สาวผ่าคลอด 2 สัปดาห์ กลับมาพักฟื้นที่บ้าน จู่ ชักตาค้างดับสลดก่อนถึงโรงพยาบาล หมอบอกมดลูกอักเสบ

จู่ ชักตาค้างดับสลด (24 สิงหาคม 63) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานทนายความคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอภิชาติ อายุ 55 ปี พร้อมด้วยลูกเขยคือ นายกนก อายุ 33 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีลูกสาวคลอดลูกที่ รพ. แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมาระหว่างกลับมาพักฟื้นที่บ้าน

นายอภิชาติ พ่อผู้สูญเสียลูกสาว กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้ากับทนายรณรงค์ว่า ลูกสาวตนเองชื่อ น.ส.กฤษณา อายุ 33 ปี มีอาการปวดท้องจากการตั้งครรภ์ ได้เข้า รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 63 โดยแพทย์ได้ผ่าตัดทำคลอดให้ในวันที่ 3 สิงหาคม 63 ตนเองได้หลานสาวสุขภาพร่างกายแข็งแรง ส่วนลูกสาวนอนพักรักษาตัวจนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 63 จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านต่อ

ต่อมาวันที่ 17 สิงหาคม 63 นายกนก ลูกเขย และเป็นสามีนางสาวกฤษณา ได้วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกตนเองว่าลูกสาวตนเองเกิด อาการตาค้าง มือไม้ชักเกร็ง ตนเองกับลูกเขย จึงรีบนำตัวส่ง รพ.แม่กลอง แต่หมอบอกว่าลูกสาวเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลแล้ว ตนและครอบครัวรู้สึกแปลกใจมากที่ลูกสาวมาเสียชีวิตทั้งๆ ที่เป็นคนแข็งแรง

“หลังคลอดลูก ลูกสาวตนเองมีอาการปกติ ทาง รพ.แจ้งว่าเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ และพบว่ามดลูกอักเสบมีหนอง ตนสงสัยมากว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงได้นำศพลูกสาวส่งชันสูตรที่นิติเวช ราชบุรี และยืนยันจะไม่เผาจนกว่าผลชันสูตรจะออกมา ถ้าเป็นความผิดทางการแพทย์จริงอยากให้ช่วยออกมารับผิดชอบ แต่ถ้าสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับหมอและทางโรงพยาบาลตนและครอบครัวจะดำเนินการจัดการเผาศพลูกสาวทันที”

นายกนก สามีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตั้งแต่ภรรยาคลอดลูกสาว มีอาการปกติทุกอย่าง แต่จะเจ็บที่แผลผ่า และได้มีการผ่าไส้ติ่งให้หลังคลอดแต่ทางหมอไม่ได้มีการบอกกล่าวก่อน หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ หมอนัดไปตรวจร่างกายพร้อมกับลูกที่เพิ่งคลอด ซึ่งภรรยาของตนเจ็บที่แผลจึงปรึกษาหมอ หมอจึงแนะนำให้กินยาพาราจำนวนหนึ่งเม็ดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด เพราะต้องให้นมลูก ผ่านไปประมาณ 13-14 วัน ภรรยามีอาการผิดปกติ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่หมอได้มาบอกกับตนว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว มีอาการมดลูกอักเสบ แต่ตนก็ยังสงสัยในการเสียชีวิตของภรรยา จึงอยากทราบสาเหตุการเสียชีวิตและขอผลชันสูติให้ชัดเจนกว่านี้

ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า จะต้องหาสาเหตุในการเสียชีวิต และต้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ ต้องมีมาตรฐานให้ชัดเจน ถ้าเป็นความผิดทางการแพทย์จริงต้องออกมารับผิดชอบ ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนหมอ กับโรงพยาบาลต้องออกมารับผิดชอบเอง แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาดูแลและจ่ายค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต และอีก 1-2 วัน ตนจะพาครอบครัวผู้เสียชีวิต ไปร้องเรียนที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมในเรื่องที่เกิดขึ้น

สนับสนุนโดย ufa24h

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *