ตชด.414 รวบ ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่น เบื้องหน้าค้ายางพารา เบื้องหลังค้ายาเสพติด จนร่ำรวยและเป็นรายใหญ่ที่สุด

วันที่ 4 กันยายน 63 ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชุมดำ หน.ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ)และชุดจับกุม นำกำลัง รวบ ตัวนายชัยญัน หรือ เสือ อายุ 36 ปี มาที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ท่าแซะ) เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมหลังถูกจับกุมได้พร้อมยาเสพติด ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 13,600 เม็ด ไอซ์ จำนวน 699.11 กรัม อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน จำนวน 13 นัด และของกลางในการกระทำความผิดเป็นรถยนต์กระบะ แบบสี่ประตู สีขาว ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 7964 ประจวบคีรีขันธ์

โดย ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทาง ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชุมดำ หน.ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) ได้นำกำลังออกปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนสามารถจับกุมผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพในตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้หลายรายและจากการสอบปากคำทุกคนได้ซัดทอดว่ารับยาบ้าและไอซ์ มาจากนายชัยญัน หรือ เสือ จึงวางแผนโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกจับกุมสมัครใจเป็นสายล่อซื้อในการขยายผลเพื่อเป็นเหตุบรรเทาโทษในคดี จากนั้นได้ให้ผู้ที่ถูกจับกุมโทรศัพท์ติดต่อขอสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด ในราคา 40,000 บาท โดยนายชัยญัน ได้ตอบตกลง และนัดหมายเวลา 21.00 น.วันเดียวกัน ให้สายไปรออยู่ที่บ้านนายหมู ซึ่งเป็นญาติ ของนายชัยญัน เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปยังบ้านเป้าหมาย ก่อนกระจายกำลังซุ่มในที่มืดตามป่ารอบบ้าน

ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) กล่าวว่า จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย ได้มีรถยนต์กระบะ แบบสี่ประตู สีขาว ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 7964 ประจวบคีรีขันธ์ ขับรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านนายหมู โดยคนขับ ได้เปิดประตูลงมาก่อนจะเดินไปข้างบ้านพร้อมกระเป๋าสะพาย จำนวน 2 ใบ สายชี้ระบุตัวคือนายชัยญัน เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งกรูออกมาจากที่ซุ่ม ทำให้นายชัยญัน ตกใจโยนกระเป๋าสะพาย ทั้งสองใบทิ้ง ก่อนพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่ไม่รอดถูกจับได้โดยละม่อมพร้อมของกลางเป็นยาบ้าพร้อมไอซ์และอาวุธปืนพกสั้น ก่อนจะนำตัวมาสอบปากคำที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ท่าแซะ)

ซึ่งจากการสอบปากคำ นายชัยญัน ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองลอบค้ายาเสพติดมานานหลายปีแล้ว โดยเปิดร้านรับซื้อน้ำยางและยางแผ่นเป็นธุรกิจบังหน้า โดยยาเสพติดไม่ว่ายาบ้าและไอซ์ ตนเองจะสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์มาที่นายอาร์ม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งเป็นม้าวิ่งให้กับนายทุนใหญ่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คอยวิ่งมาส่งให้ตามจุดต่างๆ ที่นัดเจอซึ่งแต่ละครั้งจะไม่ซ้ำ โดยยาบ้ารับมาถุงละ 200 เม็ด เป็นเงิน 5,000 บาทและขายยกถุง 7,000 บาท เดือนหนึ่งก็จะสั่งมาไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นเม็ด ส่วนไอซ์ จะสั่งเดือนละครั้งๆ ครั้งละ 1 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 3 แสนบาท แล้วมาแบ่งขายเป็นกรัมหรือ 1 จี จีละ 400 บาท ซึ่งแต่ละครั้งที่สั่งซื้อจะอยู่ประมาณกว่าล้านบาท ซึ่งตนเองลอบค้ายาเสพติดมานานหลายปีแล้ว โดยจะเปิดร้านรับซื้อน้ำยางและยางแผ่นเป็นธุรกิจเพื่อบังหน้าธุรกิจมืด แต่ก็ไม่รอดถูกจับในที่สุด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ข้อกล่าวหา ว่า มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่ง สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับตัวนายชัยญัน เป็นลูกชายของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในตำบลดอนยางและลักลอบค้ายาเสพติดมานานหลายปี จนมีร่ำรวย มีทรัพย์สินและที่ดิน สวนยางพารา จำนวนมาก ที่คาดว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ เพื่อหาที่มาที่ไปตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

สนับสนุนโดย แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *