พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษว่า ที่ประชุมครม.วันนี้เห็นชอบการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องเสนอครม.ขอความเห็นชอบใน 3 วัน เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่ใช้กฎหมายชุมนุมปกติ

ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งหวังให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ สอดคล้องสถานการณ์ โควิด-19 ด้วย โดยจะประกาศใช้ให้สั้นที่สุดเพียง 1 เดือน

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง​ โดยตอบว่า​ “ไม่ออก” นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุอีกว่า วันนี้ประเทศกำลังมีปัญหา รัฐบาลต่างก็เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และอีกหลากหลายปัญหา แต่กลับต้องมาทุ่มกำลังดูแลเรื่องคนที่ทำผิดกฎหมาย มันใช่เรื่องหรือไม่ ขอให้คิดให้ดี ปฏิบัติตามกฎหมาย ก่อนจะสำทับอีกว่า “ผมไม่ได้ขู่นะ”

นายโซรอนไบ จีนเบคอฟ ประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน ประกาศ ลาออก เมื่อวานนี้ (15 ตุลาคม 63) หลังจากเผชิญการประท้วงขับไล่นานหลายวัน ที่มีสาเหตุจากข้อครหาว่าการเลือกตั้งไม่ยุติธรรม

ผู้นำคีร์กีซสถานรายนี้ กล่าวว่า การที่ตนลาออกเป็นเพราะไม่อยากเห็นการปะทะและการเสียเลือดเนื้อระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ชุมนุม

“สำหรับผม สันติภาพในคีร์กีซสถาน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศ ความสามัคคีของประชาชน และความสงบสุขในสังคม คือสิ่งที่อยู่สูงสุด ไม่มีอะไรที่ดีสำหรับผมไปกว่าชีวิตของของเพื่อนร่วมชาติทุกคน” นายจีนเบคอฟ ระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ประธานาธิบดี

“ผมไม่ได้ยึดติดกับอำนาจ ผมไม่อยากถูกจารึกในประวัติศาสตร์คีร์กีซสถานว่าเป็นประธานาธิบดีผู้ที่ก่อให้เกิดการนองเลือดและยิงประชาชนของตัวเอง เพราะฉะนั้นผมจึงขอลาออก”

คีร์กีซสถานเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง ที่มีพรมแดนติดกับประเทศจีน

ส่วนการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 63 ที่ผ่านมา เมื่อพรรคฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่แนวร่วมของนายจีนเบคอฟอ้างชัยชนะ

นอกจากนี้ ในถ้อยแถลงของนายจีนเบคอฟ ยังเรียกร้องให้นายซาดีร์ จาปารอฟ นำกลุ่มผู้สนับสนุนออกไปจากกรุงบิชเคก เพื่อคืนความสงบให้กับเมืองหลวงแห่งนี้ด้วย

ตำรวจขู่ลั่น โฆษก ตร.แถลงจับแกนนำผู้ชุมนุนแล้ว 20 คน คุมตัวสอบสวนก่อนตั้งข้อหา ประกาศลั่นห้ามชุมนุมที่ราชประสงค์เด็ดขาด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. แถลงว่า หลังนายกฯ มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขต กทม. นายกฯ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เป็นผู้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อดำเนินการตามประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า หลังมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขต กทม.ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนฝ่าฝืนข้อกำหนด จึงควบคุมตัวผู้ฝ่าฝืนทั้ง 20 คน เราจะดำเนินการสอบสวนตามระเบียบการควบคุมตัว

ทั้งนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุม ห้ามชักชวนไปร่วมชุมนุมเด็ดขาด โดยเฉพาะการชักชวนไปชุมนุมที่ราชประสงค์ในช่วงบ่ายวันนี้ (15 ตุลาคม 63) ถือเป็นความผิด ฉะนั้นถือว่าผู้ชักชวนและผู้ไปร่วมชุมนุมกระทำความผิดฝ่าฝืนสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังมีการวางกำลังตำรวจไว้ดูแลห้ามไม่ให้มีการชุมนุมที่ราชประสงค์แล้ว ส่วนผู้ฝ่าฝืนที่โดนจับกุมทั้ง 20 คนนั้น ถูกควบคุมตัวและสอบสวนที่ ตชด.ภาค 1 ส่วนจะดำเนินคดีในข้อหาใดนั้นต้องรอผลการสอบสวนก่อน

ตำรวจนำหมายจับเข้าจับกุม ‘รุ้ง ปนัสยา’ ที่ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไปสอบสวนที่ตชด.ภาค 1

ภายหลัง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อ่านแถลงการณ์คณะราษฎร เรื่อง จุดยืนต่อการสลายการชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคม 63 จากกรณีการสลายการชุมนุม ในเช้าวันที่ 15 ตุลาคม 63

ล่าสุด ทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนข้าวสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับปนัสยา กับเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีก 1 คน โดยมีการแสดงหมายจับของศาล ในการชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ปนัสยาไม่ยินยอมให้ตำรวจพาตัวไปและแสดงออกด้วยการนอนลงกับพื้นก่อนตำรวจจะคุมตัวไปสอบสวนในที่สุด

ตากวุ่นอีก! ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก หลังได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอดว่า เกิดเหตุผู้ต้องกักตัว จำนวน 2 คน เป็นชายชาวต่างชาติ สัญชาติตุรกี ใช้ใบเลื่อยตัดลูกกรงห้องกักตัว ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด บริเวณอาคารของสำนักงาน จุดที่ตั้งหลังค่าย ตชด. ที่ 346 แม่สอด ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก แล้วหลบหนีไป

โดยชายชาวต่างชาติทั้งสองราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายมูรัด เยสลิคาน่า อายุ 41 ปี และ นายราซิด อัสฮิม อายุ 29 ปี ทั้งสองถูกส่งมาจาก กองกำกับการ 3 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วส่งมากักตัวไว้ในห้องกักตัว ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 จนมาก่อเหตุดังกล่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา

ล่าสุดได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง อส.ปกครองแม่สอด ประสานไปยังพื้นที่ เพื่อช่วยติดตามตัวชายชาวต่างตุรกีทั้งสองแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมได้

คลิปนาทีเดือด! บรรยากาศการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินดุเดือดขึ้นทุกขณะ ล่าสุดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น ระหว่างที่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน กำลังปราศรัยอยู่นั้น เกิดเหตุมวลชนม็อบ 14 ตุลา เผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อสีเหลือง จนมีเกิดความชุลมุน ลุกลามจนเกิดการปะทะ ลงไม้ลงมือ มีการขว้างปาขวดน้ำและข้าวของใส่กัน จนมีบางส่วนได้รับบาดเจ็บ แกนนำที่กำลังปราศรัยต้องประกาศออกไมค์ให้ผู้ชุมนุมนั่งลงแล้วเดินกลับมา ไม่ให้ใช้ความรุนแรง ขณะที่การ์ดและเจ้าหน้าที่ พยายามเข้าไปแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน ล่าสุดสถานการณ์ค่อยๆคลี่คลายลงแล้ว

ม็อบชุลมุน! บรรยากาศการชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน หน้าอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ หลังจากที่มวลชนฝ่ายตรงข้าม ซึ่งสวมใส่เสื้อสีเหลือง ทยอยเข้าประจำตามพื้นที่ที่มีการประกาศก่อนหน้านี้ ทำให้มีหลายช่วงที่สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด และเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่เป็นระยะ

โดยเมื่อช่วง 11.00 น. ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร ที่ยึดพื้นที่ฝั่งร้านแมคโดนัลด์ ได้กระจายมวลชนลงสู่ท้องถนนจนเต็มพื้นผิวการจราจรทุกเลน พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาที่พื้นที่ชุมนุมเพื่อจะเข้าเจรจากับแกนนำ ณ จุดรถปราศรัย เพื่อขอให้เปิดการจราจร แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะมวลชนขัดขวางไว้ โดยมีจังหวะวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อมีบุคคคลบางคนปาแก้วน้ำใส่ ถูกบริเวณไหล่ของ ผบช.น. ด้วย

นอกจากนี้ในจังหวะที่ใกล้เคคียงกัน มีกลุ่มมวลชนที่สวมเสื้อสีเหลือง ขี่รถจักรยานยนต์มากันหลายคัน ผ่านเข้าใกล้จุดชุมนุมของคณะราษฎร พร้อมโบกธงชาติ และมีการบีบแตร เบิ้ลเสียงเครื่องยนต์ จนผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจตะโกนด่าทอกลับ จนทั้งการ์ดของผู้ชุมนุมคณะราษฎร และตำรวจ ต้องช่วยกันเข้าอำนวยความสะดวกและแยกทั้งสองกลุ่มให้ออกห่างจากกัน ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะ

วันนี้ (13 ตุลาคม 63) นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยมีองคมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หน่วยราชการในพระองค์ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมไปถึงในต่างประเทศอย่างสมพระเกียรติ ขณะที่ประชาชนพร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง

นอกจากนี้ มีการจัดกิจกรรมจิตอาสา “ปณิธานความดี ทำดีเริ่มได้ที่ใจเรา” โดยให้สถาบันการศึกษาและสถานสงเคราะห์ทุกแห่งเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สร้างความรักความสามัคคี สร้างจิตสาธารณะ เสียสละร่วมกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

วันนี้ (13 ตุลาคม 63) เมื่อเวลา 11.00 น. ศบค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ (13 ตุลาคม 63) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2 ราย เป็นผู้เดินทางมาจาก สหรัฐอเมริกา 1 ราย และสวีเดน 1 ราย

ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,643 ราย หายป่วยแล้ว 3,457 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 127 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตรวม 59 ราย

ศบค. รายละเอียดผู้ป่วยใหม่ 2 ราย มีดังนี้
สหรัฐอเมริกา 1 ราย

เพศชาย สัญชาติไทย อายุ 22 ปี อาชีพพนักงานโรงแรม เดินทางถึงไทย 29 กันยายน 63 ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 4 ตุลาคม 63 (Day 5) ผลไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 10 ตุลาคม 63 (Day 11) ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้าพัก State Quarantine จ.ชลบุรี

สวีเดน 1 ราย

เพศชาย สัญชาติไทย อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางถึงไทย 5 ตุลาคม 63 ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 10 ตุลาคม 63 (Day 5) ผลพบเชื้อ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น (11 ตุลาคม 63) เข้าพัก Organizational Quarantine กรุงเทพฯ รพ.วชิระ