมักแอบไปนั่งเล่นที่สระน้ำเก่าหลังโรงเรียนเสมอๆ อาจด้วยทั้งความเหงา ความซน หรือความรู้สึกอะไรบางอย่าง จึงตัดสินใจใช้สระว่ายน้ำเก่าหลังโรงเรียนเป็นเครื่องระบายความเหงาและความเศร้าอยู่เป็นประจำ

มีเรื่องเล่าว่าหลายปีมาแล้ว ก่อนที่โรงเรียนจะสร้างสระว่ายน้ำใหม่ สระแห่งนี้เคยเป็นที่เล่นน้ำของพวกเด็กๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสระกลับถูกปิดตาย มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสระน้ำนั้น ถ้าคุณเชื่อเรื่องเล่าในโรงเรียนประจำ และสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ชาตรีพร้อมจะเล่าความลับบางอย่างให้คุณรู้

ปอบ หวีด สยอง, สหมงคลฟิล์ม รายได้ : 48 ล้านบาท

ดูหนังออนไลน์เรื่อง ปอบ หวีด สยอง Body Jumper (2001) HD ดูหนังไทยเรื่อง ปอบ หวีด สยอง Body Jumper (2001) HD ดูหนังเรื่อง ปอบ หวีด สยอง Body Jumper (2001) HD ชัดเต็มเรื่อง ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวงและแสงสีคึกคักยามค่ำคืน กลุ่มนักศึกมุทรโคจร) หนุ่มช่างสงสัย ฟ้า (แองเจล่า แกรนท์) สาวจริงใจ และเกอร์ (ชมพูนุช ปิยะภาณี) ดาวมหาวิทยาลัย ได้จัดคณะออกค่ายอาสาพัฒนาขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยหารู้ว่าสถานที่แห่งนั้นเพิ่งมีหมอผีสะกดวิญญาณปอบเอาไว้ กระทั้งกลับถึงกรุงเทพฯ มิตรภาพของพวกเขาจึงเริ่มเปลี่ยนไป และเหลือไว้แค่ความน่ากลัวสยดสยอง

เฮี้ยน , สหมงคลฟิล์ม รายได้ : 48 ล้านบาท

ภายใต้ท้องฟ้าที่เงียบสงบ ดูเหมือนว่าบางสิ่ง ที่เป็นตัวแทนของความเศร้า ผิดหวัง และเต็มไปด้วยความอ่อนแอ ท้อแท้ สูญสิ้นซึ่งความหวัง นอนทอดตัว สงบนิ่งอยู่ในเบื้องลึกแห่งก้นบึงของห้วงอารมณ์ ที่โอบอุ้มไปด้วยความหวาดกลัว ที่แสนเปราะบาง กำลังมีการเคลื่อนไหวอยู่อย่างเงียบ ๆ ราวกับกำลังเรียกร้อง และรอคอยให้ใครบางคน ที่พร้อมจะย่างกรายเข้ามา สัมผัสถึงดวงจิตที่อัดแน่นไปด้วยร้อนรุ่ม กระวนกระวายไปทุกอณูแห่งความรู้สึกคลั่งแค้นใจ เพื่อรอการสะสาง บัดนี้ใกล้มาถึงจุดสิ้นสุดแห่งการเดินทาง เป็นการมาถึงของอาการที่คนทั่วไป รู้จักกันดีที่ถูกเรียกขานสั้น ๆ ว่า เฮี้ยน

สำหรับ ปอวรีร์ (ทราย เจริญปุระ) หญิงสาวที่ไม่เคยก้มหัว สนใจ หรือแคร์ใครหน้าไหนในโลก โดยเฉพาะมนุษย์เพศชายทุกคน นอกจาก กิ๊ฟ (อินทรา วีระวัธนชัย) เพื่อนสาวเพียงคนเดียวในขณะนี้ ที่ทั้งคู่ต่างเลือกปักหลักใช้ชีวิตคนกลางคืน ที่แวดล้อมไปด้วยแสงสี เหล้า ยา ด้วยกันในฐานะสาวเสิร์ฟในผับชื่อดัง และซุกหัวนอนอยู่ในอพาร์ทเมนท์เดียวกัน ดูเหมือนว่านี่คือวิถีแห่งการใช้ชีวิต ที่ค่อนข้างล่อแหลมและไม่เคยบันยะบันยัง ของหญิงสาวที่ไร้อนาคต ในสายตาของใครหลาย ๆ คนอย่างปอ

จนกระทั่ง การตื่นขึ้นมาในเตียงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากคืนที่แสนสาหัสเกิดขึ้นในชีวิตของปอผ่านพ้นไป พร้อมร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ จากการถูกทำร้ายโดยฝีมือของ ไอ้อ๊อด (วรรณกิตย์ ศิริพุฒ) นักเลงขี้ยา เอเยนต์ค้ายาเสพติดที่จับได้ว่า ถูกหญิงสาวที่คอยปล่อยของอย่างปอยักยอกเสียเอง แต่ในระหว่างที่วินาที ที่พยายามยื้อชีวิตตัวเอง ให้รอดจากเงื้อมมือของมัจจุราช ทำให้ปอพลาดท่า หมดสติตกลงไปในบึงใหญ่แห่งหนึ่ง

หลังจากได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจาก หมอฤดี (อรัญญา นามวงศ์) รอง ผอ.โรงพยาบาลที่เป็นเจ้าของไข้ สิ่งที่สร้างความช๊อคให้กับปอมากที่สุด ก็คือการที่รู้ว่าตนเองกำลังตั้งท้องได้ 10 สัปดาห์แล้ว ถึงแม้ว่าจะถูกคนทั่วไปมองว่า หญิงสาวที่ไร้อนาคตอย่างปอ พยายามที่จะกำจัดลูกในท้อง แต่ดูเหมือนว่ามีเพียงหมอฤดีเพียงคนเดียว ที่คอยเข้าใจและเป็นกำลังใจให้กับปอ

ในขณะที่กำลังวุ่นวายใจกับสถานการณ์ ที่ยากเกินกว่าที่จะตั้งรับได้ทัน สิ่งที่หญิงสาวที่ไม่เคยรักชีวิตของตัวเองอย่างปอ ต้องเผชิญกับบางสิ่งบางอย่าง ที่ยากเกินอธิบาย ที่เริ่มเข้ามาคุกคาม ทั้งจากการสัมผัส มองเห็น ได้ยินทั้งภาพและเสียง อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในโรงพยาบาล เริ่มต้นจากเสียงร้องของเด็ก ที่ไม่สามารถหาต้นตอได้ ตุ๊กตาที่ขยับได้เอง ของคนไข้เด็กที่อยู่ในห้องผู้ป่วยรวม ภาพหลอนของหญิงสาว (ปรางทอง ชั่งธรรม) ที่ตนไม่เคยรู้จัก รวมไปถึงภาพเสมือนที่ดูเหมือนจริง ซึ่งล้วนมีภาพของตัวเอง เข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทุกครั้ง พร้อมกับมีภาพของคนอีกหลายคน และอีกหลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะจริงจัง และรุนแรงมากขึ้นทุกที ในขณะเดียวกันกับที่ พัฒน์ (กรุณพล เทียนสุวรรณ) เจ้าหน้าที่ติดตามการรักษา ของศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดคนใหม่ ก็ถูกส่งเข้ามาประกบกับปอ เพราะเกรงว่าจะยังคงมีประวัติการใช้ยาในตัวปอ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ สิ่งที่ยากเกินกว่าคำอธิบาย ที่ชักนำทุกคน ย้อนกลับไปสู่ต้นตอของปรากฎการณ์ ที่นิยามได้ด้วยคำจำกัดความว่า… เฮี้ยน