วันนี้ (13 ตุลาคม 63) นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยมีองคมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หน่วยราชการในพระองค์ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมไปถึงในต่างประเทศอย่างสมพระเกียรติ ขณะที่ประชาชนพร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง

นอกจากนี้ มีการจัดกิจกรรมจิตอาสา “ปณิธานความดี ทำดีเริ่มได้ที่ใจเรา” โดยให้สถาบันการศึกษาและสถานสงเคราะห์ทุกแห่งเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สร้างความรักความสามัคคี สร้างจิตสาธารณะ เสียสละร่วมกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

วันนี้ (13 ตุลาคม 63) เมื่อเวลา 11.00 น. ศบค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ (13 ตุลาคม 63) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2 ราย เป็นผู้เดินทางมาจาก สหรัฐอเมริกา 1 ราย และสวีเดน 1 ราย

ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,643 ราย หายป่วยแล้ว 3,457 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 127 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตรวม 59 ราย

ศบค. รายละเอียดผู้ป่วยใหม่ 2 ราย มีดังนี้
สหรัฐอเมริกา 1 ราย

เพศชาย สัญชาติไทย อายุ 22 ปี อาชีพพนักงานโรงแรม เดินทางถึงไทย 29 กันยายน 63 ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 4 ตุลาคม 63 (Day 5) ผลไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 10 ตุลาคม 63 (Day 11) ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้าพัก State Quarantine จ.ชลบุรี

สวีเดน 1 ราย

เพศชาย สัญชาติไทย อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางถึงไทย 5 ตุลาคม 63 ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 10 ตุลาคม 63 (Day 5) ผลพบเชื้อ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น (11 ตุลาคม 63) เข้าพัก Organizational Quarantine กรุงเทพฯ รพ.วชิระ

พ.ต.ต.วศิน ธโนภาสรัตน์ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกน้อย รับแจ้งเหตุ ชาย คลุ้มคลั่งใช้มีดจี้โชเฟอร์แท็กซี่ จนรถชนกันเกิดความชุลมุนวุ่นวาย บริเวณหน้าปั๊ม LPG สยามแก๊ส ถนนจรัญสนิทวงศ์ ปากซอย 18 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทษ 5366 จอดอยู่ในสภาพตัวถังรถด้านหน้าพังยับเยิน เนื่องจากเฉี่ยวชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายคัน โดยมี นายมนัสวิน เนตรทอง อายุ 33 ปี โชเฟอร์ ยืนรอให้การกับตำรวจด้วยอาการตื่นตระหนก

นอกจากนี้ข้างๆ รถ ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายคัยมก วัณณสุโภประสิทธิ์ อายุ 25 ปี มี ชาย อาการคลุ้มคลั่งและมีกลิ่นสุรา ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายดอกสีขาวดำ ท่อนล่างเปลือยเปล่า นอนอยู่บนพื้นถนนในมือถือมีดปลายแหลมยาว 1 ฟุต 1 เล่ม และเหล็กแทงกระสอบขนาดไล่เลี่ยกันอีก 1 ด้าม โดยเจ้าตัวนั้นใช้มีดแทงลำคอและราวนมซ้ายตัวเอง รวม 2 แผล ตำรวจจึงควบคุมตัว ก่อนนำส่ง รพ.ศิริราช

จากการสอบสวน นายมนัสวิน โชเฟอร์แท็กซี่ ให้การว่า ตนขับรถตระเวนรับผู้โดยสารมาจากแยกไฟฉาย มุ่งหน้าไปแยกท่าพระ มาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นคนร้ายวิ่งข้ามถนนมาจากซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า มือถือมีดและเหล็กแหลม รวม 2 ชิ้น พยายามวิ่งไล่เปิดประตูขึ้นรถชาวบ้าน หลายคันแต่ขึ้นไม่ได้ จังหวะนั้นตนพยายามกดล็อกประตูรถตัวเองแล้วแต่ไม่ทัน ทำให้คนร้ายกระโดดขึ้นห้องโดยสารด้านหลัง และใช้มีดปลายแหลมมาจ่อที่คอสั่งให้ตนขับรถไปข้างหน้า ตนจึงขับส่ายไปมา ทำให้รถไปชนกับคันอื่นเสียหาย 3-4 คัน กระทั่งรถไปหยุดที่หน้าปั๊มแก๊สดังกล่าว ไม่สามารถไปต่อได้ ตนจึงรีบเปิดประตูวิ่งลงจากรถ ขณะที่คนร้ายเกิดความคลุ้มคลั่งใช้มีดแทงคอหอยและตามร่างกายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ ต่อหน้าประชาชนที่มาช่วยกันล้อมรถไว้

ขณะที่ นายโต ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของ นายคัยมก เดินทางเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ ว่า นายคัยมก อดีตเคยทำงานขับรถส่งของอยู่ที่บริษัทขนส่งสินค้าเอกชนแห่งหนึ่งกับตน แต่โดนไล่ออกเมื่อเกือบ 2 เดือนที่แล้ว เพราะเจ้าตัวมีอาการแปลกๆ ชอบพูดจาเพ้อเจ้อ ประกอบกับมีอารมณ์แปรปรวน หัวร้อนใส่คนรอบข้าง กระทั่งก่อนก่อเหตุได้ดื่มสุราเพราะความเครียดที่กำลังตกงาน จึงวิ่งออกจากห้องพักมาลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน จะเร่งสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดและติดตามญาติของนายคัยมก มาสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้คลุ้มคลั่งต่อไป

สนับสนุนโดย แทงบอล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐอาจอนุมัติวัคซีนต้านไวรัส โควิด-19 ในเดือน ตุลาคม นี้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.
“แทนที่จะต้องใช้เวลานานถึง 2 หรือ 3 ปี เราควรใช้เวลาสั้นๆ ในการอนุมัติวัคซีนต้านโควิด-19 และการอนุมัติควรจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ตุลาคม ” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ

ในระหว่างการแถลงข่าวครั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวโจมตีนายโจ ไบเดน คู่ชิงตำแหน่งปธน.จากพรรคเดโมแครตที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมือง โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ความข้องใจของนายไบเดนนำไปสู่การพูดโกหกเพื่อหวังผลทางการเมือง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้แสดงความกังวลว่า FDA กำลังเผชิญแรงกดดันจากทำเนียบขาวให้ทำการอนุมัติวัคซีนก่อนการเลือกตั้งปธน.สหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ขณะเดียวกันชาวอเมริกันก็อาจจะไม่เต็มใจที่จะฉีดวัคซีนหากเชื่อว่า วัคซีนถูกเร่งเข้าสู่ตลาดจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ว่า “วัคซีนจะมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างมาก และจะมีการวางจำหน่ายในไม่ช้านี้ พวกคุณจะรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ทางด้านนายโจ ไบเดน ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างโปร่งใสในการศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนต้านโรคโควิด-19

รายงานระบุว่า ก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวนั้น นายไบเดนได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกรอบการรณรงค์หาเสียงที่เมืองแลนคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนียว่า เขาจะปฏิบัติตามคำแนะนำจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ว่า ควรจะฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 หรือไม่ หากมีวัคซีนดังกล่าวออกสู่ตลาดก่อนการเลือกตั้งปธน.ในเดือน พฤศจิกายน

สนับสนุนโดย แทงบอล

 

พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทาง หลวง เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการเตรียมความพร้อมระบายรถที่จะเดินทางกลับเข้า กทม. ว่าเบื้องต้นได้มีการประสานร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาน เช่น การเตรียมเปิดช่องทางพิเศษ 18 จุด เพื่อระบายรถในช่วงที่การจราจรหนาแน่น, จัดกำลังตำรวจไปประจำจุดที่คาดว่ามีปัญหาการจราจรติดขัดแน่นอน โดยเฉพาะจุดที่ยังมีการก่อสร้างถนน, เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าแก้ไขสถานการณ์ อาทิ อุบัติเหตุ รถจอดเสีย หรือฝนตกหนักจนมีน้ำท่วมผิวการจราจร ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมทางหลวง คาดว่าตั้งแต่ช่วงเย็นของวานนี้ (6 กันยายน 63) ประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง และส่วนใหญ่จะเริ่มทยอยเดินทางกลับในช่วงสายของวันนี้ (7 กันยายน 63) เป็นต้นไป

ทั้งนี้ จุดที่คาดจะมีปัญหาการจราจรส่วนใหญ่จะอยู่ในเส้นทางสายภาคอีสาน เช่น ถนนเอเชีย, ถนนมิตรภาพ, จุดที่มีการก่อสร้างถนนช่วงคลองไผ่ และกลางดง ต่อเนื่องไปถึงจังหวัดสระบุรี, จุดพักรถและปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ที่มีประชาชนเข้าไปใช้บริการมาก เช่น จุดพักรถมอเตอร์เวย์ กิโลเมตรที่ 49, จุดที่เป็นเส้นทางบรรจบจากถนนเส้นทางหลัก เช่น เส้นทางสายใต้ช่วงแยกวังมะนาว ซึ่งได้สั่งการให้ตำรวจทางหลวงไปประจำจุดต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะคาดว่าจะมีปัญหาการจราจรติดขัด ต้องใช้การบริหารจัดการเพื่อระบายรถ ส่วนการเดินทางออกต่างจังหวัดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่ามีรถติดขัดสะสมน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เชื่อว่า ประชาชนมีการวางแผนการเดินทางไว้เป็นอย่างดี

สนับสนุนโดย แทงบอล

ตชด.414 รวบ ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่น เบื้องหน้าค้ายางพารา เบื้องหลังค้ายาเสพติด จนร่ำรวยและเป็นรายใหญ่ที่สุด

วันที่ 4 กันยายน 63 ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชุมดำ หน.ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ)และชุดจับกุม นำกำลัง รวบ ตัวนายชัยญัน หรือ เสือ อายุ 36 ปี มาที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ท่าแซะ) เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมหลังถูกจับกุมได้พร้อมยาเสพติด ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 13,600 เม็ด ไอซ์ จำนวน 699.11 กรัม อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน จำนวน 13 นัด และของกลางในการกระทำความผิดเป็นรถยนต์กระบะ แบบสี่ประตู สีขาว ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 7964 ประจวบคีรีขันธ์

โดย ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทาง ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชุมดำ หน.ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) ได้นำกำลังออกปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนสามารถจับกุมผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพในตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้หลายรายและจากการสอบปากคำทุกคนได้ซัดทอดว่ารับยาบ้าและไอซ์ มาจากนายชัยญัน หรือ เสือ จึงวางแผนโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกจับกุมสมัครใจเป็นสายล่อซื้อในการขยายผลเพื่อเป็นเหตุบรรเทาโทษในคดี จากนั้นได้ให้ผู้ที่ถูกจับกุมโทรศัพท์ติดต่อขอสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด ในราคา 40,000 บาท โดยนายชัยญัน ได้ตอบตกลง และนัดหมายเวลา 21.00 น.วันเดียวกัน ให้สายไปรออยู่ที่บ้านนายหมู ซึ่งเป็นญาติ ของนายชัยญัน เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปยังบ้านเป้าหมาย ก่อนกระจายกำลังซุ่มในที่มืดตามป่ารอบบ้าน

ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) กล่าวว่า จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย ได้มีรถยนต์กระบะ แบบสี่ประตู สีขาว ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 7964 ประจวบคีรีขันธ์ ขับรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านนายหมู โดยคนขับ ได้เปิดประตูลงมาก่อนจะเดินไปข้างบ้านพร้อมกระเป๋าสะพาย จำนวน 2 ใบ สายชี้ระบุตัวคือนายชัยญัน เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งกรูออกมาจากที่ซุ่ม ทำให้นายชัยญัน ตกใจโยนกระเป๋าสะพาย ทั้งสองใบทิ้ง ก่อนพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่ไม่รอดถูกจับได้โดยละม่อมพร้อมของกลางเป็นยาบ้าพร้อมไอซ์และอาวุธปืนพกสั้น ก่อนจะนำตัวมาสอบปากคำที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ท่าแซะ)

ซึ่งจากการสอบปากคำ นายชัยญัน ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองลอบค้ายาเสพติดมานานหลายปีแล้ว โดยเปิดร้านรับซื้อน้ำยางและยางแผ่นเป็นธุรกิจบังหน้า โดยยาเสพติดไม่ว่ายาบ้าและไอซ์ ตนเองจะสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์มาที่นายอาร์ม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งเป็นม้าวิ่งให้กับนายทุนใหญ่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คอยวิ่งมาส่งให้ตามจุดต่างๆ ที่นัดเจอซึ่งแต่ละครั้งจะไม่ซ้ำ โดยยาบ้ารับมาถุงละ 200 เม็ด เป็นเงิน 5,000 บาทและขายยกถุง 7,000 บาท เดือนหนึ่งก็จะสั่งมาไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นเม็ด ส่วนไอซ์ จะสั่งเดือนละครั้งๆ ครั้งละ 1 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 3 แสนบาท แล้วมาแบ่งขายเป็นกรัมหรือ 1 จี จีละ 400 บาท ซึ่งแต่ละครั้งที่สั่งซื้อจะอยู่ประมาณกว่าล้านบาท ซึ่งตนเองลอบค้ายาเสพติดมานานหลายปีแล้ว โดยจะเปิดร้านรับซื้อน้ำยางและยางแผ่นเป็นธุรกิจเพื่อบังหน้าธุรกิจมืด แต่ก็ไม่รอดถูกจับในที่สุด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ข้อกล่าวหา ว่า มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่ง สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับตัวนายชัยญัน เป็นลูกชายของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในตำบลดอนยางและลักลอบค้ายาเสพติดมานานหลายปี จนมีร่ำรวย มีทรัพย์สินและที่ดิน สวนยางพารา จำนวนมาก ที่คาดว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ เพื่อหาที่มาที่ไปตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

สนับสนุนโดย แทงบอล

สุดสงสาร วันที่ 3 กันยายน 2563 ร้อยตำรวจเอก ณัฐ์ธเนศ อัครดำรงค์สกุล พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสิงห์บุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตที่บ้าน ในตำบลบางมัญ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาการทราบ และแจ้งแพทย์เวรของโรงพยาบาลสิงห์บุรี รุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง จังหวัดสิงห์บุรี ทันที

ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ที่ใต้ถุนบริเวณใกล้ห้องน้ำด้านหลังของบ้านพบร่างของ นางกรองแก้ว อายุ 58 ปี อดีตข้าราชการครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี ที่คอมีเชือกไนล่อนสีขาวคล้องรัดผูกอยู่ที่ขื่อใต้ถุนบ้าน ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีชมพู กางเกงสีดำสามส่วน สภาพศพอยู่ในลักษณะยืนโดยที่ข้อเข่าด้านขวางอเล็กน้อย บริเวณใกล้เคียงศพมีเก้าอี้พลาสติกสีเขียวตั้งอยู่ พบลูกชายของผู้ตายซึ่งรับราชการเป็นครูอยู่ที่จังหวัดอ่างทอง เมื่อทราบข่าวว่าแม่ผูกคอเสียชีวิตก็รีบขับรถกลับมาบ้านทันที พอเจอร่างของแม่ที่ไม่มีลมหายใจแล้วก็ทรุดลงร้องไห้อย่างน่าสงสาร จนญาติๆ ต้องปลอบใจ อาสาสมัครฯ จึงได้นำร่างของผู้ตายลงมาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

สอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ตาย รับราชการเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี โดยไม่นานนี้ ผู้ตาย ได้เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ จึงออกมาอยู่บ้านกับสามีซึ่งมีอาชีพรับราชการเป็นทหาร และลูกสาว ลูกชาย ซึ่งมีอาชีพรับราชการเป็นครูทั้งคู่ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง โดยสามีและลูกๆ ได้ไปทำงาน ซึ่งในช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตาย ยังได้เดินออกมาคุยกับเพื่อนบ้านเป็นปกติ ไม่มีวี่แววหรืออาการใดๆ ให้สงสัยว่า ผู้ตาย มีอาการเครียดอะไรเลย จนกระทั้งมีรถจำหน่ายน้ำดื่มวิ่งเข้าไปในบ้านของผู้ตายเพื่อนำน้ำดื่มมาส่งเป็นปกติ คนส่งน้ำก็พบร่างผู้ตายผูกคอตายแล้วและได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว แต่เนื่องจากการเสียชีวิตแบบนี้เป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ จึงจะต้องนำร่างของผู้ตายส่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เผื่อผ่าพิสูจน์การเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

สนับสนุนโดย แทงบอล

ม.เกษตรฯ บางเขน ประกาศยกเลิกประกวด ดาว-เดือน หลังผลสำรวจชี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และส่งเสริมค่านิยมในเรื่องของรูปลักษณ์

(2 กันยายน 63) เฟซบุ๊กแฟนเพจ องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ระบุว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่มีต่อกิจกรรมการประกวดทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือ ที่เราเรียกกันติดปากว่า ดาว-เดือน

พบว่านิสิตส่วนมากแสดงความคิดเห็นว่า การประกวดดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่นิสิตส่วนมาก แต่เป็นการให้ผลประโยชน์แก่คนเฉพาะกลุ่มมากเกินไป รวมถึงเป็นการส่งเสริมค่านิยมในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าที่ควรจะเป็น และควรมีกิจกรรมที่ส่งเสริมในเรื่องของความสามารถนิสิตอย่างแท้จริงมากกว่าที่จะตัดสินในเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว

เมื่อผลการสำรวจความคิดเห็นได้สิ้นสุดลง มีนิสิตเข้าร่วมทำแบบสอบถามทั้งหมด 1,272 คน และมีค่าเฉลี่ยดังนี้

นิสิต 55.6 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับการประกวดและเห็นควรให้ยกเลิกการประกวดดังกล่าว
นิสิต 28.7 เปอร์เซ็นต์ เห็นควรให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการประกวด โดยไม่ใช้หน้าตาหรือรูปลักษณ์ภายนอกมาเป็นเกณฑ์การประกวด
นิสิต 15.7 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับการประกวดและเห็นควรให้มีการจัดการประกวดต่อไป
องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จึงขอประกาศยกเลิก การประกวดทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในปีการศึกษา 2563 อย่างเป็นทางการ

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook

น้ำท่วม สภาฯ ไม่รอด! แห่แชร์คลิปน้ำทะลักท่วมเข้าสัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย

จากกรณีเกิดฝนตกอย่างหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครตลอดทั้งคืนจนกระทั่งช่วงเช้า วันนี้ (1 ก.ย.) ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังผิวการจราจรหลายจุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (1 กันยายน 63)  เกิดเหตุการณ์น้ำทะลักท่วมเข้าสัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ซึ่งมีงบประมาณการก่อสร้างหลายหมื่นล้านบาท โดยมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะน้ำทะลักท่วมเข้าไปในอาคารฝั่งวุฒิสภา บริเวณโถงชั้น 1 ใกล้กับที่ทำการไปรษณีย์ และจุดแถลงข่าว ในคลิปจะเห็นน้ำกำลังรั่วซึมหน้าประตูลิฟต์บริเวณทางเข้าราวกับน้ำตก ทำให้ข้าราชการต้องขนของหนีกันจ้าละหวั่น

ด้าน นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ช่วงตี 4 ทราบสาเหตุเบื้องต้น เกิดจากท่อรับน้ำแตก ทำให้น้ำทะลัก ได้สั่งการให้ ผู้รับเหมาทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข

ทั้งนี้ หลังย้ายจากสภาเก่ามาที่อาคารสัปปายะสภาสถาน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขอบกพร่องมากมาย อาทิ ไฟฟ้าสว่างไม่พอ, ป้ายบอกทางหนีไฟไม่มี, ไม่มีห้องพักให้แม่บ้าน และล่าสุด เหตุการณ์น้ำทะลักเข้าท่วมอาคารในวันนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook

BNK48 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์และผลิตภัณฑ์ใหม่ของร้าน THAI –DENMARK MILKLAND ณ ศูนย์การค้า เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทยและการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคนมในสังคมไทยให้เพิ่มมากขึ้นโดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนม ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย และมีคุณประโยชน์สำหรับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ

ดังนั้น อ.ส.ค.ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค นมโคแท้ 100% ไม่ผสมนมผง จึงได้เปิดร้าน “THAI-DENMARK MILK LAND” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มปริมาณการดื่มนมจากเมนูเครื่องดื่มต่างๆที่ใช้ส่วนผสมของนมไทย-เดนมาร์ค ทำให้มีรสชาติ หอม มัน อร่อย และได้ประโยชน์จากนมโคสดแท้ และสิ่งที่พิเศษสำหรับ THAI-DENMARK MILK LAND ในปีนี้ คือ อ.ส.ค. ได้นำศิลปินไอดอลหญิงกลุ่ม BNK48 จำนวน 12 คน นำโดย เฌอปราง – เฌอปราง อารีย์กุล , เจน – กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์ , มิวสิค – แพรวา สุธรรมพงษ์ , โมบายล์ – พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค -, วี- วีรยา จาง , ปูเป้- จิรดาภา อินทจักร , ตาหวาน – อิสราภา ธวัชภักดี , มินมิน – รชยา ทัพพ์คุณานนต์ , มิวนิค – นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล, ผักขม- สิริการย์ ชินวัชร์สุวรรณ ,แบมบู- จณิสตา ตันศิริ , และจีจี้ – ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของร้าน THAI-DENMARK MILK LAND เพื่อเป็นตัวแทนเยาวชนในการสร้างการจดจำ ส่งเสริม และรณรงค์การบริโภคนมในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไปให้เลือกดื่มนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง

ด้านนายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า “ภารกิจหลักของ อ.ส.ค. นอกจากจะทำหน้าที่ในการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมแล้ว ยังมีภารกิจด้านการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคนมให้เพิ่มมากขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายการเพิ่มปริมาณการบริโภคนมของคนไทยจาก 18 ลิตร/คน/ปี เป็น 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2569 ซึ่ง อ.ส.ค. ได้มีการขยายช่องทางการจำหน่ายนมไทย-เดนมาร์ค เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกวัย”

สนับสนุนโดย ufabet