0 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563- The Man Standing Next

อันดับหนังHD สร้างขึ้นจากนวนิยายชื่อเดียวกัน เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าหน่วย KCIA คิมคยูพยอง(อีบยองฮอน) กับ ประธานาธิบดีพัคชุงฮี (อีซังมิน)ในช่วงปลายยุค 1970s เหตุการณ์อันเลวร้ายที่จบด้วยการลอบสังหารที่เกิดขึ้นในปี 1979

40 วันก่อนการลอบสังหาร พัคยองกัก(กวักโดวอน) อดีตหัวหน้าหน่วย KCIA ที่ถูกเนรเทศไปก่อนหน้านี้ ขึ้นเป็นพยานต่อสู้กับรัฐบาลเกาหลีใต้ในการพิจารณาคดีที่สหรัฐฯ คิมคยูพยองวางแผนที่จะหยุดพัคยงกักเอาไว้

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563- DELIVER US FROM EVIL

อันดับหนังHD เกิดคดีลักพาตัวน่าสะเทือนขวัญขึ้นในประเทศไทย อินนัม (ฮวังจองมิน) นักฆ่าสัญญาจ้างที่เพิ่งปิดจ๊อบสุดท้ายเสร็จ พบว่าเด็กที่หายไปอาจเป็นญาติใกล้ชิดของเขา เขาเดินทางมายังประเทศไทยทันทีเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ และขอความช่วยเหลือจาก ยูอิ (พัคจองมิน) พวกเขาร่วมกันแข่งกับเวลาอันจำกัดเพื่อตามหาเด็กที่ถูกลักพาตัวไป

ในขณะเดียวกัน เรย์ (อีจองแจ) พบว่าพี่ชายแท้ ๆ ของเขาถูกอินนัมฆ่า เขาจึงติดตามไล่ล่าอินนัม โดยทิ้งศพไว้กลาดเกลื่อนขณะปฏิบัติภารกิจไล่ล่าเพื่อล้างแค้น

เกมไล่ล่าสุดอันตรายของอินนัมกับเรย์จึงเปิดฉากขึ้น และทั้งคู่ต้องสะสางให้มันจบที่นรก!

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-Peninsula

อันดับหนังHD จองซอก(คังดงวอน) นายทหารที่หนีรอดมาจากหายนะเชื้อร้ายครั้งที่ผ่านมา ต้องมาเผชิญหน้ากับความสยองขวัญอีกครั้งเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำภาระกิจลับ ด้วยโจทย์ง่ายๆเพียงสองข้อคือ เอากลับมา กับ เอาตัวรอด
เมื่อทีมของเขาต้องรวมกันแบบไม่คาดคิด ชีวิตของพวกเขาไม่ว่าจะ ดี หรือว่า ร้าย ขึ้นอยู่กับว่า ธรรมชาติของมนุษย์มีชัยเหนือสถานการณ์หรือไม่!

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-HITMAN: AGENT JUN

ยอดจำหน่ายตั๋ว : 2,406,232 ใบ
วันที่เข้าฉาย : 22 มค. 2020
นักแสดง : ควอนซังอู จองจุนโฮ
กำกับ : ชเววอนซอบ จุน(ควอนซังอู) สายลับ NIS ฝีมือระดับพระกาฬ ตัดสินใจจัดฉากการตายของตัวเอง เพื่อหนีออกไปตามความฝันในการเป็นนักเขียนการ์ตูน หลังได้ทำตามฝัน การ์ตูนของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที จนวันนึงลูกของเขาแนะนำให้เอาเรื่องชีวิตของตัวเองมาเขียน เขาทำตามนั้น และเผลอกดโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งการ์ตูนเรื่องนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องลับๆระหว่างที่เขาเป็นสายลับอยู่

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด ปี2563-ASHFALL

อันดับหนังHD

เมื่อเกิดเหตุภูเขาไฟเพ็กตูปะทุครั้งใหญ่ตามการคาดการณ์ของ ดร.คังบงแร (มา ดงซอก) นักธรณีวิทยาที่เสนอแผนให้นำระเบิดนิวเคลียร์ไปวางยังใกล้ปล่องภูเขาไฟเพื่อหยุดวิกฤติครั้งนี้ งานนี้ชะตากรรมของสองเกาหลีจำต้องพึ่งพาทีมปฏิบัติการสุดระห่ำนำโดย โจ อินชาง (ฮา จองอู) เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดชาวเกาหลีใต้ที่ต้องมาปฏิบัติงานในวันสุดท้ายก่อนเกษียณเพื่อไปใช้ชีวิตกับ จียอง (แพ ซูจี)

ภรรยาท้องแก่ แต่ภารกิจครั้งนี้กลับอันตรายกว่าครั้งไหน ๆ เมื่อต้องอาศัยนักโทษที่รู้หนทางไปโจรกรรมหัวรบนิวเคลียร์ที่ทางเกาหลีเหนือซ่อนไว้อย่าง ลี จุนพยอง (อี บยองฮอน) สายลับสองหน้าชาวเกาหลีเหนือสารพัดพิษที่หวังใช้ภารกิจนี้เพื่อกลับไปไถ่บาปส่วนตัว เมื่อธรณีพิโรธ ! เจอกับคนคลั่ง ! การหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่อเอาไฟไปสู้ไฟต้องพึ่งทีมพระกาฬอย่างพวกเขามากกว่าครั้งไหน ๆ

ลำพังแค่พลอต Ashfall ก็ทำให้นึกถึงหนังฮอลลีวูดดัง ๆ ในอดีตเพียบ ยิ่งมีฉากไปช่วยนักโทษแหกคุกเพื่อทำภารกิจกู้โลกก็ทำให้นึกถึง The Rock (199ุ6) และพอมีภูเขาไฟระเบิด โอ้โหทีนี้ลิสต์หนังฮอลลีวูดดัง ๆ มาเพียบลำพังแค่ยุค 90s ก็มีทั้ง Volcano (1997) และ Dante’s Peak (1997) ยังไม่พอ เมื่อมีภารกิจเอานิวเคลียร์ไปกู้วิกฤติก็แน่นอนงานนี้หนังดังอย่าง Armageddon (1998) ก็มาจนเรียกได้ว่า Ashfall ก็ไม่ต่างจากหนังเกาหลีสายบันเทิงทั่วไปที่เป็นเหมือนร่างทรงหนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ดัง ๆ อีกที แต่บอกแบบนี้อย่าพึ่งนึกว่าหนังจะลอกโครงเรื่อง

ฉาก หรืออะไรจากหนังดัง ๆ มาแบบหน้าด้าน ๆ นะครับ ตรงกันข้าม ผู้กำกับอย่าง อี ฮเยจุน และ คิม บยองซู กลับเอาวัตถุดิบสไตล์แฮมเบอร์เกอร์มาผัดรวมวัตถุดิบชั้นดีของหนังเกาหลีอย่างพลอตดราม่าสะเทือนอารมณ์ และการแสดงแบบเชื่อมือได้จากนักแสดงแถวหน้าของประเทศควบคู่ไปกับงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่พยายามทำให้ทัดเทียมกับฮอลลีวูด จนผลลัพธ์ของหนังออกเป็นหนังบันเทิงที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างขยันขันแข็ง ดูไปเหงื่อซึมมือ ดูไปน้ำตาซึม แถมเคล้าเสียงหัวเราะแบบไม่ขาดแคลนอารมณ์ขันเลยแหละ

อีกจุดที่ทำให่หนังโดดเด่นคือการเล่นกับประเด็นการเมืองตั้งแต่เรื่องเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ที่ดูจะเอาเป็นประเด็นที่ทำให้หนังเริ่มแตะการเมืองเบา ๆ อย่างการให้ทหารเกาหลีใต้ไปช่วยนักโทษเกาหลีเหนือที่เป็นคนทรยศชาติก็ทำให้เห็นว่า ท้ายที่สุดเมื่อเกิดปัญหาทางเกาหลีใต้ก็พร้อมจะลงมาทำตัวเป็นฮีโรมากกว่า แถมในหนังยังมีภาพรูปปั้นท่านผู้นำถล่มจนกองบนพื้นก็แอบสะท้อนภาพชาตินิยมที่แอบกัดทางฝั่งเกาหลีเหนือว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ ก็น่าจะทำให้ประชาชนยิ่งลำบากไปกันใหญ่ เพราะระบอบเผด็จการไม่น่าทำให้คนมีความสุขได้

แต่ช้าก่อน..หากคิดว่าหนังจะเล่นงานแค่เกาหลีเหนือฝั่งเดียว เพราะแท้จริงหนังยังแอบใส่การจิกกัดเกาหลีใต้ด้วยการที่ภารกิจต้องถูกขัดขวางเพียงเพราะ “ไอ้กัน” อยากจะยึดหัวรบนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือซ่อนไว้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น แถมมีเรื่องคนเกาหลีที่ถูกช่วยเหลือหลังจากชาวอเมริกันได้อพยพอีกก็สะท้อนภาพผู้นำอ่อนแอจนสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาทในประเทศได้อย่างเจ็บแสบทีเดียว

แต่หากมอง Ashfall ในฐานะหนังหายนะภัย ก็คงต้องบอกว่ามันไม่ได้ชวนเซอร์ไพร์สในแง่เทคนิคอะไรมากนัก เพราะบอกตามตรงว่าหลายซีน ซีจี ก็ยังไม่ได้ดีมาก ส่วนฉากที่ภูเขาไฟระเบิดแล้วสร้างความวินาศสันตะโรก็ทำได้ตื่นเต้นดี แต่ยังไม่ถึงขั้นชวนว้าวเหมือนตอนเราดูหนังภูเขาไฟดัง ๆ ที่กล่าวถึงไปในย่อหน้าที่แล้วเท่าไหร่ แล้วอะไรล่ะคือจุดเด่นของมัน ก็ต้องตอบว่าเป็นการใส่ดราม่าและซับพลอตที่ซับซ้อนนี่แหละ เพราะภายใต้พลอตหนังหายนะ มันยังซ่อนทั้งเรื่องราวโรแมนติกระหว่าง โจ อินชาง และ จียอง เมียท้องแก่ที่สัญญากันว่าจะหนีไปด้วยกันให้ทันมาคอยทำให้เราเอาใจช่วย

โดยเฉพาะการดึง แพ ซูจี ที่เพิ่งฮอตจากซีรีส์ Netflix สุดดังอย่าง Vagabond มาเพิ่มความสดใสและด้านโรแมนติกให้เรื่องราว นอกจากนี้ยังมีเรื่องดราม่าความผิดบาปในอดีตของ ลี จุนพยอง ที่ได้ อี บยองฮอน ดาราเกาหลีอินเตอร์มาเล่นดราม่าจนทำให้จากตัวละครที่คนดูพร้อมจะเกลียดกลายเป็นเกลียดไม่ลงเมื่อรู้ว่าเขาทำทุกอย่างเพียงเพื่อไถ่บาปต่อคนสำคัญในชีวิต หรือจะเป็นแนวหนังรักชาติที่สื่อผ่านตัวละคร ดร.คังบงแร ของ มา ดงซอก จาก Train to Busan หนังซอมบี้สุดดังที่ส่งให้เขากลายเป็นดาราระดับนานาชาติ เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนผสมต้นตำหรับเกรดเอที่ทำให้ Ashfall กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ดูสนุกและลุ้นเหงื่อซึมมือ บวกกับบทหนังที่ดีในแง่การให้ความบันเทิงเพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ใจร้ายกับตัวละครเหลือเกิน และเมื่อมาเกิดกับตัวละครที่คนดูเทใจให้ก็ย่อมทำให้เราอดลุ้นตามไม่ได้เลยสักวินาที

กล่าวอย่างไม่เวอร์เกินจริงก็ต้องบอกว่า Ashfall เหมาะเป็นหนังดูเพื่อความบันเทิงแบบไม่คิดมาก หนังมีการใส่สถานการณ์มาให้เราลุ้นระทึกได้ตลอด บางเหตุการณ์ก็อาจไม่เมกเซนส์บ้าง แต่พอมันเกิดกับตัวละครที่่ถูกปูไว้ดีแล้ว-คนดูหลงรักและเห็นใจก็ทำให้ยากที่จะไม่เอาใจช่วยพวกเขาและเธอไปตลอดเรื่องกันเลยเชียวแหละ

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุด 2563-#Alive

#Alive อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เกาะกระแส asset ใหม่ ‘ซอมบี้สัญชาติเกาหลี’ (K-ZOMBIE)

ซึ่งกลายเป็นของเด่นของดังให้งานบันเทิงเกาหลีผงาดขึ้นเรียกความสนใจจากทั่วโลก ทั้งๆที่ผีดิบซอมบี้มีมานานแล้วจากฟากบันเทิงตะวันตก แต่เหมือนการกลายพันธุ์แตกยีนใหม่ที่ต่างรูปลักษณ์ต่างอรรถรส มีเสน่ห์โดนใจ หลังการกำเนิดครั้งแรกอย่างฮือฮาจาก Train to Busan และการเลี้ยงกระแสตามมาของ Ramphant, Kingdom, Peninsula และอีกบางเรื่องที่หยิบไปดัดแปลงใช้เป็นกิมมิคบ้าง ก็คงอาจจะดูจืดๆไปบ้างถ้าจะเจอหนังซอมบี้มาขายซ้ำในวิถีเดิมๆอีก

แต่ #ALIVE มีมุมน่าสนใจในการหยิบซอมบี้มาเป็นบทสำคัญในการสร้างเรื่องราวการเผชิญหน้าจัดการปัญหา และการเติบโตทางความคิดของเด็กหนุ่มธรรมดาๆในสังคมคนหนึ่ง เด็กหนุ่มที่แอคทีฟเก่งกล้าเป็น somebody ในโลกเกมออนไลน์ แต่การไฟต์ติงเพื่อรอดในชีวิตจริงแบบเป็น nobody ไม่ประสีประสาทักษะชีวิตอื่นๆ ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอ ถึงคราวเจอก็ออกจะอยากมองข้ามด้วยซ้ำ อยากทิ้งให้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ของสังคมด้วยมุมมองของเด็กติดเกมที่มักไม่สนใจเรื่องใดๆรอบตัวอยู่แล้ว แม้แต่คำพูดของแม่เตือนให้ไปเรียนไปซื้อของกินยังถูกละเลยเสมอ

หนังมีนัยในการสื่อการย้ายโลกทัศน์ของเขาออกจากจอคอมหรือเกมซึ่งมีเพื่อนๆเยอะก็จริง ออกมาเจอเพื่อนใหม่ในโลกจริงออฟไลน์ ที่แม้จะมีแค่คนเดียวในสถานการณ์วิกฤตนี้ ก็สุดแสนจะมีค่า แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนมุมดีๆอีกด้านของสื่อโซเชียลในโลกยุคดิจิตอล ที่เหมือนลมหายใจเข้าออกของคนยุคนี้ ให้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้คนรอดตายหายใจได้ต่อไป

โอจุนอู (รับบทโดย ยูอาอิน) เด็กวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านอพาร์ตเมนต์ กับพ่อแม่และพี่สาว เขามักโดดเรียนประจำ เพราะติดเกม ตื่นสายและเอาแต่ฝังตัวอยู่ในห้องเล่นเกมช่ำชองจนมีเพื่อนในเกมออนไลน์เยอะแยะ วันหนึ่งที่เขาตื่นมาลำพังในบ้าน แล้วพบกับความโกลาหลรอบอพาร์ตเมนต์ที่อาศัยอยู่ เพราะมีฝูงซอมบี้วิ่งไล่กัดผู้คน ซึ่งพากันวิ่งหนีอย่างแตกตื่นทั้งด้านนอกและในอาคารทั่วบริเวณละแวกบ้าน

จากข่าวรายงานว่า อาการซอมบี้ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนี้ เป็นที่ถกเถียงจนเชื่อว่าคือโรคติดเชื้อจากไวรัส (ช่างดูเข้ากับบรรยากาศโควิด-19 ระบาดเลย) ที่เข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว ทำให้คนเราเปลี่ยนไปมีพฤติกรรมความรุนแรง หิวโหยไล่กัดกินเนื้อคน คนถูกกัดก็จะติดเชื้อออกอาการซอมบี้ ลามระบาดกันต่อๆไป เบื้องต้นทางการก็ได้แต่เตือนให้ประชาชนอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือสัมผัสผู้คนที่ติดเชื้อ ใครๆก็ไว้วางใจไม่ได้ แต่ถ้าต้องหลบตัวเงียบๆอย่างหวาดระแวงอยู่อย่างนี้ต่อเนื่องนานหลายๆวัน หรือเป็นเดือน ชีวิตจะเป็นอย่างไร คงไม่ง่ายหรอก

ไม่เพียงความ ‘โดดเดี่ยวลำพัง’ (ตามชื่อหนังเดิมว่า #Alone) ที่เขากำลังเผชิญเองคนเดียว แต่ยังโดนซ้ำเติมด้วยการถูกตัดขาดการสื่อสาร อินเตอร์เน็ต น้ำไฟ สำหรับคนยุคนี้ก็คงเปรียบเหมือนการขาดแขนขา ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไปไม่เป็นกันเลยเชียว

ยูบิน (รับบทโดย พัคชินฮเย) เป็นหญิงสาวอีกคนที่ยังรอดพ้นจากการติดเชื้อ และยังหลบอยู่ในบ้านอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามกับจุนอูโดยลำพังเช่นกัน ซึ่งจุนอูเพิ่งมาพบเห็นเธอภายหลังจากที่ตัวเองผจญภัยกับซอมบี้ไปอย่างทุลักทุเล จนจวนจะสิ้นสุดความอดทนกับการต่อสู้เพียงลำพังไปซะละ ยูบินจะมาเป็นทั้ง ‘ตัวช่วย’ และ ‘เพื่อน’ คนใหม่ คนเดียวที่มีค่ามากสำหรับจุนอู การได้พบกับยูบิน เหมือนได้แรงบันดาลใจและความหวังที่จะผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายนี้ไปด้วยกันให้ได้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา

เรียกได้ว่า หนังเรื่องนี้จะโฟกัสโมเมนท์การเผชิญหน้ากับปัญหาและเอาชีวิตให้รอดพ้นจากอันตรายของซอมบี้ หนังลดทอนรายละเอียดบริบทอื่นๆออกไป และจะดำเนินเรื่องให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครจุนอูที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ทั้งการมองปัญหา การเรียนรู้วิธีการเอาชีวิตรอด และความคิดการตัดสินใจ แซมด้วยฉากแอคชันตื่นเต้นลุ้นหวาดเสียวบ้างเป็นครั้งคราว ฉากกดดันความรู้สึก ชวนอึดอัด หรือแม้กระทั่งความหดหู่สิ้นหวัง ซึ่งก็ยังมีสลับหยอดความหวังมาชูใจบ้าง ให้คนดูคอยตามติดลุ้นกลับไปกลับมาว่า เขาจะปลอดภัยได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะไม่เพียงต้องสู้กับซอมบี้ แต่ต้องสู้กับความกลัว สู้กับใจตัวเองด้วย

โดยสรุป จึงเป็นความสนุกในแบบที่ต้องไม่ตั้งความคาดหวังแอคชันกระหน่ำ หรือทริลลิงสุดระทึก หรือเรื่องราวที่มาที่ไปมากมาย แบบหนังซอมบี้อื่นๆที่เคยชมมา เพราะหนังเรื่องนี้คงตั้งใจให้ผู้ชมโฟกัสกันไปที่ how to be alive ทั้งความหมายตรงตามตัวอักษร (literally) และ ความหมายนัยที่แฝงไว้เป็นสาระให้เอาไปคิดต่อกันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *