ไอติม ยื่นคำขาด ประยุทธ์ต้องลาออก ชี้ไร้ความรับผิดชอบทางการเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ ไอติม โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu” ลั่นหมดเวลาของรัฐบาลที่ไร้ความรับผิดชอบทางการเมือง เรียกร้องรัฐบาล ลาออก และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย พร้อมติดแฮชแท็ก #ประยุทธ์ออกไป #แก้รัฐธรรมนูญ โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

“หมดเวลาของรัฐบาลที่ไร้ความรับผิดชอบทางการเมือง “ขอโทษ” ไม่พอ ต้อง “ลาออก” และ “แก้รัฐธรรมนูญ” เท่านั้น

คงไม่มีใครคาดหวัง ว่ารัฐบาลใดๆก็ตาม จะสามารถการแก้ไขทุกปัญหาได้อย่างไร้ข้อผิดพลาด

แต่สิ่งที่เราควรจะคาดหวังได้จากทุกรัฐบาลคือ “ความรับผิดชอบ” ทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และรัฐบาลชุดปัจจุบัน ขาดมาโดยตลอด

“ความรับผิดชอบ” ขั้นพื้นฐานที่สุดที่รัฐบาลควรจะมี คือการสำรวจตัวเองว่าทำอะไรลงไปบ้าง หากผิดพลาดก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองทำอะไรพลาดไป และ ปรับแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

ในขณะที่รัฐบาลมัก “สั่งสอน” ประชาชนอยู่เสมอ ว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ต้องให้ประชาชน “เริ่มต้นที่ตัวเอง” แต่รัฐบาลนี้ไม่เคย “เริ่มต้นที่ตัวเอง” เลยสักครั้ง ในการบริการทั้งวิกฤตสาธารณสุข วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตการเมือง ที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่

1. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ข้อเสนอจากหลายฝ่ายในช่วงแรกๆของการระบาด ให้สรรหาวัคซีนหลากหลายยี่ห้อตั้งแต่ต้นเพื่อกระจายความเสี่ยง

รัฐบาลก็มัวแต่ไปไล่ฟ้องคนที่ออกมาทักท้วงเพียงเพราะเขามาจากขั้วตรงข้ามทางการเมือง และไม่เอาเวลาไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงข้อดีของการเข้าร่วมโครงการ COVAX

2. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าตัวเองดำเนินการล่าช้าและบริหารอย่างผิดพลาดมหาศาลในการตกลงสัญญากับ AstraZeneca เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนได้ตามแผนที่ประกาศกับประชาชน

รัฐบาลกลับเลือกปกปิดข้อมูลและ “โกหก” ต่อหน้าประชาชนกลางสภา จนกระทั่งความจริงถูกเปิดโปงจากจดหมายระหว่าง AstraZeneca กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

3. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าวัคซีน Sinovac ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าวัคซีนชนิด mRNA และรีบทำทุกวิถีทางให้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ถูกฉีดเข้าร่างกายบุคลาการทางการแพทย์ด่านหน้าได้เร็วที่สุด

รัฐบาลกลับดึงดันที่จะสั่ง Sinovac เข้ามาเพิ่ม แถมใช้เวลาไปมากมายกับการงัดสารพัดเหตุผล เพื่อพูดถึงข้อดีของวัคซีนที่แม้กระทั่งประเทศเจ้าของอย่างจีน ยังไม่เลือกที่จะใช้เพิ่ม

4. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ความจริง ว่าการล็อกดาวน์อาจมีความจำเป็น แต่ต้องมาควบคู่กับแผนการเยียวยาที่เพียงพอ ครอบคลุม และ ทันท่วงที เพื่อชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนจำนวนมาก

รัฐบาลกลับขาดความชัดเจนในการประกาศมาตรการ ขาดความรวดเร็วในการวางแผนการเยียวยา และขาดความเข้าใจในความยากลำบากของประชาชน ยังไม่รับการจงใจเลี่ยงบาลีไม่ใช้คำว่า “ล็อกดาวน์” เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการเยียวยาประชาชน

5. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าระบบสาธารณสุขของเรากำลังขาดแคลนทรัพยากรอย่างสาหัส ทั้งจำนวนเตียง ปริมาณยา และ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทำให้งบประมาณสาธารณสุขต้องได้รับความสำคัญที่สุดในการักษาความมั่นคงของประเทศ

รัฐบาลกลับยังคงใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงรูปแบบเดิมๆ เพื่อจัดสรรงบประมาณมาให้กับ “ของเล่น” ต่างๆของกองทัพที่ไม่จำเป็น หรือ “โครงการเชิงวัฒนธรรม” ต่างๆที่อยู่รอดมาได้จากความเคยชิน แต่ไม่ได้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชน

6. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าการตนเองดำเนินการอย่างไร้ความโปร่งใส คัดเลือกบุคลากรมาดำรงตำแหน่งสำคัญที่ขาดความสามารถและเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน และ เผชิญข้อครหาเรื่องการทุจริตที่ไม่น้อยไปกว่ารัฐบาลก่อนๆที่ตนเองชอบต่อว่า

รัฐบาลกลับมัวแต่ไปป่าวประกาศอย่างไร้ประโยชน์ ให้การกำจัดการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ แถมใช้เวลาในสภาไปกับการกระแนะกระแหนรัฐบาลก่อนๆมากกว่าการชี้แจงคำถามต่อการทำงานของตนเอง

7. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าอำนาจที่ตนเองมีอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ได้มาจากการแข่งขันที่เป็นธรรมในการครองใจประชาชน แต่มาจากรัฐธรรมนูญที่ตนเองเขียนขึ้นมาเองเพื่อสืบทอดอำนาจตนเอง ผ่านองค์กรที่ไร้ศักดิ์ศรีอย่างวุฒิสภา ที่มีทั้งอำนาจทั้งเลือกนายกฯ และอำนาจแต่งตั้ง กกต. ให้เข้ามาบิดสูตรคำนวน ส.ส. เพื่อพลิกผลเลือกตั้ง

รัฐบาลกลับอ้างอยู่เสมอว่าตนเองมาจากการเลือกตั้ง ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญเรายังเขียนให้ ส.ว. 250 คน มีอำนาจมากกว่าประชาชน 19 ล้านคน

8. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าตนเองมีส่วนสำคัญในการตั้งใจลากหรือปล่อยให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไหลเข้ามาในความขัดแย้งทางการเมือง ผ่านการกล่าวอ้างและผูกขาดความจงรักภักดี หรือผ่านความไม่กล้าหาญของนายกรัฐมนตรีที่จะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ เมื่อมีการกระทำใดที่สุ่มเสี่ยงจะขัดกับหลักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

รัฐบาลกลับเลือกปราบประชาชนด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 และผลักไสไล่ส่งหลายคนที่ออกมาเรียกร้องการปฏิรูป ว่ามีเจตนาล้มลางสถาบันฯ

9. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าตนเองตัดสินใจพลาดในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการโควิด จนทำให้ชีวิตประชาชนจำนวนมากยังต้องอยู่บนเส้นดาย ที่ล้อมรอบไปด้วยทั้งโรคระบาดและพิษเศรษฐกิจ และทำให้สถานการณ์ของประเทศไทยทรุดโทมกว่าอีกหลายประเทศทั่วโลก

แต่รัฐบาลกลับชอบอ้างว่าประเทศอื่นก็เผชิญวิกฤต และชอบหาสารพัดสถิติมาใช้ในแถลงการณ์ ศบค. เพื่อทำให้สถานการณ์ในประเทศไทยดูดีกว่าที่เป็นจริง โดยไม่เคยเอ่ยปากขอโทษประชาชน เหมือนกับผู้นำในอีกหลายประเทศทั่วโลก ที่อาจเคยตัดสินพลาดบ้างในบางครั้ง

10. แทนที่รัฐบาลจะ “ยอมรับ” ว่าตนเองกำลังทำลายความฝันของประชาชนจำนวนมากที่ต้องการเห็นบ้านเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้าง และใช้เวลานั่งคิดกับตัวเองบ้าง ว่าทำไมประชาชนจำนวนมาก จึงยอมเสี่ยงชีวิตตนเอง เพื่อออกมาต่อสู้บนท้องถนน รัฐบาลกลับเลือกที่จะตอบโต้ด้วยวิธีการอำมหิต ที่ขัดหลักสากล ขาดความเป็นมนุษย์ และขาดความจริงใจในการรับฟังหรือแก้ไขปัญหาร่วมไปกับประชาชนจำนวนมากที่เป็นเจ้าของประเทศนี้เช่นกัน

ถ้าหากนายกฯและรัฐบาล เคยแสดงให้เห็นมาก่อนถึง “ความรับผิดชอบทางการเมือง” ขั้นพื้นฐาน ที่พร้อมจะยอมรับข้อผิดพลาด ปรับปรุงตนเอง และเดินหน้าแก้ไขปัญหาด้วยความเห็นอกเห็นใจ คำว่า “ขอโทษ” อาจพอซื้อเวลาพวกท่านได้ ก่อนที่พวกท่านจะต้องถูกตัดสินโดยประชาชนในสนามเลือกตั้ง ที่ต้องเสรีและเป็นธรรม และต้องปราศจากกลไกการสืบทอดอำนาจอย่าง ส.ว. 250 คน หรือ กกต. ที่พวกท่านแต่งตั้งเอง

จนมาถึงวันนี้ คำว่า “ขอโทษ” ไม่เคยออกจากปากพวกท่าน ถึงคำขอโทษ ยังจำเป็นอยู่ต่อการรักษาเกียรติของตัวท่านเอง แต่มันไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วต่อการรักษาบาดแผลที่ท่านได้สร้างให้กับประเทศและประชาชน การลาออกของพวกท่าน และ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เท่านั้น ถึงจะเพียงพอ ต่อการที่ประเทศเดินไปข้างหน้า ด้วยการเมืองที่ช่วยชีวิตประชาชน

ไรเดอร์ฟู้ดแพนด้าวอนเห็นใจ โอดรับผลกระทบทั่วประเทศเพราะโพสต์เดียว

ผู้ให้บริการรับ-ส่งอาหาร (ไรเดอร์) ผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดแพนด้าท่วประเทศ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #Saveไรเดอร์ หลังเกรงว่าจะได้รับผลกระทบอย่างต่อรายได้ จากการที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแห่ลบบัญชีจากแอปพลิเคชันดังกล่าว

ความกังวลนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้เว็บไซต์ทวิตเตอร์คนหนึ่งโพสต์คลิประหว่างการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันอาทิตย์ (18 ก.ค.) ซึ่งในคลิปนี้มีชายคนหนึ่งกำลังราดของเหลวลงบนเปลวไฟที่ไหม้ซุ้มกลางถนน ก่อนเดินไปขึ้นจักรยานยนต์ของตัวเองที่มีกล่องใส่อาหารสีชมพูอยู่ท้ายเบาะนั่ง ซึ่งผู้โพสต์บรรยายคลิปว่า “เบาะเเสผู้ก่อเหตุ ตั้งใจมาทำเรื่อง ถอดป้ายทะเบียนรถออก”

บัญชีอย่างเป็นทางการของแอปพลิเคชันตัวกลางซื้อขายอาหารดังกล่าวโพสต์ตอบกลับว่าจะให้คนที่ปรากฏในคลิปพ้นสภาพการเป็นพนักงาน และบริษัทมีนโยบายต่อค้านความรุนแรงและการ “ก่อการร้าย” ทุกรูปแบบ

“ทางเราจะเร่งดำเนินการตามกฎระเบียบขั้นเด็ดขาดของบริษัท โดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที ขอเรียนให้ทราบว่า ทางฟู้ดแพนด้ามีนโยบายต่อต้านความรุนแรงและการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และยินดีช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีต่อคนร้ายอย่างเต็มที่ค่ะ”

การใช้ถ้อยคำเช่นนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจนมีเกิดแฮชแท็ก #แบนfoodpanda หลายคนตัดสินใจลบบัญชีและแอปพลิเคชันทิ้ง ขณะเดียวกันร้านอาหารจำนวนมากก็ประกาศงดขายอาหารผ่านช่องทางนี้ด้วย

ไรเดอร์ที่รับส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันนี้จึงรู้สึกกังวลว่าจะได้รับผลกระทบต่อรายได้ เพียงเพราะโพสต์ดังกล่าวเพียงโพสต์เดียว ทั้งที่พวกตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เลย และย้ำว่าพวกตนมีแนวคิดทางการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตย

"ฮิวโก้" จี้เพจ "เชียร์ลุง" ขอโทษภายใน 3 วัน ปมบิดเบือน อ้างเชียร์ "กฎอัยการศึก"

จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ “เชียร์ลุง” ได้โพสต์ภาพของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ศิลปินชื่อดัง โดยระบุข้อความในภาพ เป็นประโยคว่า “ถ้าอะไรๆ มันหนักมาก ก็ขอกฎอัยการศึกก็ได้นะ รับได้” ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประโยคดังกล่าวเป็นคำพูดของนักร้องหนุ่มชื่อดัง

ล่าสุด เฟซบุ๊กของ ฮิวโก้ ได้โพสต์ภาพที่แคปมาจากเพจดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล โดยฮิวโก้เขียนข้อความว่า “หยุดบิดเบือนข้อมูล Just Quit

ต่อมา ฮิวโก้ยังได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง เป็นภาพที่ได้ติดต่อเพจ “เชียร์ลุง” ทางข้อความเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอให้ทางเพจลงข้อความขอโทษต่อการบิดเบือนข้อมูลดังกล่าว ภายใน 3 วัน มิเช่นนั้นจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย

เจ๊อ๋อ 90 ล้าน บริจาคเงินซื้อเครื่องออกซิเจน 2.5 แสน ดีใจ ผู้ว่าฯ เลือกลอตเตอรี่งวดนี้ให้

เจ๊อ๋อ 90 ล้าน บริจาคเงินซื้อเครื่องออกซิเจนมอบให้โรงพยาบาล ดีใจ ผู้ว่าฯ เลือกลอตเตอรี่งวดนี้ให้ 1 ชุด ได้เลขถูกใจกลับไปลุ้นโชค 24 ล้าน

(15 ก.ค.64) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ชั้น 1 ศาลากาลางจังหวัดอุดรธานี นางวรรณลี ปัญญาใส หรือ เจ๊อ๋อ 90 ล้าน สาวดวงเฮงถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 จำนวน 15 ใบ 90 ล้านบาท ได้เดินทางมาพร้อมคณะ เพื่อมอบเงินสด 250,000 บาท สำหรับซื้อเครื่อง ออกซิเจนไฮโฟลว์ ให้โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และนางวรรณลี ยังเป็นตัวแทนนายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอกุมภวาปี และชาวอำเภอกุมภวาปีมอบเงิน 297,000 บาท และนายสามารถ มั่นนอก นายอำเภอบ้านผือ มอบเงิน 3 แสนบาท ด้วยเช่นกัน โดยมีนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคซื้อเครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์

นางวรรณลี กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มซื้อหวยมาก็จะถูกทุกงวด เมื่อเทวดาให้มาก็จะแจกต่อ เพราะเป็นคนชอบทำบุญ บริจาคทั้งสร้างวัด สนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ เอกชน และมูลนิธิ ช่วยเหลือคนจน ด้วยการช่วยอุดหนุนสินค้าในตลาดไปแจกชาวบ้าน หลังทราบว่านายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอกุมภวาปี ได้ระดมทุนซื้อเครื่องออกซิเขนไฮโฟลว์ 1 เครื่อง เพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ตนจึงบริจาคร่วมด้วย 1 เครื่อง เพราะเป็นการช่วยเหลือต่อชีวิตมนุษย์

นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตั้งใจว่าจะเอาเงินเดือนส่วนหนึ่งไปซื้อเครื่องออกซิเจน ไฮโฟลว์ หรือเครื่องช่วยหายใจแรงดันสูงที่ขาดไปมอบให้โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อเอาไว้ดูแลประชาชนภาคอีสานตอนบน ซึ่งเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์อย่างอื่นโรงพยาบาลมีแล้ว แต่เครื่องช่วยหายใจแรงดันสูงนั้นยังมีไม่เพียงพอ โดยตอนนี้ทางโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีได้จัดสรรงบประมาณจัดซื้อ 10 เครื่อง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ซึ่งตอนแรกตั้งเป้าไว้ว่าจะหาเครื่องฯ ช่วยเหลืออีก 3 เครื่อง โดยจะขอให้ข้าราชการแบ่งเงินเดือนบางส่วนจากความสมัครใจมาบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจแรงดันสูง ราคาเครื่องละ 250,000 บาท หลังทราบเรื่องก็ได้มีหลายฝ่ายเข้ามาร่วมด้วยกับผู้ว่าฯ ทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า และประชาชน บริจาคร่วมด้วยกัน ซึ่งตอนนี้มีผู้แจ้งความจำนงและผู้บริจาคมา 40 เครื่องแล้ว ซึ่งก็จะรอส่งเครื่องมาให้ และก็จะได้ทำการมอบให้สัปดาห์หน้า

หลังจากนั้นมีแม่ค้าขายลอตเตอรี่เร่เดินถือขายในศาลากลางเดินมานางวรรณลี จึงได้เดินเข้ามาเลือกซื้อลอตเตอรี่ และนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี ได้เดินมาหยิบลอตเตอรี่ชุด 4 ใบ หมายเลข 808133 จากแผงมอบโชค ซึ่งนางวรรณลี ดีใจมากเพราะชอบเลข 13 และเป็นเลขวันเกิด 13 กรกฎาคม อายุ 48 ปี ด้วยพอดี

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับปรมาจารย์กังฟู

1. ‘ยิปมัน’ เกิดเมืองเดียวกับ ‘หวงเฟยหง’

ยิปมัน เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1893 ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเดียวกับ หวงเฟยหง ยอดมวยอีกท่านที่มีตัวตนจริงๆในประวัติศาสตร์ของจีน และถูกคนรุ่นหลังนำเอาชีวประวัติมาสร้างเป็นหนังเช่นกัน ปรมจารย์กังฟู

2. จริงๆเคยเป็นตำรวจมาก่อน แต่ไม่เคยมีการพูดถึงในหนัง

ยิปมันเคยเป็นตำรวจอยู่ช่วงหนึ่งในเมืองฝอซาน และเขาก็ได้ถ่ายทอดวิชามวยหย่งชุนให้กับลูกน้องของเขาบ้าง แต่ช่วงชีวิตตอนที่ยิปมันเป็นตำรวจไม่เคยมีการกล่าวถึงในหนังทุกเรื่อง ที่สร้างขึ้นจากชีวประวัติยิปมันเลย

3. ชีวประวัติของ‘ยิปมัน’ถูกนำมาสร้างเป็นหนังทั้งหมด 7 เรื่อง โดย 3 ผู้กำกับฝีมือดี

เรื่องราวของปรมาจารย์ยิปมัน ได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังมาแล้วถึง 7 เรื่อง โดยผู้กำกับฝีมือดีระดับแนวหน้าอย่าง หว่องกาไว, เฮอร์แมน เหยา และวิลสัน ยิป ซึ่งหนังทั้งหมดเรียงตามลำดับการฉายได้ดังนี้

1. Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิบตา (2008) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน

2. Ip Man 2ยิปมัน 2 อาจารย์บรู๊ซ ลี (2010) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน

3. The Legend is Born – Ip Man (2010) ผู้กำกับ เฮอร์แมน เหยา, นักแสดง โต หยูฮัง

4. Ip Man: The Final Fight หมัดสุดท้าย ปรมาจารย์ยิปมัน (2013) ผู้กำกับ เฮอร์แมน เหยา, นักแสดง หวง ชิวเซิน (ดูหนังได้ที่นี่ คลิก)

5. The Grandmaster ยอดปรมาจารย์“ยิปมัน” (2013) ผู้กำกับ หว่องกาไว, นักแสดง เหลียงเฉาเหว่ย

6. Ip Man 3ยิปมัน 3 (2016) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน (ดูหนังได้ที่นี่ คลิก)

7. IP MAN 4: The Finaleยิปมัน 4 เดอะไฟนอล (2020) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน

เจ้าอาวาส-พระลูกวัดที่สัตหีบ ฉันภัตตาหารเพลร่วมโต๊ะ "พระมหาสมปอง" ติดโควิดแล้ว 2 รูป

จากกรณี พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ติดเชื้อโควิด-19 โดยพบว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค.64 ได้เดินทางไปฉันภัตตาหารเพลกับเจ้าอาวาสที่วัดหนองจับเต่า ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ในวันนี้ (14 ก.ค.64) ได้รับการเปิดเผยจาก นาย ธนพัฒน์ บรรบุปผา กำนันตำบลนาจอมเทียน ว่า หลังทราบข่าว พระมหาสมปอง ติดเชื้อโควิด พระครูธรรมญาณประยุต เจ้าอาวาสวัดหนองจับเต่า ได้เข้าตรวจหาเชื้อโควิด โดยผลตรวจออกมาเป็นบวก และมีพระลูกวัดติดเชื้ออีก 1 รูป รวมเป็น 2 รูป ขณะนี้เข้ารักษาตัวที่ รพ.วัดญาณสังวราราม

พร้อมทั้งได้นำลูกศิษย์วัดที่นำอาหารมากินต่อ 5 คน แม่ครัวพร้อมคนใกล้ชิดอีกนับ 10 คน มาตรวจหาเชื้อ (SWAB) ที่ รพ.วัดญาณสังวราราม ซึ่งจะทราบผลในช่วงบ่ายของวันนี้ 14 ก.ค.64

ส่วน วัดหนองจับเต่า ขณะนี้ได้สั่งปิดห้ามเข้า งดการทำกิจกรรมทุกอย่าง โดยทางสาธารณสุขอำเภอสัตหีบ ร่วมกับสาธารณสุขเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ ร่วมกันพ่นฉีดยาฆ่าเขื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่องแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

Juno

ภาพยนตร์4K ในขณะที่การตั้งท้องมันคือการถือกำเนิดของชีวิต แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากมันมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมมันก็อาจจะหมายถึงจุดจบของชีวิตใครบางคนเช่นกัน และถ้าเหตุการณ์นี่มันดันเกิดขึ้นกับตัวเราในเวลาที่ไม่พร้อมล่ะเราจะทำยังไง?

JUNO คือหนึ่งในหนังที่หยิบยกเอาประเด็นเรื่องการท้องในวัยเรียนมาเล่าได้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาหนังแนวเดียวกันไปมาก คือแม้ด้วยหน้าหนังมันจะถูกมองว่ามุ่งเน้นไปที่ปัญหาเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนแต่อันที่จริงแล้ว JUNO มันคือหนัง Coming of Age ที่แฝงนัยมาได้อย่างแนบเนียนและเลอค่าสมรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยียมออสการ์ปีนั้นจริงๆ

เค้าว่ากันว่าวัยรุ่นคือวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ บางคนอาจจะถึงจุดเลี้ยวเร็วหรือช้าไม่เท่ากัน แต่เมื่อวันหนึ่งจุดเลี้ยวนั้นดันถูกผลักดันให้เข้ามาหาเราเร็วขึ้นด้วยทารกตัวน้อยๆ สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือเราจะแปลงสถานะจากเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ในชั่วอึดใจเดียว

สิ่งที่ JUNO ทำเพื่อรับมือกับการต้องเป็นผู้ใหญ่ก็คือเธอพยายามจะเป็นผู้ใหญ่จริงๆให้ได้ จากการแสดงออกที่เห็นเด่นชัดไม่ว่าจะเป็นการพูดการจา การตัดสินใจจะแก้ปัญหาด้วยตนเอง ท่าทางมั่นอกมั่นใจ ไม่ยี่หระต่อปัญหาตรงหน้า จนบ่อยครั้งเธอก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ไปแล้วจริงๆ

แต่ในขณะที่ท้องของเธอโตขึ้นเรื่อยๆ เธอกลับพบว่าในความเป็นผู้ใหญ่ที่เธอพยายามจะเป็นให้ได้นั้นมันช่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความรักที่ “ทำไมคนเราถึงรักกันและอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ได้” อย่างคนที่ครองคู่กันในแบบที่เธอคิดฝันไว้มาตลอด และตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่อุ้มท้องมันก็ทำให้ JUNO ตระหนักได้ในที่สุดว่าการฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่มันช่างไม่เข้าท่า สู้ปล่อยให้มันเป็นไป ค่อยๆเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และจนกว่าจะถึงวันที่เธอ “โตแล้ว” จริงๆเธอก็น่าจะรู้เองในวันนั้นว่าคำตอบของความสัมพันธ์ซับซ้อนที่เธอตามหาน่ะมันคืออะไรกันแน่ ดูหนัง

Hero

ภาพยนตร์4K องค์ประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งถูกกล่าวขานมากที่สุดคือ การใช้โทนสี ต่างกันไปแต่ละช่วงเวลา เพื่อสะท้อนถึงห้วงอารมณ์ของตัวหนังโดยภาพรวมและประเด็นที่แอบแฝงไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่สะท้อนสะเทือนจิตใจมากที่สุด กลับเป็นแก่นของภาพยนตร์ที่พูดถึงเรื่อง ‘วีรบุรุษ’ หนังตั้งคำถามว่า วีรบุรุษที่แท้นั้นเป็นอย่างไร? ตัวละครตัวใดบ้างสามารถนิยามว่าเป็นวีรบุรุษ? วีรบุรุษมีระดับขั้นมั้ย? วีรบุรุษต้องเสียสละถึงระดับไหน? กระทั่งชีวิตของตนเอง? วีรบุรุษนั้นมีความเป็นไปได้? มนุษย์สามารถเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวมได้จริงหรือ? ความยิ่งใหญ่ของชนชาติหนึ่งๆ จำต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของวีรบุรุษจำนวนนับไม่ถ้วนเสมอ?

ได้ตรวจแล้ว! เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ติดโควิด กินน้ำขิงรอเตียง 12 วัน ผลเอกซเรย์เชื้อไม่ลงปอด

ได้ตรวจแล้ว! เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ติดโควิด และเพิ่งเสียคุณพ่อไปเพราะโควิด กินน้ำขิงรอเตียงอยู่ที่บ้าน 12 วัน ล่าสุดได้ตรวจแล้ว ผลเอกซเรย์เชื้อไม่ลงปอด

ทีมข่าวอีจัน เผยแพร่เรื่องราวของเด็กหญิงผู้ป่วยโควิด วัยเพียง 8 ขวบ ที่รอเตียงรักษามานานกว่า 12 วัน และเพิ่งสูญเสียพ่อจากโควิดไปเมื่อวันที่ 9 ก.ค.64 ที่ผ่านมา

โดยเด็กหญิงวัย 8 ขวบ ต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านระหว่างรอเตียง คุณแม่ให้น้องกินน้ำขิง ต้มสมุนไพรดม อบสมุนไพร ทำแบบนี้ตั้งแต่มีอาการ จนผ่านไป 12 วัน ไม่มีอาการป่วยแล้ว แต่คุณแม่ขอพาน้องไปตรวจสุขภาพ ตรวจปอดเพื่อให้มั่นใจว่าน้องไม่มีเชื้อและข้างในหนูปกติแล้ว

ล่าสุด (12 ก.ค. 64) เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษม เดินทางไปรับเด็กหญิงวัย 8 ขวบ และคุณแม่ไปตรวจที่ รพ.ลำลูกกา โดยทีมงานมูลนิธิ เล่าว่า น้องร่าเริง ไม่มีอาการหวาดกลัวอะไร พร้อมชู 2 นิ้ว สู้ๆ

เมื่อไปถึง รพ.ลำลูกกา แพทย์ได้พาน้องไป เอกซเรย์ปอด ปรากฎว่า ไม่พบเชื้อลงปอด และให้ยามาทาน ส่วนคุณแม่ยังต้องรอผลตรวจโควิดรอบ 2 ซึ่งทางโรงพยาบาลให้น้องและคุณแม่กลับไปกักตัวที่บ้านต่อ

The Devil Wears Prada

หนังเยี่ยม แห่งทศวรรษ 2000-2009

หนังเยี่ยม  ดูหนังออนไลน์

100. The Devil Wears Prada (David Frankel, 2006) เดวิลแวร์ปราด้า หนังจิกๆ กัดๆ ฮาแสบสัตน์ เมอรีล สตรีฟ
99. Battle Royale (Kinji Fukasaku, 2000) แบมเทิลรอแยล หนังนักเรียนฆ่ากันแบบมันส์ๆ
98. Crash (Paul Haggis, 2004) หนังที่ชิงออสการ์ไปจากโบรคแบ็คเมาเท่น
97. Sympathy for Lady Vengeance (Park Chan-Wook, 2005) หนังเกาหลี ที่เอาจังกึมมาโหด หนังโอเคมากๆ ปักชานวุก
96. Morvern Callar (Lynne Ramsay, 2002)
95. Amores Perros (Alejandro Gonz?lez I??rritu, 2000) ใครชอบ babel ก็น่าจะชอบเรื่องนี้
94. An Inconvenient Truth (Davis Guggenheim, 2006) หนังสารคดีโลกร้อนที่ปลุกกระแสได้ทั้งโลก
93. House of Flying Daggers (Zhang Yimou, 2004) จอมใจบ้านมีดบินนั่นแหละ หนังเขียวอี๋
92. Dirty Pretty Things (Stephen Frears, 2002)
91. Lantana (Ray Lawrence, 2001)

Wedding Crashers

หนังเยี่ยม แห่งทศวรรษ 2000-2009

หนังเยี่ยม

90. Wedding Crashers (David Dobkin, 2005) หนังตลกๆที่ทำเงินสูงสุดเหลือเชื่อ
89. School of Rock (Richard Linklater, 2003) แจ็คแบล็ค เป็นครูสอนดนตรี
88. The Royal Tenenbaums (Wes Anderson, 2001)
87. Time and Winds (Reha Erdem, 2006)
86. The Orphanage (Juan Antonio Bayona, 2007) หนังผีในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า น่ากลัวได้เรื่อง
85. The Piano Teacher (Michael Haneke, 2001) แรง!! หนังฮาเนเก้ เหวอแตก
84. Hotel Rwanda (Terry George, 2004) ดูแล้วหดหู่ ชีวิต
83. The Wind that Shakes the Barley (Ken Loach, 2006) ไม่เคยดู แต่บ้านเรามีให้ดูนะ
82. Yi Yi: A One and a Two (Edward Yang, 2000) เห็นมานานแล้ว ยังไม่เคยได้ดูเลย หนังจีน
81. In The Loop (Armando Iannucci, 2009)

Me, You and Everyone We Know

หนังเยี่ยม แห่งทศวรรษ 2000-2009

หนังเยี่ยม

80. Me, You and Everyone We Know (Miranda July, 2005) หนังมองโลกในแง่ดี มิแรนด้า จูลาย
79. Le Grand Voyage (Ismael Ferroukhi, 2004)
78. About Schmidt (Alexander Payne, 2002) แจ็ค นิโคลสัน
77. Bowling for Columbine (Michael Moore, 2002) สารคดีของ ไมเคิล มัวร์ เกี่ยวกับ กรณีนักเรียนคลั่ง ยิงแหลกในร.ร.
76. Control (Anton Corbijn, 2007)
75. Talk to Her (Pedro Almod?var, 2002) หนังสเปนเจ้าป้า
74. Pan?s Labyrinth (Guillermo Del Toro, 2006) หนังจิตตกอีกเรื่อง ที่แนะนำ
73. The Beat That My Heart Skipped (Jacques Audiard, 2005)
72. The Hurt Locker (Kathryn Bigelow, 2008)
71. Monsters, Inc. (Pete Docter/David Silverman/lee Unkrich, 2001) อนิเมชั่นในดวงใจของหลายคน ของพิกซาร์ไง บู

อาลัย "หมอหนึ่ง" หมออนามัยสมุทรสาคร ติดโควิดเสียชีวิต แม้ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม

อาลัย “หมอหนึ่ง” เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ติดโควิดเสียชีวิต แม้ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์ สดุดีบุคลากรด่านหน้า ที่บางคนเคยปรามาสว่า “เห็นแก่ตัว”

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก รติรัตน์ รถทอง ได้โพสต์ข้อความอาลัย “หมอหนึ่ง” หรือ นายพิเชษฐ์ สหกิจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ข้อความบางส่วนระบุว่า…

“หมอหนึ่ง นายพิเชษฐ์ สหกิจหมออนามัย รพสต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เวลาปะทะคนไข้แรกๆ จะเป็นหมอโรงพยาบาลชุมชนตำบลเหล่านี้ พวกเขาและเธอต่างต้องรับมือคนเจ็บคนป่วยที่เข้ามารักษาใน รพ.ด่านแรกที่เจอโควิด ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเข้าใจผิดว่าเรามีด่านแรกที่เข้มแข็ง มี อสม. มีทุกอย่างดูแลโรคระบาดได้ในครั้งแรกๆ แต่ลืมไปว่า หมอหรือเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็พลาดและหมดแรงได้ พอมาระลอก 3 มาเต็ม ๆ เราถึงมีข่าวว่าหมอ พยาบาล จนท.ติดกันเยอะ ทุกคนกล้ำกลืน แบบให้งานมาแต่ไม่ได้ติดอาวุธป้องกันให้พวกเขาทัพหน้าของไทยหมอหนุ่มๆ หมอสาว ๆ ด่านหน้าเหล่านี้ หลายคนอายุน้อย โสดเป็นอนาคตของประเทศ

“อย่างหมอหนึ่ง ที่เป็นความหวังของครอบครัว เป็นความภูมิใจของคนรอบข้างในสังคมได้พึ่งพา ดูแลคนไข้มากมาย เป็นเพื่อนเป็นน้องของคนที่รักเขา เขาก็รักคนเหล่านั้นขนาดน้องได้รับการฉีดซิโนแวคแล้วสองเข็มด้วยซ้ำแต่ป้องกันอะไรได้บ้างมั้ย ไม่เลย บางคนบอกข้าวว่าเหมือนฉีดน้ำเปล่ากันตาย ที่โมโหคือเพราะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเป็นหมอยังออกมาเชียร์ หลายคนบอกว่าดีที่สุดของคนไทยสมควรได้รับการฉีด ลองมาเป็นพวกเขาบ้างซิแล้วตายบ้างซิ เสียดายอนาคตหมอหนึ่ง ในอนาคตเราอาจมี ผอ.รพ.สต.ที่ดีๆ หรือเปล่า?

“สังคมไทยเรากว่าจะสร้างคนดีคนเก่งมาทำงานยากเย็นขนาดไหนใครรู้ตอนแรกว่าจะไม่เขียนแบบนี้ เพราะไม่รู้จักน้อง แต่เห็นน้องจบมหาลัยเดียวกันก็อดไม่ได้…เพราะยังไงคงไม่ใช่รายเดียวที่ถูกลืม ขนาดเผาศพญาติพ่อแม่พี่น้องยังไปเปิดดูหน้าก่อนตายไม่ได้เลยจะมีอีกสักกี่คนคะที่ต้องสูญเสียอีก จะตายคาบ้านอีกกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นคน. ตอนปีที่แล้วยังคิดว่า ประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกา อังกฤษ ยุโรปเขาโชคร้ายนะศพกองเป็นหมื่นฝั่งรวมกัน น่าสงสารนะ แต่เปล่าเลย เราคนไทยนี่ต่างหากที่ลำบากลำบนมากว่าเขามากมายหลายร้อยเท่าเพราะว่าผู้หลักผู้ใหญ่เราอยู่บนปราสาทหอคอยงาช้าง

“สองวันก่อนอ่านข่าวเป็ด เชิญยิ้มว่าพ่อแม่เขาตายหมดทั้งคู่ แม่ตายมิถุนายน พ่อตายต้นกรกฏาคมนี้เองเป็ดร้องไห้ยังกับเด็กๆ ใครจะดูแลพวกเราประชาชนคนไทยที่เดือดร้อนและคาดว่าจะเจ็บกันไปอีกนาน เจ็บและไม่จบ อาจรอวัคซีนกว่าจะได้ครบเมื่อไหร่ เราอยากเดินภายใต้ดวงอาทิตย์แบบไม่ใส่แมสก์บ้าง นี่สองปีแล้ว เป็นปีๆ แล้วที่ออกไปกินข้าวนอกบ้านไม่ได้ เหนื่อยนะช่วยตื่นจากฝันที่วาดไว้บ้าง มองสถานะความเป็นจริงของเราบ้าง?”

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ได้เดินทางไปยังวัดอ่างทอง อ.กระทุ่มแบน เพื่อร่วมพิธีฌาปนกิจศพเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต.) สวนหลวง หรือคนที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “หมอหนึ่ง” บุคลากรทางการแพทย์ที่เสียชีวิตจากโควิด เมื่อคืนวันที่ 10 ก.ค.64

กรณีผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) กระทุ่มแบนติดโควิด ทำให้ สสอ.กลายเป็นกลุ่มเสี่ยง หากผลออกมาว่า สสอ.ติดด้วย นายอำเภอ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือแม้แต่ผู้ว่าฯ คงไม่รอด สถานการณ์ที่สมุทรสาครตึงเครียดสุดขีด แต่ตึงเครียดแค่ไหน เรายังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เรากำลังเร่งเรื่อง รพ.สนาม และ Community Isolation หรือศูนย์พักคอย คนสาครไม่ทอดทิ้งกัน อย่างเข้มข้น

“เดินทางกลับ พร้อมอธิษฐานให้ดวงวิญญาณ ”หนึ่ง” ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ พวกเราที่ยังอยู่ พร้อมที่จะเป็นด่านหน้า ที่บางคนเคยปรามาสว่า “เห็นแก่ตัว” ทั้งที่เจ็บ และตาย อยู่ใกล้แค่เอื้อม”