กทม.ตั้งโต๊ะเยียวยา ไฟไหม้ บ้านซอยตากสิน 23 ได้รับความเสียหายกว่า 76 หลังคาเรือน ซ้ำรอยปี 61

เกิดเหตุ ไฟไหม้ เมื่อคืนวานนี้ (12 สิงหาคม 63) เมื่อเวลา 19.52 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 มีการระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจากพื้นที่ต่างๆ ไปที่เกิดเหตุ โดยที่เกิดเหตุเป็นลักษณะตึกแถว 2 ชั้น เป็นชุมนุมในซอยย่อยห่างจากปากซอยประมาณ 200 เมตร ในชุมชนดังกล่าว แบ่งออกเป็น 4 ย่อย มีประชาชนอาศัยประมาณ 80 หลังคาเรือน มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้ 76 หลังคาเรือน และหลายหลังมีการทรุดตัว

โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมเพลิงไว้ได้เกือบ 2 ชั่วโมง จนเพลิงสงบเมื่อเวลา ประมาณ 22.00 น. เนื่องจากพื้นที่เป็นซอยแคบรถเข้าได้ทางเดียว ขณะเกิดเหตุประชาชนในซอย ต่างหอบข้าวหอบของออกจากพื้นที่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่อย่างโกลาหล มีการจัดที่พักชั่วคราวและตั้งกองอำนวยการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่วัดสันติธรรมาราม เบื้องต้นพบว่าบ้านต้นเพลิง เป็นบ้านในซอยที่ 2

นางวาสนา อุตภิระ วัย 50 ปี อาชีพรับจ้าง เจ้าของบ้านต้นเพลิง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุอยู่กับลูกสาวชั้นล่าง และได้ยินเสียงดังเหมือนของหล่นชั้นบน จึงขึ้นไปดูเห็นเพลิงลุกไหม้บริเวณฝาผนัง ห้องนอนและฝ้าเพดาน ซึ่งบ้านเป็นหลังคาสังกะสี และมีเสียงคล้ายระเบิดตามมา จึงตะโกนให้คนมาช่วยและรีบ หิ้วน้ำมาสาดดับไฟ 2-3 ถังและตามพี่ชายมาช่วย แต่เพลิงลุกลามไวมาก เอาไม่อยู่เพราะไฟลามกินฟูกที่นอน และลามลงมาถึงชั้นล่าง

จนต้องตัดใจออกมาช่วยขนของบ้านพี่ชายที่อยู่ข้างๆ โดนที่ไม่ได้หยิบอะไรติดตัวออกมาเลยเพราะไม่สามารถเข้ากลับไปได้ และขณะเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บไฟไหม้แขนพองทั้ง 2 ข้าง และลื่นตกบันได ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่ยอมรับว่าบนบ้านมีตู้เย็น และถ้าไหม้จากเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่บ้านก็มีเครื่องเซฟตี้คัต ตัดไฟอยู่แล้ว จึงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สำหรับ บ้านหลังนี้อาศัยด้วยกัน 5 คน ได้แก่ ตัวเอง สามี และลูก 2 คน และหลานสาว

ขณะที่ น.ส.เอมอร มั่นคงพูลทวี ผู้ประสบเหตุ เล่าทั้งน้ำตาว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยไหม้มาแล้วเมื่อปี 2561 ซึ่งบ้านตนก็โดนไฟไหม้ และครั้งนี้ย้ายออกมา ถัดจากซอยต้นเพลิงอีก 1 ซอย แต่หลังบ้านติดกัน ก็ยังมาโดนเพลิงไหม้อีกซ้ำ 2 และเพิ่งจะฟื้นตัวได้ ขณะเกิดเหตุมีการตะโกนในชุมนุมว่าไฟไหม้ จึงวิ่งออกมาดูเห็นไฟกำลังลุกไหม้บ้านประชาชนที่อยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งไฟโหมลามมาอย่างหนัก ทำให้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบขนของออกมาได้ไม่กี่ชิ้น แต่สุดท้ายของก็หายไปหมดมีคนมาเอาของไป ซึ่งภายในบ้านอยู่ด้วยกัน 7 คน ขณะนี้ทุกคนปลอดภัย

ขณะที่ที่ศาลาปฏิบัติธรรมของวัดสันติธรรมาราม ซึ่งเปิดศูนย์อพยพชั่วคราว เป็นคืนแรก เพื่อรอหน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือในเช้าวันนี้ โดยทางวัดยินดีที่จะเปิดศูนย์พักพิงให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จนกว่าทุกคนจะมีที่พักอาศัยใหม่

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *