แกนนำราษฎร ยันเดินหน้าชุมนุม 24 มิ.ย. ทนายเชื่อทำได้ ไม่ละเมิดเงื่อนไขประกันตัว

แกนนำราษฎร ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก คดีดำ อ.287/64 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ฟ้อง เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ และแนวร่วมกลุ่มราษฎรรวม 22 คน เป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ มาตรา 116 รวมทั้งความผิดอื่น ๆ กรณีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวง​

แกนนำราษฎร กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยว่า วันนี้เป็นวันแรกของการนัดสืบพยานในคดีชุมนุม 19-20 กันยายน ปีที่ผ่านมา เดิมทีนัดสืบพยานในคดีนี้ต้องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ที่เลื่อนมาวันนี้เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับจำเลยบางคนมีอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้ การพิจารณาครั้งก่อนหน้า มีจำเลยบางคนตัดสินใจถอนทนายความ ทำให้เกิดปัญหาเล็กน้อย อย่างไรก็ตามทนายความยืนยันว่า จำเลยทุกคนได้รับหมายเรียกสืบพยานในวันนี้ทั้งหมด แต่อาจจะมีบางส่วนที่ติดธุระ จึงจะให้ครอบครัวมาดำเนินการขอเลื่อน

ร่วมชุมนุมได้ตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ทนายความมีความกังวลหรือไม่กับการ ที่จำเลยร่วมกิจกรรมชุมนุมในวันที่ 24 มิ.ย. ทนายกฤษฎางค์กล่าวว่า ไม่มีความกังวล เพราะทนายเองมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลจำเลยให้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การร่วมกิจกรรมชุมนุมเองก็ถือเป็นสิทธิของเขา เป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และทางศาลมีการพูดคุยกับทนายตลอดว่าให้เป็นไปตามเงื่อนไขประกันตัวที่ศาลได้กำหนดไว้ แต่สุดท้ายแล้ว ศาลก็ไม่อาจล่วงเกินตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ได้ ทนายกฤษฎางค์ ยกตัวอย่างหนึ่งในเงื่อนไขที่ศาลกำหนดว่าไม่ให้จำเลยกระทำการใดๆ ที่เป็นอันเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาการต่อสู้ของกลุ่มแกนนำ ก็มีการยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยกระทำการใดๆที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบัน

ติงข้อจำกัดครอบครัวร่วมฟังคำให้การ
อย่างไรก็ตาม ทนายกฤษฎางค์ ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องการจำกัดให้เฉพาะคนในครอบครัวเข้าฟังการนัดสืบพยานในห้องพิจารณาคดี ซึ่งตนไม่รู้ว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของใคร เพราะการเข้าฟังการพิจารณาคดีใดๆ ต้องเป็นการพิจารณาแบบเปิด ต้องไม่จำกัดสิทธิ์ของผู้ที่จะเดินทางเข้าไปฟัง เป็นหนึ่งในสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดี ที่จะสามารถมีประจักษ์พยานในการรู้เห็นการพิจารณาคดีได้ อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงครามจะเดินทางมายื่นขอคัดค้านการประกันตัวของนายสมยศ จากกรณีที้นายสมยศเดินทางมา ให้กำลังใจแกนนำราษฎรในการพิจารณาคดีครั้งที่ผ่านๆมา

เชื่อว่าสักวันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ด้านแอมมี่ เดอะ บอตทอม บลูส์ หรือ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ ที่เดินทางมาที่ศาลพร้อมภาพศิลปะ เผยว่า ภาพดังกล่าวสื่อถึงเรื่องของการถูกอุ้มหาย และการต่อสู้โดยสูญเสียอิสรภาพ การจับประชาชนไปขังหรือดำเนินคดีมากมายนั้น ชวนให้ตั้งคำถามว่า การเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเลิกคุกคามประชาชน จำเป็นจริงๆหรือไม่ ซึ่งภาพศิลปะนี้ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น แต่ตนไม่อาจพูดได้ เพราะอาจส่งผลไปถึงรูปคดี นอกจากนี้ ไชยอมรยังได้กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากเดินทางไปศาลมาหลายครั้งว่า ในระบบตุลาการเริ่มมีคนรุ่นใหม่เข้าไปเยอะขึ้น เชื่อว่าสักวันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

ด้านพริษฐ์ กล่าวถึง การเคลื่อนไหว ของกลุ่มราษฎร ในวันที่ 24 มิ.ย.64 ว่า การที่ประชาชนหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า การคงอยู่ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชาไม่เป็นข้อดี ฉะนั้นแล้วถ้าพี่น้องประชาชนเล็งเห็นว่า การมีอยู่ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็ขอให้ออกมาร่วมแสดงจุดยืน ในส่วนกลุ่มราษฎรยังคงยืนยันหลักการเดิม 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ต้องลาออก 2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ตนมองว่า ไม่เป็นการละเมิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนด เพราะที่ผ่านมา การขอให้ปฏิรูปสถาบัน เป็นการขอให้สถาบันพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ไม่ได้ประสงค์ทำให้สถาบันเสื่อมเสียส่วนการออกมาชุมนุมก็ไม่เคยก่อความวุ่นวายใดๆ ส่วนกรณีที่ตำรวจนครบาลออกมาแถลงว่า จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ในส่วนของการแถลงว่าได้ดำเนินคดีกับประชาชนไปแล้วมากกว่า 150 คดีในการทำกิจกรรมทางการเมืองนั้น พริษฐ์ กล่าวว่า “ถ้าตำรวจคิดว่าทำถูกก็เอามาอีก 150 คดี”

วัดศรัทธากระบวนการยุติธรรม
ส่วน รุ้ง- ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กล่าวว่า ขอให้ศาลทำให้เชื่อมั่นว่าระบบตุลาการนี้ยังคงยุติธรรม ส่วนการนัดสืบพยานในวันนี้ไม่มีข้อกังวลใดๆ อย่างไรก็ตาม จตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน กล่าวถึงการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ว่า กิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นถือว่าเป็นการรวมกลุ่มทั้งหมดของคณะราษฎร ซึ่งจะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 05.00 น. จนถึงช่วงกลางคืน

ในส่วนของการเรียกร้องที่สำคัญที่จะต้องพูดถึงคือ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมารัฐสภาปัดตกรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคฝ่ายค้านมาตลอดและรับรองแค่ฉบับที่ฝั่งรัฐบาลยื่น ตนมองว่ารัฐธรรมนูญ เป็นหลักแรกที่สำคัญและจะต้องมาจากประชาชน ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นจึงทำให้ประชาชนตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวและแสดงจุดยืนเช่นนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *