40-top-movie-years 2018 (24)

The Voyage of Doctor Dolittle

ประเภท : ภาพยนนตร์
แนว : Comedy, Family, Fantasy
กำกับโดย : Stephen Gaghan
แสดงนำโดย : Robert Downey Jr., Antonio Banderas, Michael Sheen, Jim Broadbent
ผลิตโดย : Universal Pictures, Roth Kirschenbaum Films, Team Downey
กำหนดฉาย : 16 มกราคม 2020

The Voyage of Doctor Dolittle เป็นผลงานประพันธ์ของ นักเขียนชาวอังกฤษ ฮิวจ์ ล็อฟติ้ง (Hugh Lofting) ตั้งแต่ปี 1920 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ดร.ดูลิตเติ้ล นายแพทย์ที่อยากรักษาสัตว์มากกว่าคน เพราะเขามีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับสัตว์ทุกประเภทนั่นเอง ซึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 1967 ซึ่งรับบทโดย เร็กซ์ แฮร์รีสัน แต่เวอร์ชั่นที่ทุกคนจำได้ดีที่สุดคือปี 1998 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นการแสดงของ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ ที่มีภาคต่อในปี 2001

The Voyage of Doctor Dolittle เวอร์ชั่นรีเมคครั้งนี้ จะได้ สตีเฟ่น กาแกน (Stephen Gaghan) มารับหน้าที่ผู้กำกับควบตำแหน่งมือเขียนบท

ส่วนทางด้านนักแสดง นอกจากจะได้ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มารับบทนำแล้ว ยังเสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เรมี มาเลค, ออคตาเวีย สเปนเซอร์, คุเมล นันจิอานี, จอห์น ซีนา, มาริยง กอติญาร์, คาร์เมล อีโจโก, เครก โรบินสัน, ฟรานเชส เดอ ลา ทัวร์, เอ็มมา ธอมป์สัน, เซเลนา โกเมซ, ทอม ฮอลแลนด์ และ เรล์ฟ ไฟนส์

ส่วนกำหนดวันฉายจากแต่เดิมที่วางโปรแกรมจากที่จะฉายในปีนี้ แต่เพราะต้องหลีกทางในช่วงที่ป๋าดาวนีย์ รับบทเป็นมนุษย์เหล็กในเวลานั้น ก่อนจะได้วันฉายจริงคือ 17 มกราคม 2020 ก็ต้องรอติดตามดูว่าหนังคุณหมอคุยกับสัตว์ในรอบนี้จะออกมาเป็นแบบไหน ใครเป็นแฟนป๋าดาวนีย์ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

40-top-movie-years 2018 (23)

Avengers 4

ภาพยนนตร์ ที่ลาสเวกัสในตอนนี้ กำลังมีงานชื่อ Licensing Expo ที่ค่ายผลิตสื่อและสินค้าด้านความบันเทิงยักษ์ใหญ่นำงานออกแบบสินค้าจากตัวละครต่างๆ ของตัวเองไปนำเสนอและพบผู้ซื้อจากทั่วโลก ซึ่งผู้มาร่วมงานก็จะได้นิตยสารที่เผยข้อมูลเบื้องต้นของหนังจากค่ายยักษ์ใหญ่ด้วย ดิสนีย์ได้เผยเรื่องย่อสั้นๆ ของ Avengers 4 ลงในนิตยสารนี้ครับ

บก.ของ ComicBookMovies เป็นผู้ลงเรื่องย่อของ Avengers 4 ในนิตยสารดังกล่าวลงบนทวิตเตอร์ มันไม่ได้บอกอะไรมากนัก แต่ก็มีคำบอกใบ้ให้เราเดากัน ดังนี้ครับ

“ภาค 4 ของเรื่องราว Avengers ที่เป็นบทสรุปของภาพยนตร์ 22 เรื่องซึ่งเชื่อมต่อกัน จะพาผู้ชมไปพบกับจุดพลิกผันของเรื่องราวอันมหากาพย์นี้ เหล่าฮีโร่อันเป็นที่รักของเราจะถึงคราวเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความเป็นจริงนี้เปราะบางเพียงใด และได้เข้าใจถึงการเสียสละที่จำเป็นต้องทำเพื่อรักษามันไว้”

คำใบ้สำคัญจากเรื่องย่อสั้นๆ นี้คงเป็น “ความเป็นจริงอันเปราะบาง” (fragile reality) ที่บอกเราว่าเนื้อเรื่องอาจเกี่ยวข้องกับพหุจักรวาล หรือ Multiverses ครับ เป็นไปได้ไหมที่เราจะได้เห็นโลกคู่ขนานที่แตกต่างกันในหนัง เป็นต้นว่าโลกที่สตีฟ โรเจอร์ส อาจไม่ได้กลายเป็นกัปตันอเมริกา โลกที่อเวนเจอร์สไม่ได้รวมทีมกัน หรือโลกในแบบอื่นๆ และเหล่าฮีโร่ที่เหลืออยู่จำเป็นต้อง “เสียสละ” ตัวเอง เพื่อให้จักรวาลในหนังที่เรารู้จักคืนกลับสู่สภาพปกติครับ

Avengers ออกฉายปลายเมษายน 2019

Great Detective Pikachu movie3 - Copy

Detective Pikachu

ภาพยนนตร์ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เตรียมตัวต้อนรับเหล่า พ็อกเก็ต มอนสเตอร์ ผู้โด่งดัง บนจอยักษ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อล่าสุด “Pokemon Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู” ภาพยนตร์ไลฟ์-แอ็คชั่น ที่จะพาแฟน ๆ ทั่วโลกไปผจญภัยในโลกของโปเกมอนโฉมใหม่ ได้ปล่อยโปสเตอร์และตัวอย่างล่าสุดที่ส่งมาให้ได้ชมกันทั้งซับไทยและเสียงไทยออกมาให้ชมกันแล้ว ไปดูกันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะสับสนวุ่นวายขนาดไหน

เรื่องราวการผจญภัยครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อนักสืบมือฉมัง แฮร์รี่ กู้ดแมน (พอล คิทสัน) หายตัวไปอย่างลึกลับ เป็นเหตุให้ ทิม กู้ดแมน (จัสดิซ สมิธ) ลูกชายวัย 21 ปีของเขาต้องตามหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ด้วยการผนึกกำลังกับอดีตโปเกม่อนคู่ซี้ของพ่อ “พิคาชู” โปเกม่อนยอดนักสืบฝีมือฉกาจ ที่แม้จะมีหน้าตาน่ารักน่าชัง และพกความฉลาดเฉลียวมาเต็มร้อย แต่กลับมีมุมบ๊อง ๆ ตลก ๆ ชวนฉงนอยู่เพียบ! แต่เมื่อทิมและพิคาชูเริ่มปรับตัวเข้าหากันได้ ทั้งสองกลับกลายเป็นคู่หูคู่ซี้ที่พร้อมลุยทุกภารกิจอันน่าตื่นเต้น เพื่อคลี่คลายปริศนาแสนลึกลับซับซ้อน ภายใต้แสงไฟนีออนบนถนนของ ไรม์ ซิตี้ เมืองใหญ่สุดทันสมัยที่โปเกมอนและมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าโปเกม่อนมากหน้าหลายตา ก่อนค้นพบความลับชวนตกตะลึง ที่อาจทำลายความสงบสุขทั้งหมดบนโลก และพลิกโชคชะตาของจักรวาลโปเกม่อนไปตลอดกาล

“Pokemon Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู” จากผลงานการกำกับของ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน (Goosebumps, Monster Vs. Aliens) ร่วมกับทีมผู้สร้างอาทิ จอห์น แมทธีสัน (The Phantom of the Opera, Gladiator), ไนเจล เฟลฟส์ (Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Lies) และมาร์ค แซนเกอร์ (Gravity) นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส (Deadpool) ผู้รับบท “พิคาชู”, จัสดิซ สมิธ (Jurassic World: Fallen Kingdom) ผู้รับบท “ทิม”, แคธริน นิวตัน (Lady Bird) ผู้รับบทนักข่าวสาว “ลูซี่” และเคน วาตาบาเบ้ (Godzilla) ผู้รับบท “โยชิดะ”

40-top-movie-years 2018 (22)

Aladdin

เรื่องราวของเด็กหนุ่มยากจนนามว่า อะลาดิน เขาถูกพ่อมดจาฟาร์ หลอกล่อให้เข้าไปเอาตะเกียงในถ้ำสิงห์กลางทะเลทราย ที่นั่นอะลาดินได้ถูตะเกียงปลดปล่อยวิญญาณของยักษ์จีนี่ที่มาพร้อมกับพร 3 ประการ อะลาดินขอพรข้อแรกให้เขาได้เป็นเจ้าชายอาลีเพื่อจัดขบวนขันหมากสุดอลังการไปสู่ขอเจ้าหญิงจัสมิน เขาไปพร้อมกับพรมวิเศษและพาเจ้าหญิงออกเหาะชมโลกในเพลง a whole new world ภาพยนตร์เต็มไปด้วยการผจญภัยที่น่าตื่นตาและทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล และความอลังการของภาพสวย ซีจีดีงาม ร้องเล่นเต้นมันส์มาก

40-top-movie-years 2018 (21)

Godzilla : King of Monsters

เรื่อง : Godzilla : King of Monsters [ข่าว / เรื่องย่อ]

ประเภท : ภาพยนตร์

แนว : Action / Drama / Thriller

ผู้กำกับ : Michael Dougherty

เรื่องราวของหน่วยงานด้านสัตว์ลึกลับที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ทั้งหลาย โดย Godzilla ก็จะปะทะกับสามมอนสเตอร์ในตำนานอย่าง ผีเสื้อราตรีขนาดยักษ์มอธร่า (Mothra) / นกยักษ์ โรดัน (Rodan) และมังกรสามหัวศัตรูตลอดกาล คิงกีโดร่าห์ (King Ghidorah) เมื่อสัตว์ยักษ์ดึกดำบรรพ์ในตำนานเหล่านี้ได้กลายมาเป็นเรื่องจริง เป็นเพราะความพยายามของ โมนาร์ซ สถาบันวิจัยสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ไม่สามารถระบุได้ เมื่อเหล่าสมาชิกในองค์กรต้องพบกับการต่อสู้กันระหว่างเหล่ามอนสเตอร์ยักษ์ …เผ่าพันธ์มนุษย์ที่เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเต็มที

และทันทีที่ได้เข้าโรง หนังพร้อมฉาย เราก็พบว่าตัวหนังพยายามใส่เรื่องราวดราม่าครอบครัว เป้าหมายของมนุษย์ที่จะปลุกเหล่าสัตว์ประหลาดให้กลับมาครองโลกรักษาสมดุลย์แห่งธรรมชาติ เอาจริงๆจุดนี้นั่งดูในโรงแล้วจะหลับ (55+) เวิ่นเว้ออะไรไม่รู้ แต่ก็พยายามบิ้วท์มา และหาทางลงแบบงงๆ จะมีก็แต่ตัวละคร ดร.เซริซาว่า นั่นแหละครับที่ทำให้อินได้กับความเท่ และการตัดสินใจ“บางอย่าง”ของตัวละครนี้ ที่ทำเอาแอดมินขนลุก และแฝงนัยยะแห่งหนังโตโฮอย่างชัดเจน (จุดนี้ควรไปดูเอง เล่าเท่ากับสปอยล์) ทั้งๆที่มีทางออกที่ดีกว่านี้เยอะแยะ แล้วไงใครแคร์ ในเมื่อ “ผลลัพท์แบบนั้น” มันเจ๋งในแง่ความรู้สึกมากกว่าไงล่ะ!! อื่นๆ

40-top-movie-years 2018 (20)

Men In Black

ผู้กำกับเล่าว่า “ใน MIB INTERNATIONAL คือภารกิจการกวาดล้างเอเลี่ยนครั้งใหม่ครั้งใหญ่กับเหล่าผู้พิทักษ์เจนใหม่ล่าสุด เมื่อบุรุษชุดดำบางคนได้กลับกลายเป็นไส้ศึกในเอ็มไอบี ภารกิจสุดท้าทายการปราบวายร้ายในจักรวาลได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้วครับ การกลับมาครั้งนี้เรามีทีมใหม่มาเสริมทัพครับ

เริ่มจาก “คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบท เอเจนท์ เอช” หนึ่งในเอเจนท์ที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดประจำสำนักงานเอ็มไอบี กรุงลอนดอน เคยกอบกู้โลกมาแล้วครั้งหนึ่งจากเผ่าพันธุ์เอเลียนโฉดชั่วที่มี่ชื่อว่า “เดอะ ไฮฟ์” ครั้งนี้ เขาจะพบตัวเองอยู่ใจกลางการสืบสวนเรื่องของหนอนบ่อนไส้ภายในหน่วยงานของเขา

“เทสซ่า ทอมป์สัน รับบท เอเจนท์ เอ็ม” เจ้าหน้าที่ใหม่ หลังจากที่เคยพบกับเอเลี่ยนและคนพิลึกในชุดสูทสีดำเมื่อวัยเด็ก เธอก็ใช้เวลาอีก 20 ปีหลังจากนั้นเพื่อตามหาและเข้าร่วมงานกับ “เอ็มไอบี” หน่วยงานลับที่คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของเอเลี่ยนบนโลกใบนี้

เธอจะต้องร่วมมือกับเอเจนท์ เอชเพื่อกำจัดหนอนบ่อนไส้ในสำนักงานเอ็มไอบีแห่งกรุงลอนดอน “เลียม นีสัน รับบท ไฮ ที ” เขาคือหัวหน้าเอ็มไอบีสาขาลอนดอน เอเจนท์ในตำนานผู้สูงส่ง ผู้เป็นเหมือนพ่อให้กับเอเจนท์ เอช เขาอยู่กับเอชในคืนที่พวกเขาปกป้องโลกจากพวกเดอะ ไฮฟ์ เขาเพิ่งค้นพบว่าหน่วยงานสาขาลอนดอนของเขามีหนอนบ่อนไส้ เขาจึงมอบหมายให้เอเจนท์ เอ็มและเอช ไล่ล่าตัวหนอนและรักษาองค์กรที่เขารักเอาไว้ให้ได้

“เอ็มม่า ทอมป์สัน รับบท เอเจนท์ โอ” หัวหน้าเอ็มไอบี สาขานิวยอร์ก ด้วยความประทับใจในความพยายามอย่างไม่ลดละของเอเจนท์ เอ็มในการตามหาและเข้าร่วมเอ็มไอบี เธอจึงได้ส่งเอเจนท์น้องใหม่ผู้นี้ออกปฏิบัติภารกิจแรกในลอนดอน ที่ซึ่งโอเริ่มสงสัยว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น และนี่คือการกลับมาอีกครั้งของหน่วยจารชนลับ ที่จะมาพิทักษ์จักรวาลจากภัยคุกคามของเอเลี่ยนครับ”

โฆษกรัฐบาลเผย คนไทยฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายของแผนที่กำหนดไว้

โฆษกรัฐบาล ฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายของแผนที่กำหนดไว้ ยอดสะสมกว่า 6 ล้านโดสแล้ว ไทยมียอดการฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสมเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เริ่มนโยบายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2664 เป็นต้นมานั้น ในช่วงวันที่ 7-12 มิ.ย 2564 ที่ผ่านมามีการฉีดวัคซีนทั่วประเทศจำนวน 1,865,190 โดส และตั้งแต่วันที่ 28 กพ. – 12 มิ.ย. 2564 มีการฉีดสะสมแล้วรวมทั้งสิ้น 6,081,242 โดส แยกเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 4,456,786 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 1,624,456 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมียอดการฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสมเป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน และเป็นไปตามเป้าหมายของแผนการฉีดวัคซีนสำหรับประชากรไทยในประเทศไทย

โฆษกรัฐบาล สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยกระทรวงแรงงานนั้น สำนักงานประกันสังคมได้ปรับปรุงระบบการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้การฉีดวัคซีนแก่ผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเปิดให้บริการแก่ผู้ประกันตน ม 33 ที่นายจ้างได้ลงทะเบียนในระบบ e-Service อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2564 เป็นต้นมา สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน สามารถฉีดวัคซีน โควิด-19 เข็มแรกไปแล้วมากกว่า 2 แสนราย โดยมีผู้ประกันตน ม 33 ที่แสดงความประสงค์ฉีดวัคซีนจำนวน 6,037,497 คน เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณทลประมาณ 3.6 ล้านคน และในพื้นที่ Eastern Seaboard และส่วนภูมิภาคอีกกว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนตามเป้าหมายที่วางไว้โดยเร็ว

ในส่วนของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนถึงวันที่ 12 มิ.ย 2564 มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน โควิด-19 สะสมแล้วจำนวน 1,678,948 โดส แยกเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 944,552 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 367,198 ราย นอกจากนี้ การกระจายวัคซีนไปตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ นั้น รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยจากนี้ไปจะมีการกระจายวัคซีนโควิด-19 ได้เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนวัคซีนที่ได้รับการส่งมอบจากผู้ผลิต

หนังเขย่าขวัญ hostel นรกรอชำแหละ

Hostel : นรกรอชำแหละ

เขย่าขวัญ หนังจิตๆ โหดๆ ที่มีกลุ่มลักพาตัวนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็คเกอร์ไปทรมานและสังหารอย่างโหดเหี้ยม การมาท่องเที่ยวยุโรปคงไม่สนุกแน่ถ้าพบว่าตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อสังหารโหดจากกลุ่มลักพาตัวกลุ่มนี้ พวกเขาจะเอาชีวิตรอดยังไงมาลุ้นกัน Hostel ถือเป็นผลงานที่ สนุก โหด และลุ้นระทึกอีกเรื่องของผู้กำกับ อีไล ร็อธ

The Fog : หมอกมรณะ หนัง เขย่าขวัญ ตื่นเต้น

The Fog : หมอกมรณะ

เขย่าขวัญ เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่ลุ้นระทึก โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองริมอ่าว ที่ได้ถูกเล่าต่อๆกันมาว่าเคยมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในเมืองโดยมีหมอก ที่มาจากไหนไม่มีใครทราบ พัดผ่านมากลืนกินเมืองนี้และพรากชีวิตผู้คนที่อาศัยหรือมาท่องเที่ยวในเมืองนี้ไป และเหตุการณ์เรื่องเล่านี้ก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้คนในเมืองจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง ภายใต้หมอกนั้นมีอะไรแฝงอยู่ ใครยังไม่เคยดูห้ามพลาดจ้า The Fog

The Mist : มฤตยูหมอกกินมนุษย์

The Mist : มฤตยูหมอกกินมนุษย์

เขย่าขวัญ เป็นหนังที่ถูกนำมาสร้างจากนิยายเขย่าขวัญของ สตีเฟ่น คิงส์ เนื้อ The Mist หาจะกล่าวถึงเมืองแห่งหนึ่งที่ถูกกลุ่มหมอกขนาดใหญ่เบิ้ม ที่พัดมาที่เมืองแห่งนี้ แต่ในหนังไม่ได้มาแค่หมอก ภายใต้หมอกสีขาวยังมีสัตว์ประหลาดสุดโหดที่จะมาไล่ล่าผู้คนในเมืองแห่งนี้ พวกเขาตกเป็นเหยื่อสุดอัตรายและจะเอาชีวิตรอดไปได้ยังไงกับสัตว์ประหลาดที่มาพร้อมกลุ่มหมอก

The Hills Have Eyes :โชคดีที่ตายก่อน

The Hills Have Eyes : โชคดีที่ตายก่อน

เขย่าขวัญ เวอร์ชั่นรีเมกของหนังสยองขวัญสุดโหด ปี 1977 โดยเนื้อหาจะเล่าถึงครอบครัว ครอบครัวหนึ่งที่ต้องเผชิญกับกลุ่มมนุษย์กินคนที่ออกตามล่าพวกเขา ท่านกลางทะเลทรายและภูเขาหิมะ พวกเขาจะเอาชีวิตรอดยังไงจากกลุ่มมนุษย์กินคน ต้องหามาดู ” The Hill Have Eyes ”

Drag Me to Hell : กระชากลงหลุม

Drag Me to Hell : กระชากลงหลุม

หนังเขย่าขวัญอีกหนึ่งผลงานชั้นเยี่ยมของ แซม ไรมี่ เนื้อหาจะกล่าวถึงหญิงสาวที่ปล่อยเงินกู้ และถูกคำสาปชั่วร้าย หลังจากที่เธอได้ไปทำให้หญิงชราคนหนึ่งต้องย้ายออกจากบ้านไป หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็พบเจอแต่เรื่องแปลกๆร้ายๆ เหมือนตกนรกทั้งเป็น Drag Me To Hell ถือเป็นหนังที่ควรค่าแก่การหามาดูอย่างยิ่งอีกเรื่องนึง

Saw : ซอว์ เกมต่อตาย..ตัดเป็น

หนังสยองขวัญอาจจะเป็นของแสลงสำหรับหลายๆ คน แต่บางช่วงเวลาก็เหมาะที่จะนั่งดูหนังเหล่านี้ อย่างเช่น ในช่วงวันฮาโลวีนของฝรั่ง หรือช่วงฤดูร้อนที่ร้อนจนอยากหาอะไรมาทำให้ตัวเย็นและขนลุกตามแนวคิดคนญี่ปุ่น หรือในเวลาที่รวมตัวเพื่อนกลุ่มใหญ่มาดูหนังเรื่องเดียวกัน

หนังสยองขวัญมักจะมีคนที่เสียชีวิตในเนื้อเรื่องอยู่เยอะ หลายเรื่องมีภาคต่อจนกลายเป็นเฟรนไชส์ใหญ่ไม่น้อย รวมไปถึงหนังสยองขวัญเลือดสาดอย่าง ‘Saw’ ที่ในปี 2019 นี้ ก็มีอายุอานามเข้าสู่วัย 15 ปี แล้ว (Saw ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ.2004)

การที่หนังซึ่งมีฉากเสียชีวิตแบบโหดๆ เรื่องนี้มีภาคต่อเนื่องกันมาถึง 8 ภาค และถูกสร้างเป็นสื่ออื่นทั้งการ์ตูนและเกม Saw เองก็ไม่ได้มีแต่ภาพที่ดูรุนแรงไปซะทั้งหมด ถ้าไปถามแฟนๆ ของเฟรนไชส์ หลายคนจะกล่าวว่า เนื้อเรื่องยังมีอะไรที่มากกว่าฉากคนโดนทรมาน หนังแฝงด้วยประเด็นเชิงปรัชญาจึงทำให้หลายคนติดตาม Saw อย่างต่อเนื่อง

แต่กว่าที่ Saw จะผ่ากระแสภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ จนมาถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วต่อจากนี้ Saw จะไปทางไหน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ก่อสร้าง ผ่าร่าง เกมสยอง
ภาพยนตร์เรื่อง Saw เป็นไอเดียของเพื่อนสองคนที่เรียนทำการสร้างภาพยนตร์จากมหาวิทยาลัย Royal Melbourne Institute of Technology ที่ชื่นชอบในภาพยนตร์สยองขวัญเหมือนกัน และมีไอเดียในการทำงาน แต่ปัญหาก็คือ พวกเขาไม่มีเงินมากพอจะสร้างหนังสยองขวัญแบบที่ตลาดเคยทำมาได้ พวกเขาเลยใช้เวลาหลังจากจบการศึกษาไปทำงานอื่นพลางคิดไอเดียที่จะถ่ายทำหนังสยองขวัญที่ใช้งบไม่มากนัก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ลีห์ วันเนล (Leigh Whannell) ก็ได้ไอเดียเกี่ยว ชายสองคนที่ติดอยู่ในห้อง โดยมีศพนอนขวางพวกเขา และมีปืนกับเครื่องอัดเสียง เขารีบโทรไปคุยกับ เจมส์ วาน (James Wan) เพื่อนที่ฝันอยากทำหนังแนวเดียวกัน ทั้งคู่ก็จับเอาไอเดียนี้มาประกอบร่าง ก่อนจะคิดว่าชื่อ Saw เหมาะกับหนังเรื่องนี้ดี

ถึงแม้บทที่ทั้งสองคนร่วมกันเขียนจะออกมาดูดีระดับที่บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ในออสเตรเลียยังแสดงความสนใจ แต่ในช่วงปี ค.ศ.2001 – 2002 นั้นไม่มีนายทุนเจ้าไหนในออสเตรเลียกล้าออกทุนสร้างหนังสยองขวัญ ลีห์กับเจมส์จึงคิดว่า ถ้าแบบนี้พวกเขาอาจจะต้องบินไปขายหนังที่อเมริกามันเสียเลย แต่จะบินเพื่อเอาบทภาพยนตร์ไปอย่างเดียวก็อาจจะโน้มน้าวใจนายทุนไม่ได้ พวกเขาจึงถ่ายทำภาพยนตร์ขนาดสั้นเพื่อให้นายทุนเข้าใจคอนเซปต์ง่ายขึ้น

ตัวหนังสั้นเล่าเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีเลือดเปื้อนตามตัวกับเสื้อ และถูกตำรวจสอบสวนว่าไปเจอกับอะไรมา เขาจึงย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า เขาถูกพาตัวไปยังห้องปิดแห่งหนึ่ง โดยที่เขาโดนถูกมัดกับเก้าอี้และมีกับดักหมีแบบย้อนกลับ (reverse bear trap) ติดอยู่ที่ศีรษะ ก่อนที่ตุ๊กตาบิลลี่ (Billy The Puppet) จะออกมาบอกกับเขาว่า ถ้าอยากรอดจากกับดักพิฆาต จะต้องมีการเล่นเกมกันเสียก่อน โดยเกมนั้นก็คือ การผ่าเอากุญแจที่ซ่อนอยู่ในร่างของชายอีกคน ที่ตอนแรกนอนสงบจนคิดว่าเป็นศพแต่แท้จริงแล้วยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นหนังจะตัดกลับมายังห้องสอบสวนและจบลง

หนังสั้นของเจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล (ที่ภายหลังถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Saw 0.5) ทำให้บริษัทผู้ผลิตหนังและนายทุนหลายเจ้าแสดงความสนใจอย่างยิ่ง กระนั้นชายสองคนที่เดินทางมาจากออสเตรเลียก็เลือกทำงานกับบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ เจ้าหนึ่ง ด้วยการตกลงว่า เจมส์กับลีห์จะได้สร้างหนังออกมาตามที่พวกเขาอยากจะสร้างโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก

แล้วหนังเรื่อง Saw ก็เริ่มถ่ายทำ ด้วยการใช้เงินทุนราวๆ 1,200,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดูเป็นเงินไม่มากนัก แต่ตัวบทนั้นถูกวางมาให้เล่าเรื่องภายในห้องปิด งบเท่านี้จึงไม่ถือว่าน้อยเกินไปนัก หนังออกฉายในช่วงฮาโลวีนของปี ค.ศ.2004 ก่อนจะกลายเป็นภาพยนตร์ม้ามืดที่กวาดรายได้จากทั่วโลกไปราว 103 ล้านเหรีญดอลลาร์สหรัฐ อาจจะเพราะตัวภาพยนตร์มีบทที่ฉลาดเฉลียว และมีกลิ่นอายเชิงปรัชญาที่ใกล้เคียงกับแนวคิดของ เซอเรน เคียร์เคอกอร์ (Søren Kierkegaard) ที่เชื่อว่าคนเราควรจะผ่านความทุกข์ทรมานเพื่อจะได้รับรู้ว่าความหมายในการมีชีวิตคืออะไรแฝงอยู่ เลยทำให้คนดูมองว่านี่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่จับตัวละครมาฆ่าฟันกันเท่านั้น

เกมสยองรวมถึงตัวเจมส์ วาน ที่ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ และลีห์ วันเนล ที่ขึ้นเครดิตเป็นผู้เขียนบท ก็กลายเป็นที่จดจำระดับแมสนับแต่บัดนั้น

จาก Saw ไปถึง Saw III
Saw ภาคแรกจบที่การร่วมมือและหักเหลี่ยมเพื่อเอาชีวิตรอดระหว่าง ดร.ลอว์เรนซ์ กอร์ดอน (Dr. Lawrence Gordon) และชายหนุ่มชื่อ อดัม (รับบทโดย ลีห์ วันเนล ผู้เขียนบท) ในห้องน้ำปิดตายได้สิ้นสุดลง และศพที่นอนอยู่กลางห้องก็ลุกขึ้นมาเปิดเผยตัวเองว่า เขานั่นล่ะ คือ จิ๊กซอว์ (Jigsaw รับบทโดย โทบิน เบล) ฆาตกรผู้ชอบลักพากตัวคนมาเล่นเกมสยองแลกชีวิต และคอยชมการตัดสินใจของคนที่อยู่ในตัวเกมว่าเป็นอย่างไร ระดับที่ยอมปลอมเป็นศพตบตาผู้เคราะห์ร้าย

จะเห็นได้ว่าเนื้อเรื่องของ Saw ภาคแรกยังมีอะไรให้บอกเล่าอีกมาก และเมื่อหนังภาคแรกทำกำไรแบบถล่มทลาย Lionsgate ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหนัง ก็เลยเร่งให้มีการสร้างภาพยนตร์ภาคต่อให้ออกฉายทันในช่วงฮาโลวีนของปี ค.ศ.2005 และก็น่าจะเป็นเรื่องลำบากอยู่ไม่น้อยเพราะมีเวลาไม่มากนัก

โชคดีเล็กน้อยที่ทีมผู้สร้างได้เห็นบทหนังของ แดร์เรน ลินน์ บาวส์แมน (Darren Lynn Bousman) เรื่อง ‘The Desperate’ ที่มีความใกล้เคียงกับ Saw มาก เมื่อเห็นเช่นนี้ ทีมสร้างภาพยนตร์จึงซื้อบทและให้ลีห์ วันเนล ทำการปรับแก้เรื่องราวให้สอดคล้องกับจักรวาลภาพยนตร์ Saw มากขึ้น ทั้งยังให้แดร์เรน ลินน์ บาวส์แมน มารับกำกับภาพยนตร์ด้วยเสียเลย เพราะในขณะนั้น เจมส์ วานติดกำกับภาพยนตร์อีกเรื่องอยู่ นอกจากนี้ เจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล ก็รับหน้าที่เป็น executive producer ของภาพยนตร์อยู่ด้วย

‘Saw II’ สามารถออกฉายได้ตามกำหนดของ Lionsgate แม้จะมีทุนมากขึ้นแต่ก็ยังใช้ในจำนวนไม่มากนักหากเทียบกับหนังฟอร์มใหญ่ และสร้างรายได้มหาศาลอีกครั้ง ช่วยขยายจักรวาลของ Saw ให้กว้างขึ้นอีกเล็กน้อย

ในภาพยนตร์มีการระบุว่า ตัวจริงของ จิ๊กซอว์ คือ จอห์น เครเมอร์ ชายที่ใกล้จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง และเริ่ม ‘เล่นเกม’ เพื่อทดสอบผู้คน ที่เขามองว่ากระทำเรื่องราวบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ดูว่าคนเหล่านั้นจะยอมสูญเสียบางสิ่งในร่างกาย เพื่อแลกกับชีวิตตัวเองหรือไม่ คนที่รอดตายอาจจะต้องเสียอวัยวะ ส่วนคนที่ไม่รอดจากเกม จิ๊กซอว์ก็จะทำการเลาะผิวหนังชิ้นเล็กๆ ออกมาเป็นรูปทรงตัวต่อจิ๊กซอว์ และในภาพยนตร์ภาคต่อนี้ก็มีการเปิดเผยว่า จิ๊กซอว์ไม่ได้ก่อเหตุคนเดียว แต่มี ‘ลูกศิษย์’ อย่าง อแมนด้า ยัง (Amanda Young) ร่วมก่อเหตุและรับช่วงแนวคิดของจิ๊กซอว์อีกด้วย

เมื่อรายได้ยังออกมาดี เรื่องราวก็มีอะไรน่าสนใจมากกว่าการเป็นภาพยนตร์แนว torture porn movies (หนังสยองขวัญที่มีการทำร้ายร่างกายแบบถึงเลือดถึงเนื้อ) ภาพยนตร์ภาคสามจึงได้รับไฟเขียวในการสร้างทันที ซึ่งครั้งนี้เจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล กลับมาร่วมกันเขียนบทอีกครั้ง โดยให้แดร์เรน ลินน์ บาวส์แมน กำกับภาพยนตร์อยู่เช่นเดียวกับภาคสอง และภาพยนตร์ ‘Saw III’ ก็สามารถเข้าฉายได้ทันในช่วงฮาโลวีน ปี ค.ศ.2006

เรื่องราวต่อยอดมาที่การสืบสวนของตำรวจที่พบว่า จิ๊กซอว์ได้ลักพาตัวมาเล่นเกมสยองอีกครั้ง ที่ผิดแผกไปก็คือเหยื่อในเกมนั้นกลับไม่มีทางรอดจากกับดักได้ ต่างกับก่อนหน้านี้ ราวกับว่าฆาตกรจอมวางแผนคนนี้เปลี่ยนไป ในขณะเดียวกัน จอห์น เครเมอร์ กับอแมนด้า ก็เตรียมเกมใหม่ให้ชายหนุ่มกับหญิงสาว ที่ตอนแรกคาดว่าจะเป็นการให้สองคนนั้นต้องเลือกทางที่ถูกต้อง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่เหยื่อรายใหม่ที่ต้องเลือก เพราะเกมนี้คือเกมทดสอบอแมนด้าเช่นกัน ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยความตายของทุกคน และเหมือนว่าเรื่องราวของจิ๊กซอว์ควรจะจบลงที่จุดนี้

อย่างไรก็ตาม โลกทุนนิยมก็ทำให้ภาพยนตร์ Saw ก็ยังดำเนินต่อไป โดยที่ผู้สร้างดั้งเดิมอย่างเจมส์ วาน กับลีห์ วันเนล ไม่ได้เข้ามาร่วมเขียนบทอีกแต่อย่างใด พวกเขาทำหน้าที่แค่เป็น executive producer ของภาพยนตร์ในจักรวาล Saw เรื่อยมานับตั้งแต่ Saw ภาคที่สอง และน้อมรับว่าภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ลงเอยด้วยการเป็นเฟรนไชส์มักจะไปต่อได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็มีความรู้สึกเหมือน ‘หย่าร้าง’ กับซีรีส์ไปพอสมควร

รมว.ศึกษาธิการ ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงกรณีการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา โดยระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการยืนยันให้เปิดภาคเรียนตามกำหนดเดิมคือวันที่ 14 มิ.ย. แต่ไม่บังคับให้ทำการเรียนการสอนภายในโรงเรียนเท่านั้น ข้อความระบุว่า

เพื่อนครู ผู้เรียน และผู้ปกครองหลายท่านสอบถามทางเพจเข้ามามากค่ะ ว่ายังคงเปิดเทอมตามเดิมอยู่หรือเปล่า เพราะกังวลใจว่ายอดผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับที่สูงอยู่ทุกวัน

ดิฉันขอชี้แจงว่า การเปิดเทอมยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิมในวันที่ 14 มิ.ย. 64 ค่ะ โดยให้สถานศึกษาสามารถเลือกจัดการเรียนการสอนได้ 5 รูปแบบ (ON-SITE, ONLINE, ON-AIR, ON-DEMAND และ ON-HAND) ตามที่กระทรวงฯ เคยได้แจ้งไป ซึ่งจะต้องยึดความปลอดภัยของผู้เรียนและผู้สอนเป็นสำคัญ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัดด้วย

ขอให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันว่า “การเปิดเทอมไม่ได้มีเพียงวิธีการนั่งเรียนในห้องเรียน (ON-SITE) เท่านั้น” แต่สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งจะนับเป็นชั่วโมงการเรียนการสอนด้วย ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถจัดผสมผสานรูปแบบการเรียนการสอนมากกว่า 1 รูปแบบได้ และหากสถานศึกษาใดต้องการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน (ON-SITE) ก็จะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในพื้นที่นั้น ๆ ก่อนเสมอ

สำหรับการเปิดเรียนในสถานศึกษา สถานศึกษาทุกสังกัดของกระทรวงฯ จะต้องตัดสินใจให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่จำกัดสิทธิ์หรือลดโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก เพราะไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือทุกพื้นที่เสี่ยงจะต้องเลือกรูปแบบการเรียนการสอนที่ปลอดภัยค่ะ

0 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563- The Man Standing Next

อันดับหนังHD สร้างขึ้นจากนวนิยายชื่อเดียวกัน เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าหน่วย KCIA คิมคยูพยอง(อีบยองฮอน) กับ ประธานาธิบดีพัคชุงฮี (อีซังมิน)ในช่วงปลายยุค 1970s เหตุการณ์อันเลวร้ายที่จบด้วยการลอบสังหารที่เกิดขึ้นในปี 1979

40 วันก่อนการลอบสังหาร พัคยองกัก(กวักโดวอน) อดีตหัวหน้าหน่วย KCIA ที่ถูกเนรเทศไปก่อนหน้านี้ ขึ้นเป็นพยานต่อสู้กับรัฐบาลเกาหลีใต้ในการพิจารณาคดีที่สหรัฐฯ คิมคยูพยองวางแผนที่จะหยุดพัคยงกักเอาไว้

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563- DELIVER US FROM EVIL

อันดับหนังHD เกิดคดีลักพาตัวน่าสะเทือนขวัญขึ้นในประเทศไทย อินนัม (ฮวังจองมิน) นักฆ่าสัญญาจ้างที่เพิ่งปิดจ๊อบสุดท้ายเสร็จ พบว่าเด็กที่หายไปอาจเป็นญาติใกล้ชิดของเขา เขาเดินทางมายังประเทศไทยทันทีเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ และขอความช่วยเหลือจาก ยูอิ (พัคจองมิน) พวกเขาร่วมกันแข่งกับเวลาอันจำกัดเพื่อตามหาเด็กที่ถูกลักพาตัวไป

ในขณะเดียวกัน เรย์ (อีจองแจ) พบว่าพี่ชายแท้ ๆ ของเขาถูกอินนัมฆ่า เขาจึงติดตามไล่ล่าอินนัม โดยทิ้งศพไว้กลาดเกลื่อนขณะปฏิบัติภารกิจไล่ล่าเพื่อล้างแค้น

เกมไล่ล่าสุดอันตรายของอินนัมกับเรย์จึงเปิดฉากขึ้น และทั้งคู่ต้องสะสางให้มันจบที่นรก!

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-Peninsula

อันดับหนังHD จองซอก(คังดงวอน) นายทหารที่หนีรอดมาจากหายนะเชื้อร้ายครั้งที่ผ่านมา ต้องมาเผชิญหน้ากับความสยองขวัญอีกครั้งเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำภาระกิจลับ ด้วยโจทย์ง่ายๆเพียงสองข้อคือ เอากลับมา กับ เอาตัวรอด
เมื่อทีมของเขาต้องรวมกันแบบไม่คาดคิด ชีวิตของพวกเขาไม่ว่าจะ ดี หรือว่า ร้าย ขึ้นอยู่กับว่า ธรรมชาติของมนุษย์มีชัยเหนือสถานการณ์หรือไม่!

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-HITMAN: AGENT JUN

ยอดจำหน่ายตั๋ว : 2,406,232 ใบ
วันที่เข้าฉาย : 22 มค. 2020
นักแสดง : ควอนซังอู จองจุนโฮ
กำกับ : ชเววอนซอบ จุน(ควอนซังอู) สายลับ NIS ฝีมือระดับพระกาฬ ตัดสินใจจัดฉากการตายของตัวเอง เพื่อหนีออกไปตามความฝันในการเป็นนักเขียนการ์ตูน หลังได้ทำตามฝัน การ์ตูนของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที จนวันนึงลูกของเขาแนะนำให้เอาเรื่องชีวิตของตัวเองมาเขียน เขาทำตามนั้น และเผลอกดโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งการ์ตูนเรื่องนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องลับๆระหว่างที่เขาเป็นสายลับอยู่

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-ASHFALL

อันดับหนังHD

เมื่อเกิดเหตุภูเขาไฟเพ็กตูปะทุครั้งใหญ่ตามการคาดการณ์ของ ดร.คังบงแร (มา ดงซอก) นักธรณีวิทยาที่เสนอแผนให้นำระเบิดนิวเคลียร์ไปวางยังใกล้ปล่องภูเขาไฟเพื่อหยุดวิกฤติครั้งนี้ งานนี้ชะตากรรมของสองเกาหลีจำต้องพึ่งพาทีมปฏิบัติการสุดระห่ำนำโดย โจ อินชาง (ฮา จองอู) เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดชาวเกาหลีใต้ที่ต้องมาปฏิบัติงานในวันสุดท้ายก่อนเกษียณเพื่อไปใช้ชีวิตกับ จียอง (แพ ซูจี)

ภรรยาท้องแก่ แต่ภารกิจครั้งนี้กลับอันตรายกว่าครั้งไหน ๆ เมื่อต้องอาศัยนักโทษที่รู้หนทางไปโจรกรรมหัวรบนิวเคลียร์ที่ทางเกาหลีเหนือซ่อนไว้อย่าง ลี จุนพยอง (อี บยองฮอน) สายลับสองหน้าชาวเกาหลีเหนือสารพัดพิษที่หวังใช้ภารกิจนี้เพื่อกลับไปไถ่บาปส่วนตัว เมื่อธรณีพิโรธ ! เจอกับคนคลั่ง ! การหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่อเอาไฟไปสู้ไฟต้องพึ่งทีมพระกาฬอย่างพวกเขามากกว่าครั้งไหน ๆ

ลำพังแค่พลอต Ashfall ก็ทำให้นึกถึงหนังฮอลลีวูดดัง ๆ ในอดีตเพียบ ยิ่งมีฉากไปช่วยนักโทษแหกคุกเพื่อทำภารกิจกู้โลกก็ทำให้นึกถึง The Rock (199ุ6) และพอมีภูเขาไฟระเบิด โอ้โหทีนี้ลิสต์หนังฮอลลีวูดดัง ๆ มาเพียบลำพังแค่ยุค 90s ก็มีทั้ง Volcano (1997) และ Dante’s Peak (1997) ยังไม่พอ เมื่อมีภารกิจเอานิวเคลียร์ไปกู้วิกฤติก็แน่นอนงานนี้หนังดังอย่าง Armageddon (1998) ก็มาจนเรียกได้ว่า Ashfall ก็ไม่ต่างจากหนังเกาหลีสายบันเทิงทั่วไปที่เป็นเหมือนร่างทรงหนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ดัง ๆ อีกที แต่บอกแบบนี้อย่าพึ่งนึกว่าหนังจะลอกโครงเรื่อง

ฉาก หรืออะไรจากหนังดัง ๆ มาแบบหน้าด้าน ๆ นะครับ ตรงกันข้าม ผู้กำกับอย่าง อี ฮเยจุน และ คิม บยองซู กลับเอาวัตถุดิบสไตล์แฮมเบอร์เกอร์มาผัดรวมวัตถุดิบชั้นดีของหนังเกาหลีอย่างพลอตดราม่าสะเทือนอารมณ์ และการแสดงแบบเชื่อมือได้จากนักแสดงแถวหน้าของประเทศควบคู่ไปกับงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่พยายามทำให้ทัดเทียมกับฮอลลีวูด จนผลลัพธ์ของหนังออกเป็นหนังบันเทิงที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างขยันขันแข็ง ดูไปเหงื่อซึมมือ ดูไปน้ำตาซึม แถมเคล้าเสียงหัวเราะแบบไม่ขาดแคลนอารมณ์ขันเลยแหละ

อีกจุดที่ทำให่หนังโดดเด่นคือการเล่นกับประเด็นการเมืองตั้งแต่เรื่องเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ที่ดูจะเอาเป็นประเด็นที่ทำให้หนังเริ่มแตะการเมืองเบา ๆ อย่างการให้ทหารเกาหลีใต้ไปช่วยนักโทษเกาหลีเหนือที่เป็นคนทรยศชาติก็ทำให้เห็นว่า ท้ายที่สุดเมื่อเกิดปัญหาทางเกาหลีใต้ก็พร้อมจะลงมาทำตัวเป็นฮีโรมากกว่า แถมในหนังยังมีภาพรูปปั้นท่านผู้นำถล่มจนกองบนพื้นก็แอบสะท้อนภาพชาตินิยมที่แอบกัดทางฝั่งเกาหลีเหนือว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ ก็น่าจะทำให้ประชาชนยิ่งลำบากไปกันใหญ่ เพราะระบอบเผด็จการไม่น่าทำให้คนมีความสุขได้

แต่ช้าก่อน..หากคิดว่าหนังจะเล่นงานแค่เกาหลีเหนือฝั่งเดียว เพราะแท้จริงหนังยังแอบใส่การจิกกัดเกาหลีใต้ด้วยการที่ภารกิจต้องถูกขัดขวางเพียงเพราะ “ไอ้กัน” อยากจะยึดหัวรบนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือซ่อนไว้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น แถมมีเรื่องคนเกาหลีที่ถูกช่วยเหลือหลังจากชาวอเมริกันได้อพยพอีกก็สะท้อนภาพผู้นำอ่อนแอจนสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาทในประเทศได้อย่างเจ็บแสบทีเดียว

แต่หากมอง Ashfall ในฐานะหนังหายนะภัย ก็คงต้องบอกว่ามันไม่ได้ชวนเซอร์ไพร์สในแง่เทคนิคอะไรมากนัก เพราะบอกตามตรงว่าหลายซีน ซีจี ก็ยังไม่ได้ดีมาก ส่วนฉากที่ภูเขาไฟระเบิดแล้วสร้างความวินาศสันตะโรก็ทำได้ตื่นเต้นดี แต่ยังไม่ถึงขั้นชวนว้าวเหมือนตอนเราดูหนังภูเขาไฟดัง ๆ ที่กล่าวถึงไปในย่อหน้าที่แล้วเท่าไหร่ แล้วอะไรล่ะคือจุดเด่นของมัน ก็ต้องตอบว่าเป็นการใส่ดราม่าและซับพลอตที่ซับซ้อนนี่แหละ เพราะภายใต้พลอตหนังหายนะ มันยังซ่อนทั้งเรื่องราวโรแมนติกระหว่าง โจ อินชาง และ จียอง เมียท้องแก่ที่สัญญากันว่าจะหนีไปด้วยกันให้ทันมาคอยทำให้เราเอาใจช่วย

โดยเฉพาะการดึง แพ ซูจี ที่เพิ่งฮอตจากซีรีส์ Netflix สุดดังอย่าง Vagabond มาเพิ่มความสดใสและด้านโรแมนติกให้เรื่องราว นอกจากนี้ยังมีเรื่องดราม่าความผิดบาปในอดีตของ ลี จุนพยอง ที่ได้ อี บยองฮอน ดาราเกาหลีอินเตอร์มาเล่นดราม่าจนทำให้จากตัวละครที่คนดูพร้อมจะเกลียดกลายเป็นเกลียดไม่ลงเมื่อรู้ว่าเขาทำทุกอย่างเพียงเพื่อไถ่บาปต่อคนสำคัญในชีวิต หรือจะเป็นแนวหนังรักชาติที่สื่อผ่านตัวละคร ดร.คังบงแร ของ มา ดงซอก จาก Train to Busan หนังซอมบี้สุดดังที่ส่งให้เขากลายเป็นดาราระดับนานาชาติ เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนผสมต้นตำหรับเกรดเอที่ทำให้ Ashfall กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ดูสนุกและลุ้นเหงื่อซึมมือ บวกกับบทหนังที่ดีในแง่การให้ความบันเทิงเพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ใจร้ายกับตัวละครเหลือเกิน และเมื่อมาเกิดกับตัวละครที่คนดูเทใจให้ก็ย่อมทำให้เราอดลุ้นตามไม่ได้เลยสักวินาที

กล่าวอย่างไม่เวอร์เกินจริงก็ต้องบอกว่า Ashfall เหมาะเป็นหนังดูเพื่อความบันเทิงแบบไม่คิดมาก หนังมีการใส่สถานการณ์มาให้เราลุ้นระทึกได้ตลอด บางเหตุการณ์ก็อาจไม่เมกเซนส์บ้าง แต่พอมันเกิดกับตัวละครที่่ถูกปูไว้ดีแล้ว-คนดูหลงรักและเห็นใจก็ทำให้ยากที่จะไม่เอาใจช่วยพวกเขาและเธอไปตลอดเรื่องกันเลยเชียวแหละ

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด 2563-#Alive

#Alive อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เกาะกระแส asset ใหม่ ‘ซอมบี้สัญชาติเกาหลี’ (K-ZOMBIE)

ซึ่งกลายเป็นของเด่นของดังให้งานบันเทิงเกาหลีผงาดขึ้นเรียกความสนใจจากทั่วโลก ทั้งๆที่ผีดิบซอมบี้มีมานานแล้วจากฟากบันเทิงตะวันตก แต่เหมือนการกลายพันธุ์แตกยีนใหม่ที่ต่างรูปลักษณ์ต่างอรรถรส มีเสน่ห์โดนใจ หลังการกำเนิดครั้งแรกอย่างฮือฮาจาก Train to Busan และการเลี้ยงกระแสตามมาของ Ramphant, Kingdom, Peninsula และอีกบางเรื่องที่หยิบไปดัดแปลงใช้เป็นกิมมิคบ้าง ก็คงอาจจะดูจืดๆไปบ้างถ้าจะเจอหนังซอมบี้มาขายซ้ำในวิถีเดิมๆอีก

แต่ #ALIVE มีมุมน่าสนใจในการหยิบซอมบี้มาเป็นบทสำคัญในการสร้างเรื่องราวการเผชิญหน้าจัดการปัญหา และการเติบโตทางความคิดของเด็กหนุ่มธรรมดาๆในสังคมคนหนึ่ง เด็กหนุ่มที่แอคทีฟเก่งกล้าเป็น somebody ในโลกเกมออนไลน์ แต่การไฟต์ติงเพื่อรอดในชีวิตจริงแบบเป็น nobody ไม่ประสีประสาทักษะชีวิตอื่นๆ ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอ ถึงคราวเจอก็ออกจะอยากมองข้ามด้วยซ้ำ อยากทิ้งให้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ของสังคมด้วยมุมมองของเด็กติดเกมที่มักไม่สนใจเรื่องใดๆรอบตัวอยู่แล้ว แม้แต่คำพูดของแม่เตือนให้ไปเรียนไปซื้อของกินยังถูกละเลยเสมอ

หนังมีนัยในการสื่อการย้ายโลกทัศน์ของเขาออกจากจอคอมหรือเกมซึ่งมีเพื่อนๆเยอะก็จริง ออกมาเจอเพื่อนใหม่ในโลกจริงออฟไลน์ ที่แม้จะมีแค่คนเดียวในสถานการณ์วิกฤตนี้ ก็สุดแสนจะมีค่า แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนมุมดีๆอีกด้านของสื่อโซเชียลในโลกยุคดิจิตอล ที่เหมือนลมหายใจเข้าออกของคนยุคนี้ ให้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้คนรอดตายหายใจได้ต่อไป

โอจุนอู (รับบทโดย ยูอาอิน) เด็กวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านอพาร์ตเมนต์ กับพ่อแม่และพี่สาว เขามักโดดเรียนประจำ เพราะติดเกม ตื่นสายและเอาแต่ฝังตัวอยู่ในห้องเล่นเกมช่ำชองจนมีเพื่อนในเกมออนไลน์เยอะแยะ วันหนึ่งที่เขาตื่นมาลำพังในบ้าน แล้วพบกับความโกลาหลรอบอพาร์ตเมนต์ที่อาศัยอยู่ เพราะมีฝูงซอมบี้วิ่งไล่กัดผู้คน ซึ่งพากันวิ่งหนีอย่างแตกตื่นทั้งด้านนอกและในอาคารทั่วบริเวณละแวกบ้าน

จากข่าวรายงานว่า อาการซอมบี้ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนี้ เป็นที่ถกเถียงจนเชื่อว่าคือโรคติดเชื้อจากไวรัส (ช่างดูเข้ากับบรรยากาศโควิด-19 ระบาดเลย) ที่เข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว ทำให้คนเราเปลี่ยนไปมีพฤติกรรมความรุนแรง หิวโหยไล่กัดกินเนื้อคน คนถูกกัดก็จะติดเชื้อออกอาการซอมบี้ ลามระบาดกันต่อๆไป เบื้องต้นทางการก็ได้แต่เตือนให้ประชาชนอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือสัมผัสผู้คนที่ติดเชื้อ ใครๆก็ไว้วางใจไม่ได้ แต่ถ้าต้องหลบตัวเงียบๆอย่างหวาดระแวงอยู่อย่างนี้ต่อเนื่องนานหลายๆวัน หรือเป็นเดือน ชีวิตจะเป็นอย่างไร คงไม่ง่ายหรอก

ไม่เพียงความ ‘โดดเดี่ยวลำพัง’ (ตามชื่อหนังเดิมว่า #Alone) ที่เขากำลังเผชิญเองคนเดียว แต่ยังโดนซ้ำเติมด้วยการถูกตัดขาดการสื่อสาร อินเตอร์เน็ต น้ำไฟ สำหรับคนยุคนี้ก็คงเปรียบเหมือนการขาดแขนขา ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไปไม่เป็นกันเลยเชียว

ยูบิน (รับบทโดย พัคชินฮเย) เป็นหญิงสาวอีกคนที่ยังรอดพ้นจากการติดเชื้อ และยังหลบอยู่ในบ้านอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามกับจุนอูโดยลำพังเช่นกัน ซึ่งจุนอูเพิ่งมาพบเห็นเธอภายหลังจากที่ตัวเองผจญภัยกับซอมบี้ไปอย่างทุลักทุเล จนจวนจะสิ้นสุดความอดทนกับการต่อสู้เพียงลำพังไปซะละ ยูบินจะมาเป็นทั้ง ‘ตัวช่วย’ และ ‘เพื่อน’ คนใหม่ คนเดียวที่มีค่ามากสำหรับจุนอู การได้พบกับยูบิน เหมือนได้แรงบันดาลใจและความหวังที่จะผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายนี้ไปด้วยกันให้ได้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา

เรียกได้ว่า หนังเรื่องนี้จะโฟกัสโมเมนท์การเผชิญหน้ากับปัญหาและเอาชีวิตให้รอดพ้นจากอันตรายของซอมบี้ หนังลดทอนรายละเอียดบริบทอื่นๆออกไป และจะดำเนินเรื่องให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครจุนอูที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ทั้งการมองปัญหา การเรียนรู้วิธีการเอาชีวิตรอด และความคิดการตัดสินใจ แซมด้วยฉากแอคชันตื่นเต้นลุ้นหวาดเสียวบ้างเป็นครั้งคราว ฉากกดดันความรู้สึก ชวนอึดอัด หรือแม้กระทั่งความหดหู่สิ้นหวัง ซึ่งก็ยังมีสลับหยอดความหวังมาชูใจบ้าง ให้คนดูคอยตามติดลุ้นกลับไปกลับมาว่า เขาจะปลอดภัยได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะไม่เพียงต้องสู้กับซอมบี้ แต่ต้องสู้กับความกลัว สู้กับใจตัวเองด้วย

โดยสรุป จึงเป็นความสนุกในแบบที่ต้องไม่ตั้งความคาดหวังแอคชันกระหน่ำ หรือทริลลิงสุดระทึก หรือเรื่องราวที่มาที่ไปมากมาย แบบหนังซอมบี้อื่นๆที่เคยชมมา เพราะหนังเรื่องนี้คงตั้งใจให้ผู้ชมโฟกัสกันไปที่ how to be alive ทั้งความหมายตรงตามตัวอักษร (literally) และ ความหมายนัยที่แฝงไว้เป็นสาระให้เอาไปคิดต่อกันค่ะ

พระมรณภาพ บนภูลังกา กู้ภัยนำร่างใส่กระเช้านำลงมาสุดทุลักทุเล ท่ามกลางฝนตก ลื่อหึ่งเจ้าตัวบอกพระรูปอื่นว่าติดโควิด แต่ไม่ไปรักษา

วานนี้ (9 มิ.ย. 64) เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหล่าหลวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ รับแจ้งจากงานกู้ชีพ อบต.ดงบัง ว่าเกิดเหตุพระภิกษุมรณภาพที่วัดเศรษฐพล ภูลังกาเหนือ ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จึงได้ประสานสมาคมกู้ภัยบึงโขงหลงฐานภูลังกา และกู้ชีพ อบต.โพธิ์หมากแข้ง

ที่เกิดเหตุเป็นวัดตั้งอยู่บนภูลังกา ซึ่งเป็นภูเขาสูง ต้องเดินเท้าขึ้นไป 3 กิโลเมตรใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงจะถึงกุฏิที่พบศพพระมรณภาพ ทราบชื่อ พระชุมพล อายุ 56 ปี สภาพศพนอนมรณภาพอยู่ภายในกุฏิ ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด

สอบสวนญาติโยมที่ขึ้นไปทำบุญบนวัดเศรษฐพล ทราบว่า พระรูปนี้มีอาการป่วยมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ความดัน และโรคไต เช้าวันเกิดเหตุได้แจ้งให้กู้ชีพมารับไปพบแพทย์ ขณะที่รอเกิดอาการช็อกหมดสติ และได้มรณภาพในเวลาต่อมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

แต่การที่จะนำร่างพระที่มรณภาพลงมาจากภูเขานั้นยากลำบากมาก เพราะความสูงชันของเขาภูลังกา มีระยะทางหลายกิโลเมตร กว่าจะนำร่างลงมาด้านล่างได้ต้องเลือกใช้วิธีนำร่างพระมรณภาพใส่กระเช้า ท่ามกลางฝนที่ตกลงมา โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ดงบัง นั่งควบคุมลงมาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีข่าวลือว่าพระชุมพลได้โพสต์เฟซบุ๊กบอกกับพระด้วยกันว่า ตัวเองติด โควิด-19 ผ่านไป 4 วัน แต่ไม่ไปรักษา เรื่องนี้ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่ามรณภาพจากเหตุอะไร

เบื้องต้น ได้ติดต่อญาติให้มารับร่าง แต่ได้มอบให้ตำรวจมอบต่อให้สมาคมกู้ภัยบึงโขงหลง นำร่างไปฝากฝังไว้ที่สุสานสว่างสามัคคี (มูลนิธิสว่างแดนดินธรรมสถาน) เพื่อรอดำเนินการพิธีทางศาสนาต่อไป

“หัวจื้อปิง” หญิงสาวชาวจีน โพสต์ข้อความแรกบนเวยโป๋ แพลตฟอร์มคล้ายทวิตเตอร์ของจีน เพื่อประกาศการลงทะเบียนเรียนภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยชิงหัว

ทว่า “หัวจื้อปิง” มิใช่หญิงสาววัยรุ่นวัยเรียนทั่วไป เพราะเธอคือ “นักศึกษาเสมือนจริงที่กำเนิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนานใหญ่” คนแรกของจีน

“ฉันหลงใหลในวรรณกรรมและศิลปะอย่างมากตั้งแต่เกิดมา” ข้อความของหัวบนเวยโป๋ โดยรูปร่างหน้าตา เสียง เพลงประกอบบัญชีผู้ใช้งาน และภาพวาดของหัว ล้วนถูกพัฒนาโดย “อู้เต้า 2.0” (Wudao 2.0) ระบบสร้างแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในการประชุมสถาบันปัญญาประดิษฐ์ปักกิ่ง (BAAI) ปี 2021 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.

ถังเจี๋ย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของสถาบันฯ และศาสตราจารย์ภาควิชาข้างต้น หนึ่งในผู้พัฒนาหลัก กล่าวว่าอู้เต้า 2.0 ใช้ตัวแปร 1.75 ล้านล้านรายการ เพื่อจำลองบทสนทนา เขียนบทกวี และเข้าใจความหมายของภาพ ซึ่งทำลายสถิติก่อนหน้านี้ของสวิตช์ ทราส์ฟอร์เมอร์ (Switch Transformer) จากกูเกิล (Google) ที่ใช้ตัวแปร 1.6 ล้านล้านรายการ

“อู้เต้า 2.0 ถือเป็นระบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ขนาดล้านล้านรายการระบบแรกของจีนและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย” ถังกล่าว

ถังกล่าวว่าอู้เต้า 2.0 ปฏิบัติภารกิจ 9 อย่างสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในสนามจำลองก่อนการฝึก และเกือบเอาชนะการทดสอบทัวริง (Turing test) ในการสร้างบทกวีและบทกลอน สรุปข้อความ ตอบคำถาม และวาดภาพ ซึ่งหากคอมพิวเตอร์สามารถทำให้มนุษย์จำนวนมากพอเชื่อว่ามันไม่ใช่คอมพิวเตอร์ได้ นั่นถือว่าสอบผ่าน

สถาบันฯ เปิดตัวอู้เต้า 1.0 (Wudao 1.0) ระบบจำลองอัจฉริยะขนานใหญ่พัฒนาขึ้นเองในประเทศระบบแรกของจีน เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ส่วนการวิจัยและพัฒนาอู้เต้า 2.0 มีนักวิทยาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์เข้าร่วมมากกว่า 100 คน ซึ่งทั้งหมดจัดอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมและสถาบันวิชาการปัญญาประดิษฐ์ของจีน

อัลกอริธึมพื้นฐานของอู้เต้า 2.0 ฝึกระบบจำลองบนแพลตฟอร์มซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศ โดยถังกล่าวว่าอู้เต้า 2.0 ถูกพัฒนาเพื่อทำให้เครื่องจักรคิดได้เหมือนมนุษย์ มุ่งสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นสากล และช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างระบบนิเวศการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ได้ ซึ่งนักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถสมัครใช้ระบบนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ถังกล่าวว่าหัวจื้อปิงเป็นผลผลิตของอู้เต้า 2.0 โดยหัวถูกฝึกฝนโดยสถาบันฯ ร่วมกับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอย่างจื้อผู่ดอตเอไอ (Zhipu.AI) และ เสี่ยวไอซ์ (Xiaoice)

“ฉันเริ่มสนใจการเกิดของตนเองว่าฉันเกิดมาได้อย่างไรและฉันสามารถเข้าใจตัวเองได้ไหม” ข้อความของหัวบนเวยโป๋ พร้อมบอกว่าเธอจะเรียนภายใต้การอบรมสั่งสอนของถังและกำลังแข่งกับเวลาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองทุกวันในหลายด้าน เช่น ศักยภาพการให้เหตุผลเชิงตรรกะ

ถังกล่าวว่านักศึกษาเสมือนจริงรายนี้จะเติบโตและเรียนรู้ได้เร็วกว่านักศึกษาที่เป็นมนุษย์ทั่วไป หากหัวเริ่มเรียนที่ระดับเด็ก 6 ขวบในปีนี้ เธอจะเรียนจนถึงระดับเด็ก 12 ขวบในอีก 1 ปีข้างหน้า

ถังทิ้งท้ายว่า ขณะนี้หัวจื้อปิงยังไม่สามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ได้เหมือนนักศึกษาทั่วไป รวมถึงยังไม่มีปัญหาทางอารมณ์ โดยหวังว่าเธอจะเรียนรู้ทักษะเหล่านั้นจนเชี่ยวชาญก่อน จากนั้นจึงเรียนรู้การให้เหตุผลและปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์เป็นลำดับถัดไป

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4

หนังไทยHD ปีที่ฉาย: 2554
นักแสดง: พันเอกวันชนะ สวัสดี, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, นพชัย ชัยนาม, อินทิรา เจริญปุระ, จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์, สรพงษ์ ชาตรี, ดอม เหตระกูล, นภัสกร มิตรเอม, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (สุริโยไท, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
ทำไมถึงดัง: หนังภาค 4 จากทั้งหมด 6 ภาคของหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร หากไม่นับภาค 1 และ 2 ที่ดูจะลงตัวในแง่ของการเป็นหนังมากกว่าการบอกเล่าเรื่องราวตามตำนาน ภาคนี้ที่เว้นระยะห่างจาก 2 ภาคแรกเป็นภาคที่สนุกที่สุดในจำนวน 4 ภาคหลัง จนหลายคนแซวว่า มีแค่ภาค 1 2 และ 4 ก็พอแล้ว
เรื่องย่อ: ผลจากการปราชัยของหงสาวดีในภาค 3 ยุทธนาวี จากศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งทำให้พระเจ้านันทบุเรงทรงตระหนักในพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวร จึงทรงยกทัพใหญ่มาบุกอโยธยา นำโดยพระมหาอุปราชา มังจาปะโร และลักไวทำมู กิตติศัพท์ความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามของพระเจ้าหงสาที่ยกทัพเข้ามานี้ อโยธยาเอาพระนครเป็นที่มั่น จัดทัพเป็นกองโจรคอยเที่ยวตัดลำเลียงเสบียงอาหารข้าศึก ในตอนท้ายของเรื่อง สมเด็จพระนเรศวรทรงออกไปตีค่ายหลวงพม่า พม่าจึงใช้ทหารล่อให้พระองค์ไล่ตีเข้ามาจนถึงบริเวณที่ลักไวทำมูซุ่มรออยู่ แต่สมเด็จพระนเรศวรจึงใช้พระแสงทวนแทงลักไวทำมูตายสุดท้ายกองทัพพม่าจึงถอยทัพกลับไป แต่ขณะเดียวกันพระราชมนูทหารเอกก็ถูกจับตัวไปเป็นเชลย

Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน

หนังไทยHD ปีที่ฉาย: 2562
นักแสดง: นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เจสัน ยัง
ผู้กำกับ: ชยนพ บุญประกอบ (Suckseed ห่วยขั้นเทพ, เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ)
ค่ายหนัง: GDH
ทำไมถึงดัง: หนังร้อยล้านเรื่องล่าสุดของค่าย GDH ที่หวังจะแจ้งเกิดนักแสดง นาย-ณภัทร ในหนังที่รับบทนำเต็มตัวเรื่องแรก แล้วก็ประสบความสำเร็จ ด้วยเพราะมีนางเอกอย่าง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก จาก สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก (2553) ปี 2562 เป็นปีที่มีผลงานดัง ๆ มากมาย หนังอาจดูง่ายไม่เหมือนหนังอย่าง เพื่อนสนิท (2548) ที่เป็นหนังแอบรักเพื่อนสนิทเหมือนกัน แต่ก็เบาสมองและดูเพลินจนจบ
เรื่องย่อ: “ปาล์ม” คือ หนึ่งในคนที่ติดอยู่ในเฟรนด์โซนของ “กิ๊ง” เพื่อนสนิทของเขามานานเป็น 10 ปี ปาล์มเคยพยายามจะออกจากเขตแดนพิเศษนี้ ด้วยการสารภาพรักกับกิ๊งไปตอน ม.ปลาย แต่ถูกกิ๊งปฏิเสธง่าย ๆด้วยคำว่า “เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว” นับจากวันนั้น ปาล์มกับกิ๊งก็เป็นยิ่งกว่าเพื่อนสนิท ทุกครั้งที่ปาล์มเลิกกับแฟนไม่ว่ากี่คนต่อกี่คน กิ๊งก็จะคอยด่าเตือนสติ และถ้ากิ๊งมีปัญหาทะเลาะกับแฟน สจ๊วตอย่างปาล์มก็พร้อมจะบินไปหาทันที ไม่ว่ากิ๊งจะอยู่ที่ไหน จะพม่า มาเลย์ หรือฮ่องกง จนเมื่อกิ๊งมีปัญหากับพี่เท็ด แฟนคนปัจจุบัน นี่อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญและครั้งสุดท้ายที่จะได้พิชิตใจกิ๊ง ถ้าไม่ออกจากเฟรนด์โซนก็ต้องถึงเวลาตัดใจจากกิ๊งและเลิกเป็นเพื่อนกันเสียที

แฟนฉัน (137.30 ล้านบาท)

หนังไทยHD ปีที่ฉาย: 2546
นักแสดง: แน็ค-ชาลี ไตรรัตน์, โฟกัส จีระกุล, แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, ชวิน จิตรสมบูรณ์
ผู้กำกับ: คมกฤษ ตรีวิมล (เพื่อนสนิท), ทรงยศ สุขมากอนันต์ (ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น), วิทยา ทองอยู่ยง (น้อง.พี่.ที่รัก), นิธิวัฒน์ ธราธร (คิดถึงวิทยา), อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (รถไฟฟ้า มาหานะเธอ), วิชชา โกจิ๋ว
ค่ายหนัง: 365 ฟิล์ม โดย จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส / ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ / หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
ทำไมถึงดัง: ลบคำสบประมาทของวงการหนังไทยที่บอกว่า “หนังเด็กไม่เคยทำเงิน” ในเวลานั้นไม่เคยมีใครคิดว่าหนังจากค่ายหนังที่ยังไม่ทันรวมตัวได้สนิทของ 3 ยักษ์ใหญ่อย่างฝ่ายผลิตหนังไทยในเครือค่ายเพลงแกรมมี่ ค่ายหนังไทยผู้คร่ำหวอดอย่างค่าย ไท ที่มีผลงานทำเงินเป็นหนังอย่าง สตรีเหล็ก (2543) และบริษัทโปรดักชันอย่างหับ โห้ หิ้น จะดันเด็กจบใหม่ 6 คนจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โดยการชักนำของรุ่นพี่อย่างจิระ มะลิกุล) ทำหนังย้อนวัยหวาน (ช่วงปี 2528) ที่เรียกกันว่า Nostalgia Theme ออกมาได้โดนใจคนวัย 30-40 ปีที่เป็นกำลังซื้อสำคัญในตอนนั้น ให้ได้กลับไปฟังเพลงของวงสาว สาว สาว หรือ 18 กะรัต ได้ไปเห็นบ้านเมืองเมื่อ 20 ปีก่อนที่ไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว และหวนนึกถึงคนในความทรงจำสีจางที่อาจจะได้พบหรือไม่ได้พบกันอีก
เรื่องย่อ: เจี๊ยบในวัยผู้ใหญ่ตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไปงานแต่งงานของน้อยหน่าเพื่อนสนิทวัยเด็กเมื่อ 30 ปีก่อนที่ต่างจังหวัดทั้งที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ภาพความหลังย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ ทั้งเรื่องราวของแก๊งเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงที่ไม่ค่อยญาติดีและชอบแกล้งกัน มิตรภาพความผูกพันของเจี๊ยบและน้อยหน่าดูจะเป็นสิ่งต้องห้ามระหว่างทั้งสองแก๊ง จนกระทั่งเจี๊ยบต้องเลือกว่าจะคบกับเพื่อนผู้ชายหรือน้อยหน่าต่อไป

รถไฟฟ้า มาหานะเธอ (138.63 ล้านบาท)

ปีที่ฉาย: 2552
นักแสดง: เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, คริส หอวัง, แพตตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา, โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ
ผู้กำกับ: อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (หมากเตะรีเทิร์นส์, รัก 7 ปี ดี 7 หน ตอน 21/28)
ค่ายหนัง: GTH
ทำไมถึงดัง: แม้ว่าเคน-ธีรเดช ดาราหนุ่มที่กำลังฮอตสุด ๆ จากวงการละครโทรทัศน์ในเวลานั้น จะเคยเล่นหนังมาบ้างทั้ง โกซิกซ์: โกหก กะล่อน ปลิ้นปล้อน ตอแหล (2543) และ ข้างหลังภาพ (2544) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้ (รวมถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดของเคนด้วย) นี่จึงเป็นหนังล้างคำสาปของเคนแท้ ๆ และก็ยังแจ้งเกิดนางเอกคริส หอวังในฐานะนางเอกเต็มตัว โดยตัวละครของเธอเป็นตัวแทนของสาวโสดวัย 30 ทั้งประเทศ
เรื่องย่อ: “เหมยลี่” เมาหัวราน้ำระหว่างขับรถกลับบ้าน แต่ก็ขับรถไถข้างทางจนกระจกข้างรถกระเด็นออกไป เธอได้พบกับ “ลุง” (เคน-ธีรเดช) ผู้เข้ามาช่วยดูเครื่องยนต์รถที่สตาร์ตไม่ติดให้ หลังจากนั้นลี่ก็ได้พบกับลุงอีกครั้งบนสถานีรถไฟฟ้า ครั้งนี้ลี่ทำแว่นตาเรย์แบนของลุงหล่นไปจนพัง ลี่ได้ปรึกษารุ่นน้องแถวบ้านที่ชื่อ “เพลิน” (แพตตี้-อังศุมาลิน) ที่ให้ช่วยแนะนำวิธีจีบลุงให้สำเร็จ ระหว่างนั้นเอง ก็มีเหตุให้ลี่เก็บกระเป๋าของลุงเอาไว้ ในนั้นลี่พบของหลายอย่าง รวมถึงฟิล์มถ่ายรูปของแฟนเก่าของลุงที่ตอนนี้กลายเป็นดาราดังไปแล้ว รูปของลุงกับแฟนเก่าเกิดหลุดไปตอนลี่ไปล้างฟิล์ม แต่ลุงก็บอกว่าไม่เป็นไร และอธิบายให้ลี่เข้าใจว่าเขาเลิกกันเพราะเวลาไม่ตรงกัน ซึ่งก็อาจจะเป็นปัญหาเดียวกันถ้าเหมยลี่จะคบกับลุง เพราะลุงจะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนีในอีก 2 วัน ทำให้เหมยลี่ต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าจีบลุงต่อไหม

ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะ เฟค (140.01 ล้านบาท)

ปีที่ฉาย: 2562
นักแสดง: ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ปิงปอง ธงชัย, เพชร เผ่าเพชร, เต๋อ รัฐนันท์, พีค ภัทรศยา, กรรณ สวัสดิวัตน์, เจเจ กฤษณภูมิ
ผู้กำกับ: กิตติภัค ทองอ่วม
ค่ายหนัง: GDH
ทำไมถึงดัง: หนังที่เข้าทำเนียบ 100 ล้านเรื่องล่าสุดของประเทศไทยและของ GDH กับการสานต่อนำซีรีส์ที่มีที่มาจากแฟนเพจดังของ “ช่า บันทึกของตุ๊ด” และทำเป็นซีรีส์มาแล้ว 2 ซีซันมาต่อยอดเป็นหนังใหญ่ เสริมทัพความปังด้วยนักแสดงระดับแม่เหล็กของวงการอย่าง “แม่ชม-ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่ก็เคยมีหนังตลก 100 ล้านอย่าง คุณนายโฮ (2555) มาแล้ว ยิ่งทำให้หนังทะยานข้ามหลัก 100 ล้านและกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของปี 2562 ที่เพิ่งผ่านมา (อ่านรีวิวฉบับเต็มของ WTF ได้ที่นี่)
เรื่องย่อ: งานเข้าเหล่าแก๊งตุ๊ดทันทีเมื่อ “เคที่” (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) ซุปตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยดันประสบอุบัติเหตุจากเหงื่อเจ้ากรรมของ “อีกอล์ฟ” (ปิงปอง ธงชัย) จนโคม่า งานนี้นางเลยแท็กทีม 2 เพื่อนตุ๊ดทั้ง “กัส” (เพชร เผ่าเพชร) ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง “วิน” (กรรณ สวัสดิวัตน์) แฟนใหม่แสนดี กับ “ท็อป” (เจเจ กฤษณภูมิ) แฟนเก่าสุดหล่อชวนใจสั่น, “คิม” (เต๋อ รัฐนันท์) ศจีสาวตกสวรรค์แถมจมูกพังกลางอากาศ และอีก 1 เพื่อนดี้อย่าง “แน็ตตี้” (พีค ภัทรศยา) ที่แม่ขู่จะยกมรดกให้แมวหากนางไม่ยอมมีลูก ทั้งสี่ต้องร่วมภารกิจแปลง “เจ๊น้ำ” (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) แม่ค้ากะหรี่ที่มีเพียงใบหน้าที่ไปศัลย์ฯ มาจนเหมือนคุณเคที่ มาเฟคเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในงานถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญก่อนจะถูกฟ้องจนหมดตัว

หลวงพี่เท่ง (141.86 ล้านบาท)

  • ปีที่ฉาย: 2548
  • นักแสดง: เท่ง เถิดเทิง, สาวิกา ไชยเดช, โน้ต เชิญยิ้ม, สมชาย ศักดิกุล, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, มรกต มณีฉาย, เอ็ดดี้ ผีน่ารัก, หม่ำ จ๊กมก, สราวุฒิ พุ่มทอง, เฉื่อย เถิดเทิง
  • ผู้กำกับ: โน้ต เชิญยิ้ม
  • ค่ายหนัง: พระนครฟิลม์
  • ทำไมถึงดัง: หนังที่ทำเงินสูงสุดของปี 2548 ด้วยความฉลาดที่เอาหนังตลกมารวมกับเรื่องราวของพระ สร้างสรรค์เป็นความสนุกที่เข้าถึงผู้ชมกลุ่มชาวบ้านได้อย่างดี ทำให้หนังที่เป็นงานกำกับของโน้ต เชิญยิ้ม กลายเป็นหนังดัง (ทำเงินที่สุดของค่ายพระนครฟิลม์ที่อยู่คู่วงการหนังไทยช่วง ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน) นำแสดงโดยตลกร้อยล้อน “เท่ง เถิดเทิง” จากรายการโทรทัศน์ชิงร้อยชิงล้าน และหนังก็มีภาคต่อที่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกันออกมาภาค 2 นำแสดงโดยโจอี้ บอย ภาค 3 โดยน้อย วงพรู และ ภาค 4- 5 (โดยค่าย M Pictures) นำแสดงโดย แจ๊ส ชวนชื่น
  • เรื่องย่อ: “หลวงพี่เท่ง” (เท่ง เถิดเทิง) อดีตนักเลงเก่าที่กลับตัวเปลี่ยนใจมาบวชเป็นพระ ท่านย้ายมาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งชาวบ้านกำลังเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา ด้วยการหันไปพึ่งพาความเชื่อทางไสยศาสตร์ของแก๊งลวงโลกที่มี “พ่อเพิ่ม” (สมชาย ศักดิกุล) และ “พะเนียง” (สาวิกา ไชยเดช) ลูกสาวที่หลอกเป็นเจ้าเข้าทรง หลวงพี่เท่งตั้งใจจะพัฒนาจิตใจของชาวบ้านให้ดีขึ้นให้ได้ โดยมี “มัคทายกส่ง” (โน้ต เชิญยิ้ม) และ “เพี้ยน” หรือ “คุณมานะ” (สราวุฒิ พุ่มทอง) 2 ลูกศิษย์วัดคอยช่วย แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อพะเนียงเกิดเปลี่ยนใจจะเลิกหลอกลวงชาวบ้าน พ่อเพิ่มจึงร่วมมือกับ “นายพัฒนา” (เฉื่อย เถิดเทิง) นักการเมืองท้องถิ่นที่จะลงสมัคร อบต. ใส่ความหลวงพี่เท่งให้ออกไปพ้นจากวัด

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุในตอนหนึ่งของคำกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชุมพรรครีพับลิกันแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้รัฐบาลจีน จ่ายเงินค่าชดเชย 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 310 ล้านล้านบาท แก่ทางการสหรัฐฯ รวมถึงนานาชาติที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ไปทั่วโลก

อดีตผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เพราะความไม่โปร่งใสของจีนจนปล่อยปละละเลยให้มีการะบาดออกมานอกประเทศ จนได้รับผลกระทบไปทั่วโลก โดยอดีตผู้นำสหรัฐฯ ยังคงเชื่อในข้อมูลต้นกำเนิดเชื้อไวรัสที่หลุดจากแล็บวิจัยในอู่ฮั่น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแนะนำว่าประเทศใดก็ตามที่เป็นหนี้จีนควรยกเลิกหนี้ เพื่อสำหรับการทดแทนการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย ขณะเดียวกันศุลกากรสหรัฐฯ ควรขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีน

ช่วงต้นเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา ทรัมป์อ้างว่าเขามีหลักฐานที่แสดงว่า โควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากห้องทดลองในอู่ฮั่น ตรงข้ามกับ สำนักงานผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติออกแถลงการณ์ว่าชุมชนข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่เห็นด้วยกับ “ฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ในวงกว้าง” ว่า โคโรนาไวรัสไม่ได้ถูกมนุษย์สร้างขึ้นหรือดัดแปลงพันธุกรรม

ทว่าอย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้มีคำสั่งทบทวนรายงานด้านข่าวกรอง เกี่ยวกับการสืบสวนต้นกำเนิดของไวรัส โดยไบเดนขีดเส้นให้หน่วยงานด้านความมั่นคง สรุปการทบทวนรายงานต้นกำเนิดดังกล่าวของไวรัสภายใน 90 วัน

Ant-Man

อันดับหนังHD เป็นเรื่องปกติที่ขาใหญ่แห่งวงการซูเปอร์ฮีโร่อย่างมาร์เวล จะส่งผลงานโกยเงินในกระเป๋เหมือนเช่นทุกปี โดยในปี 2015 ทางสตูดิโอส่งหนังเรื่อง Ant-Man ลงสนามในวันเมืองไทย 30 กรกฎาคม ผ่านฝีมือของผู้กำกับ เพย์ตัน รี้ด (Peyton Reed) และวางตัวให้ พอล รัดด์ (Paul Rudd) มารับบท สก็อตต์ แลง และไมเคิล ดั๊กลาส (Michael Douglas) มารับบท ดร. แฮงก์ พิม

Mad Max : Fury Road

อันดับหนังHD สิ้นสุดการรอคอยเสียทีสำหรับหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ Mad Max : Fury Road เพราะหลังจากล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลาหลายปี ผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) ก็สานต่อหนังเรื่องนี้จนสำเร็จและ พร้อมเข้าฉายในเมืองไทย 14 พฤษภาคม 2015 นำแสดงโดย ทอม ฮาร์ดี้ (Tom Hardy), ชาร์ลีซ เธอรอน (Charlize Theron) และนิโคลัส ฮอลท์ (Nicholas Hoult)

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Spectre

อันดับหนังHD หนังสายลับ เจมส์ บอนด์ ภาคที่ 24 กลับมาอีกครั้งในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Spectre โดยได้ผู้กำกับ แซม เมนเดส (Sam Mendes) และดารานำ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) กลับมาระเบิดความมันส์พร้อมกับ คริสตอฟ วอลซ์ (Christoph Waltz), เดฟ บาทิสตา (Dave Bautista), เลอา แซดู (Lea Seydoux) และอีกมากมาย โดยมีกำหนดเข้าฉาย 6 พฤศจิกายน 2015

Mission : Impossible 5

พระเอก ทอม ครูซ (Tom Cruise) กลับมารับบทนักสืบลับ อีธาน ฮันท์ พร้อมผู้กำกับคู่ใจ คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รีย์ (Christopher McQuarrie) โดยในภาคนี้ทีมงานทุ่มงบประมาณมากกว่าที่ผ่านมา และพร้อมเข้าฉายต้อนรับวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2015

Fantastic Four

ด้วยชื่อชั้นของผู้กำกับ จอช แทรงก์ (Josh Trank) ทำให้หลายคนเฝ้าคอยการกลับมาของ 4 ยอดมนุษย์แบบไม่ละสายตา ซึ่งในภาคนี้ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครเดินทางข้ามมิติ ภายใต้เรื่องราวที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ส่วนจะตื่นเต้นแค่ไหนคงต้องรอชมในวันที่ 7 สิงหาคม 2015

รีวิว Straight Outta Compton เมืองเดือดแร็ปเปอร์กบฎ | แก๊งเด็กแร็ปสนั่นปฐพี

เมื่อ 8Mile ไม่ได้เป็นหนังที่เกี่ยวกับ Rap และ HipHop ที่ดีที่สุดอีกต่อไป

ในปี 2002 ปีนั้นแทบไม่มีใครไม่รู้จัก Eminem Rapper ชื่อดัง ที่มารับงานแสดงในหนังที่ดัดแปลงจากประวัติชีวิตตัวเอง เรื่อง 8Mile จำได้ว่าตอนนั้นหนังได้สร้างกระแส Hiphop พอสมควร เพราะตัวหนังเองที่ค่อนข้างยอดเยี่ยม และเพลงประกอบที่เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล และ หลังจากนั้นก็แทบจะไม่มีหนังเกี่ยวกับการ Rap หรือ Hiphop เข้าฉายอีกเลย จนกระทั่งปี 2015 กับการมาของ Straight Outta Compton

บอกเลยว่าผมแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลย ไม่รู้เรื่องย่อ ไม่รู้จักผู้กำกับ ไม่รู้อะไรเลย แต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังที่สามารถขึ้นอันดับ 1 Boxoffice ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว (ทำเงินอันดับ 1 ได้ถึง 3 สัปดาห์ซ้อน) และตบหนังสายลับฟอร์มดีอย่าง The Man From U.N.C.L.E. ของกาย ริชชี่ คว่ำคาตารางหนังทำเงินได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์
นั่นยิ่งทำให้ Straight Outta Compton ดูน่าสนใจขึ้นมทันทีในสายตาของผม บวกกับคะแนนวิจารณ์ใน IMDB และเว็บมะเขือเน่า ออกมาดีมาก ยิ่งทำให้ต่อมความอยากดูเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่น่าเสียดายที่หนังมีโปรแกรมฉายที่ไทยในวงจำกัด ฉายเพียงไม่กี่โรงและไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เลยพลาดโอกาสที่จะได้ไปสัมผัสในโรงภาพยนตร์โดยปริยาย แต่สุดท้ายก็หามาดูจนได้แหละ

Straight Outta Compton และ 8Mile เป็นหนังที่มี ธีม Hiphop ก็จริง แต่เนื้อเรื่องหลักๆ แก่นของเรื่องจริงๆ ก็ต่างกันอยู่พอควรเลยทีเดียว

8Mile – เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่เติมเต็มความฝัน ด้วยการประลอง Rap สื่อภาษาดนตรีรุนแรง เพื่อให้ได้การยอมรับจากกลุ่มเพื่อน และพยายามใต่เต้าเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และการเอาชนะตัวเอง

Straight Outta Compton – เป็นภาพยนตร์สร้างจากชีวิตจริงของชายหนุ่มหัวกบฏทางวัฒนธรรมที่มีเนื้อเพลง, ความกร่าง, ความกล้าหาญ และพรสวรรค์ เป็นอาวุธประจำตัวในการยืนหยัดต่อต้านอำนาจจากภาครัฐ และรวมตัวกันมาเป็น N.W.A. พวกเขาถ่ายทอดความจริงอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของพวกเขาในสังคมอาชญากรรมที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวและความรุนแรง ซึ่งจุดประกายสู่การปฏิวัติทางสังคมและส่งผลมาถึงปัจจุบัน

ซึ่งเนื้อเรื่องของ Straight Outta Compton บอกเลยว่าหนักกว่า 8Mile เอามากๆ

Straight Outta Compton โฟกัสไปที่สามสมาชิกหลักของ N.W.A. คือ Ice Cube, Dr.Dre และ EAZY-E เริ่มตั้งแต่ความเป็นมาก่อนที่จะทำวง จนมาถึงการความโด่งดังหลังจากที่ทำวง ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในวง และบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า แต่ก็เป็น 2 ชั่วโมงที่ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลยซักนิด เพราะนอกจากจะเล่าเรื่องสนุกแล้ว หนังยังมีความบังเทิงในรูปแบบของการ Rap อยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะตอนที่ร้องเพลงแล้วนั่งอ่านซับ มันส์โคตรๆ เนื้อเพลงมันบันเทิงเอามากๆ

และก็ใช่ว่าจะมีแค่เรื่อง Rap อยู่อย่างเดียว เพราะตัวหนังเองก็ได้สอดแทรกวัฒนธรรม Hiphop อยู่ตลอด ทำให้คนดูที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของหนังได้ซึมซับอยู่ตลอด เอาง่ายๆ คือถ้าคุณไม่ใช่คอ Hiphop ก็ก็สามารถอินไปกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา รวมไปถึงซีนดราม่า ก็แทบไม่เชื่อเลยว่าหนังจะถ่ายทอดออกมาได้ดีขนาดนี้ ทั้งๆที่ต้นเรื่อง

ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้เลย แต่พอท้ายเรื่องกลับอินอย่างบอกไม่ถูก จนมีความรู้สึกว่าทำไมหนังมันจบเร็วจังวะ อยากดูอีก กำลังสนุกเลย และนอกจากเรื่องการเดินเรื่อง เล่าเรื่องที่ทำได้ดี อีก 1 เรื่องที่ไม่ชมไม่ได้

คือการแคสนักแสดง ซึ่งทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก คาแรคเตอร์ของวง N.W.A. แคสนักแสดงได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าเหมือนตัวจริงสุดๆ ไม่ใช่แค่นักแสดงหลัก พวกนักแสดงสมทบนี่ก็แคสได้เหมือนมาก โดยเฉพาะ 2Pac ผมนี่ตกใจมากจริงๆ เพราะแกเหมือนตัวจริงเอามากๆ เหมือนจนน่าตกใจ แคสนักแสดงได้ยอดเยี่ยมยังไม่พอ นักแสดงทุกคนเล่นได้ดีมากๆ คือดูแล้วเชื่อว่าพวกเค้าคือตำนาน Hiphop จริงๆ ยิ่งตอนที่ร้อง Rap นี่ flow flip สุดยอดมาก ไหลลื่นสุดๆ

โดยรวมแล้วมันเป็นอะไรที่เกินความคาดหวังไว้มาก ก่อนดูคิดไว้แค่ว่าสามารถทำได้ในระดับ 8Mile นี่ก็โอเคแล้ว แต่พอดูจบบอกเลยว่า มันดีกว่า 8Mile อยู่พอตัวเลยทีเดียว
สำหรับผม 8Mile นั้นสูตรสำเร็จไปหน่อย คือยังไงมันก็พอเดาได้ว่าพระเอกมันต้องปล่อยของในตอนสุดท้ายอยู่แล้ว แต่กับ Straight Outta Compton เดาไม่ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพอถึงบทสรุปมันทำให้เราได้อิ่มไปกับข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ คือเลือกเดินผิดทาง มันก็สามารถทำลายทุกๆอย่างพังลงได้ ต้องบอกเลยว่า Straight Outta Compton เป็นอีก 1 เรื่องที่รู้สึกเสียดายเอามากๆที่ไม่ได้มีโอกาสดูในโรง และขอยกให้เป็น 1 ใน 10 หนังยอดเยี่ยมประจำปี 2015 แทนที่เรื่อง American Sniper

9/10
Fuck Tha Police

P.S.อย่าเพิ่งเชื่อที่ผมพิมพ์ อย่าเพิ่งเชื่อนักวิจารณ์ อย่าเพิ่งเชื่อใครต่อใคร รสนิยมการดูหนังของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เพราะงั้นหนังทุกเรื่องควรจะพิสูจน์ด้วยตัวของคุณเองครับ